บทที่ 8 ตัดสินใจ

ตอนที่ 8 ตัดสินใจ

แก้วเจ้าจอมกลับบ้านมาก็เข้านอนทันที ไม่ได้สนใจว่าภพธรจะนอนตอนไหน การแต่งงานในครั้งนี้พวกเขาไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายกันและกันอยู่แล้ว แก้วเจ้าจอมไม่อยากจะมีเรื่องทะเลาะอะไรกับภพธรอีกแล้ว เธอรู้สึกว่ามันไม่คุ้มเลยที่เธอจะต้องเอาหัวใจของเธอไปเล่นกับความรู้สึกนี้ เธอไม่อยากเจ็บเธอไม่อยากจะต้องการให้ใครมารักหรือมาสงสาร เรื่องในวันนี้คนพวกนั้นก็พูดถูก พวกเขามีสิทธิ์ที่จะเกลียดเธอมีสิทธิ์ทุกๆอย่างเธอเองก็ไม่เถียง เพราะอย่างไรเธอเข้ามาที่นี่ก็เพราะเงิน

ภพธรอาบน้ำเสร็จก็เห็นว่าแก้วเจ้าจอมนอนหลับไปแล้ว เขาก็รู้สึกผิดกับแก้วเจ้าจอมมาก เพราะว่าเขาเป็นสามีที่ปกป้องภรรยาของตัวเองไม่ได้เลยแม้จะเป็นภรรยาเพียงแค่ในนาม แต่ศักดิ์ศรีของความเป็นคนและยังเป็นภรรยาของเขาเขาควรที่จะปกป้องเธอให้มากกว่านี้ แต่สุดท้ายเขาก็ปล่อยให้เธอถูกคนอื่นต่อว่าและยังมีเรื่องทะเลาะกันอีก 

"หลับแล้วหรอ"

ภพธรพูดเสียงเบาเขารู้อยู่แล้วว่าเธอจะไม่มีทางตอบเขากลับมาแน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่เขาคาดการณ์ผิดนั่นก็คือแก้วเจ้าจอมตัดสินใจตอบคำถามของเขาขึ้นมา

"ยังไม่หลับค่ะ คุณภพธรมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ"

"ผมขอโทษครับ ผมก็ไม่สมควรที่จะพูดว่าคุณแบบนั้นเหมือนกัน ผมไม่ควรที่จะปกป้องผู้หญิงคนอื่นมากกว่าคุณ ผมขอโทษคุณจากใจจริงครับ"

"ฉันขอได้ไหมคะ ในระหว่างที่เราแต่งงานกันอยู่คุณอย่าทำให้คุณน้ำรินกลายเป็นมือที่สามเลย ให้พวกเราสองคนหย่ากันก่อน ถ้าคุณจะกลับไปรักคุณน้ำรินก็แล้วแต่คุณล่ะค่ะ ฉันจะไม่ว่าอะไรเลยอีกอย่างคุณพ่ออาจจะรู้เรื่องของคุณกับคุณน้ำรินแล้ว ฉันว่าคุณอย่าเสี่ยงเลยนะคะ"

"ผมรู้ เพราะผมไม่ปล่อยให้ผมออกจากกรอบที่เขาตั้งเอาไว้แน่นอน พ่อของผมไม่เคยเชื่อใจผมเลยเขาไม่เคยเชื่อใจอะไรผมเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะเรื่องการงาน เรื่องการเรียนหรือแม้กระทั่งเรื่องความรักของผมพ่อก็ไม่เคยไว้ใจเลยสักครั้ง ผมขอโทษที่เอาความรู้สึกของผมมาทำร้ายคุณ"

"งั้นเรามาเล่าเรื่องของกันและกันเถอะค่ะ ฉันขอเล่าก่อน ฉันชื่อแก้วเจ้าจอมเป็นลูกสาวคนโตมีฝาแฝดชื่อแก้วกานดา คุณเองก็คงจะเห็นแล้วใช่ไหมคะในงานแต่งงาน พ่อกับแม่รักน้องสาวมากกว่าฉันแม้ว่าเราสองคนจะหน้าตาเหมือนกันแต่นิสัยแตกต่างกันมาก พ่อแม่ของฉันกล้าที่จะไปกู้เงินเพื่อส่งน้องสาวเรียนหมอ แต่ไม่กล้าที่จะส่งฉันเรียน แต่ฉันก็มีความฝันนะคะ ฉันอยากจะใช้ชีวิต มีเงินใช้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และมีลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์"

"จนกระทั่งฉันเรียนจบฉันใช้ชีวิตคนเดียวมาตลอดซื้อบ้านให้ตัวเองในวัย 20 ปี จากการเขียนนิยายของฉันเอง ฉันมีรถไปของตัวเองฉันมีเงินฝากในบัญชี ทุกเดือนฉันจะเอาเงินเก็บของฉันไปจ่ายหนี้ให้กับพ่อแม่แต่ว่าพวกท่านก็สร้างหนี้เพิ่มเรื่อยๆ แต่ไม่เคยที่จะจ่ายกันเลย เจ้าของเงินกู้ก็ให้ฉันผ่อนทุก ๆ เดือน เขาดีกับฉันมากค่ะ ดีจนฉันเองก็รู้สึกว่าเขาดีกับฉันมากกว่าครอบครัวของฉันอีก ตอนที่พ่อล้มป่วยและรู้ว่าเป็นมะเร็งแม่ต้องการเงินมารักษาพ่อ และพ่อของฉันก็หลอกให้ฉันมาเอาจดหมายเพื่อไปทวงสัญญาแต่งงานกับพวกคุณเพื่อเอาสินสอดไปจ่ายหนี้"

"ฉันขอโทษนะคะ ฉันเข้ามาหาคุณมาดูแลมาเป็นภรรยาของคุณก็เพียงเพราะว่าต้องการเงินไปจ่ายหนี้และรักษาพ่อของฉันจริงๆ ฉันต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณกับแฟนต้องเดินทางมาถึงจุดแตกหักแบบนี้"

"ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ถูกพ่อแม่บังคับมาตั้งแต่เด็กพวกท่านอยากให้ผมเรียนอะไรฉันจำเป็นต้องเรียน ผมไม่ชอบเรียนผมไม่ชอบบริหารไม่ชอบอะไรเลยกูแค่อยากจะใช้ชีวิตธรรมดากับคนที่ผมรักเท่านั้นเองผมเป็นพนักงานออฟฟิศก็ได้ เดี๋ยวผมจะเป็นคนงานก่อสร้างก็ได้ก็แค่ได้อยู่กับคนที่ตัวเองรัก แต่ว่าผมก็เลิกทำแบบนั้นไม่ได้"

"คุณภพธรคะ คุณลองมองโลกในความเป็นจริงหน่อยได้ไหมไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะอยากมากัดก้อนเกลือกินกับคุณหากคุณไม่มีอนาคตพ่อแม่ของพวกเธอก็ไม่มีทางปล่อยให้ลูกมาลำบากหรอกค่ะ แต่ฉันก็ไม่รู้นะคะว่าคนนั้นเป็นแบบนั้นหรือเปล่า"

"คุณน้ำรินเธออาจจะรักคุณจริงๆ ก็ได้ อันนี้ฉันไม่อยากจะว่าหรอกนะคะ คุณเหมือนคนที่พาลูกมายาวนานแต่คุณยังเป็นแค่คนที่เพิ่งเผชิญโลกภายนอกด้วยตนเองเป็นครั้งแรก เพราะคุณถูกบังคับให้อยู่ในกรอบของตัวเองเสมอ"

"คุณไม่กล้าแม้กระทั่งยืนหยัดเพื่อความรัก จนสุดท้ายคุณก็ต้องมาแต่งงานกับฉันแบบนี้ ฉันไม่ได้ว่าคุณขี้ขลาดนะคะ ในฐานะของคนเป็นลูกฉันเข้าใจคนดีทุกอย่างเลยค่ะความเป็นลูกไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าไม่ช่วยพ่อแม่หรือทำตามคำสั่งของพ่อแม่ฉันเข้าใจคนหมดทุกอย่างค่ะ"

"ความฝันในอนาคตของคุณคืออะไรหรอคุณเจ้าจอม"

ภพธรถามออกมาด้วยความอยากรู้เขาไม่เคยอยากรู้เรื่องของคนอื่นเลยจนกระทั่งมาฟังเรื่องราวของแก้วเจ้าจอมที่เล่าถึงครอบครัวของเธอนับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาสนใจเรื่องของคนอื่นแบบนี้

"ฉันอยากเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังได้ไปออกบูธ แจกลายเซ็นให้กับนักอ่านที่ติดตามผลงานของฉันค่ะ แล้วคุณล่ะคะอนาคตอยากเป็นอะไร"

"ความฝันในตอนนี้ของผมหรอตอนนั้นผมอยากมีลูกมีครอบครัวของตัวเอง ก็แค่นั้น"

แก้วเจ้าจอมหลุดหัวเราะออกมาเพราะเพิ่งรู้ว่าผู้ชายที่ดูท่าทางขึงขังกับทุกสิ่งทุกอย่าง คนแบบนี้มีความฝันอันเรียบง่ายคือการแต่งงานมีครอบครัวและมีลูกเป็นของตัวเองอย่างนั้นหรือ แค่ฟังเธอก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้แก้วเจ้าจอมรู้ดีว่าทุกคนก็ต่างมีความฝันที่ต้องจัดการเธอเองก็เหมือนกันตอนนี้เธอทำความฝันของเธอสำเร็จแล้ว แต่ความฝันอีกอย่างหนึ่งของเธอนั่นก็คือการแต่งงานมีครอบครัวที่อบอุ่นมีลูกที่น่ารักรอคอยเธอกลับบ้านทุกวัน หลังจากที่เธอหย่ากับภพธรแล้ว เธอเองก็คงจะไปหาความสุขอย่างที่เธอต้องการได้แล้ว

"ความฝันของคุณเรียบง่ายดีนะคะ ขอบคุณนะคะที่มาแบ่งปันความรู้สึกในอดีตและความฝันในอนาคตของกันและกันแบบนี้"

แก้วเจ้าจอมยื่นมือไปข้างหน้าส่วนภพธรเห็นแบบนั้นกดจับมือของเธอทันที 

"ขอบคุณเหมือนกันครับดึกมากแล้วฝันดีนะครับ"

"ฝันดีเช่นกันค่ะ"

แก้วเจ้าจอมล้มตัวลงนอนหันหลังให้กับพวกทอนทันทีเธอรู้สึกเขินขึ้นมาอย่างน่าประหลาดไม่คิดว่าผู้ชายที่ชอบปั้นหน้าบึ้งตึงใส่เธอก่อนหน้านี้ ตอนนี้กลับกลายเป็นผู้ชายที่อ่อนโยนขึ้นมาหลังจากที่เธอนั้นได้รู้เรื่องราวของเขาผ่านความรู้สึกของเขาจริงๆ 

เช้าที่แสนสดใสแสงแดดกำลังแยงตาของเธอพอดิบพอดี มันมาพร้อมกับเสียงนกร้องในช่วงเช้าปลุกให้แก้วเจ้าจอมตื่นลืมตาขึ้นมา เธอบิดตัวไปมาเพื่อยืดเส้นยืดสายก่อนที่สายตาของเธอจะหันไปมองคนที่นอนข้างกายของเธอ ภพธรยังนอนหลับอยู่เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดเขาจึงหลับสบายยังไม่ตื่นเลย เธอเองก็ไม่อยากจะปลุกเขาให้ตื่นเพราะเมื่อคืนนี้เขาลุกขึ้นมาคุยกันจนดึกดื่นแม้เธอจะรู้สึกอ่อนเพลียอยู่บ้าง แต่เพราะแก้วเจ้าจอมเป็นคนที่ตื่นเช้าอยู่แล้วจึงทำให้เธอนอนหลับต่อไม่ลง

ตื่นเช้ามาเธอรีบล้างหน้าแปรงฟันและรีบลงมาที่ห้องครัวช่วยป้าสุนีย์ทำอาหารเช้า เป็นโจ๊กทะเลที่ไม่ใส่หอยเพราะผมทอนไม่ชอบหอย เขากินทีไรก็ท้องเสียทุกทีเธอสังเกตเห็นทุกครั้งและคอยสอบถามป้าสุนีย์อยู่เสมอว่าภพธรกินอะไรได้บ้าง หรือว่าแพ้อะไรเธอจะได้จดเอาไว้และจะไม่ทำให้เขากินเด็ดขาด ป้าสุนีย์เห็นท่าทางขอแก้วเจ้าจอมแล้วเธอจึงบอกปลดเปลือกว่าภพธรกินอะไรบ้างไม่กินอะไรบ้าง ทุกเช้าแก้วเจ้าจอมจะเป็นคนลงมือทำอาหารที่ป้าสุณีไปซื้อมาในตอนเช้าทุกวันเพื่อให้พรได้กินอาหารที่ดีและมีประโยชน์มากที่สุด

"คุณเจ้าจอมคะ บ้านใหญ่เรียกให้คนเจ้าจอมกับคุณทบทวนไปรับประทานอาหารที่บ้านใหญ่ค่ะ"

รุ้งรีบมาบอกกับแก้วเจ้าจอมที่ตื่นมาทำอาหารตั้งแต่เช้าแล้วเธอเองก็พยักหน้าตอบรับก่อนที่เธอจะขึ้นไปปลุกภพธรที่ตอนนี้ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อยแล้ว เขาเปลี่ยนจากชุดนอนเป็นชุดอยู่บ้านสบายๆ มันแปลกตามากด้วยความรูปร่างดีสูงและหน้าตาหล่อเหลาตามแบบฉบับคุณชายไฮโซ 

มันจึงกลายเป็นเรื่องแปลกสำหรับเธอมากเพราะปกติเขาจะสวมจุดตรวจและสวมแว่นตาแต่งตัวเนียบๆ หน่อย แต่วันนี้กลับแตกต่างกันมากพอสมควร แต่ก็ยังหล่อเหมือนเดิมเช่นทุกวัน

"คุณพ่อคุณแม่เรียกให้เราสองคนไปทานอาหารที่บ้านใหญ่ค่ะ"

"คุณทำอาหารเสร็จแล้วหรอ"

"ใช่ค่ะเป็นโจ๊กทะเลใส่ขิงด้วยแต่ไม่ใส่หอยนะคะ"

"ขอบคุณครับ ให้รุ้งยกโจ๊กของผมไปที่นู่นเลยก็ได้นะครับ ผมจะไปกินที่นั่น"

"มันใหญ่ก็เตรียมอาหารทำไมคุณไม่กินอาหารที่บ้านใหญ่ล่ะคะ"

"อ๋อ แค่ไม่ชอบเท่านั้นเองครับ อาหารที่บ้านใหญ่เผ็ดเกินไปผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่..."

"ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะให้รุ้งยกโจ๊กทะเลไปที่นู้นนะคะ"

แก้วเจ้าจอมบอกให้รุ้งยกโจ๊กในชามใหญ่ไปด้วย รู้เองก็รู้ว่าคุณผู้ชายของเธอไม่ชอบทานอาหารบ้านใหญ่มากนัก เธอจึงรีบยกชามโจ๊กใบใหญ่ไปที่นั่นทันทีพบทอนพร้อมทั้งแก้วเจ้าจอมเดินไปที่บ้านใหญ่ด้วยกัน พ่อมแม่ของเขารออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้วเรียบร้อย ก้นของทั้งสองยังไม่ทันได้แตะบนเก้าอี้ คุณหญิงสิรินก็พูดขึ้นมาอย่างกระทันหัน

"ท่าทางเหมือนคนไม่ได้หรอกไม่ได้นอน ทะเลาะกันอีกแล้วหรอ สะใภ้บ้านนี้ช่างไม่รู้กาละเทศะเจอผู้ใหญ่ไม่ยกมือไหว้สักครั้ง แถมยังมาทะเลาะกับสามีอีกอับอายจริงๆ ไม่ควรที่จะพาเธอออกงานสังคมเลยสักนิด แค่ที่เธอจะปกป้องตัวเองก็ยังทำไม่ได้ คราวหลังไม่ต้องไปออกงานกับพวกฉันแล้วนะอายคนอื่นเขา"

"สวัสดีค่ะคุณแม่สวัสดีค่ะคุณพ่อ"

"สวัสดีครับคุณพ่อ สวัสดีครับคุณแม่"

พวกเขาสองคนยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองคน แต่แววตาของคุณหญิงสิรินไม่ได้มีแววตาที่อ่อนโยนอย่างที่คิด กลับกันเธอเห็นท่าทางของแก้วเจ้าจอมก็รู้สึกหมั่นไส้ลูกสะใภ้คนนี้เหลือเกิน คนอะไรไม่มีสัมมาคารวะที่สุด ในใจของคนหญิงสิรินมีแต่คำนี้วนเวียนอยู่ในใจ เพราะความที่มีทิฐิต่อแก้วเจ้าจอมทำให้เธอนั้นไม่ชอบแก้วเจ้าจอมเฉย ๆ นอกนั้นก็ไม่ได้มีอะไรอีกแล้ว 

"เอาล่ะนั่งลงกินข้าวได้แล้ว ผัดหอยลายนี้พ่อสั่งให้แม่บ้านทำมาให้ลูกนะลองชิมดูสิอร่อยถูกปากหรือเปล่า"

คุณท่านธีรพัฒน์พูดขึ้นทำให้แก้วเจ้าจอมถึงกับที่วางช้อนลงบนจานอาหารของตัวเองทันที พร้อมกับภาพไม่ให้เพราะสามีตักอาหารให้สามีของเธอ

"คุณพ่อคะ คุณธรกินหอยไม่ได้ค่ะ เขาแพ้หอยค่ะ"

คำพูดของเธอเพียงแค่คำเดียวทำเอาคนท่านธีรพัฒน์หยุดชะงักในทันที เขาลืมไปด้วยซ้ำว่าลูกตัวเองกินหอยไม่ได้แต่ทุกครั้งที่เขาสั่งแม่ครัวทำลูกชายของเขาก็ไม่เคยปฏิเสธเลย 

"พอดีเมื่อเช้าหนูเตรียมโจ๊กทะเลมาให้คุณธรแล้วค่ะคุณพ่อ คุณธรคะทานโจ๊กนะคะ เมื่อคืนคุณเองก็เดินไปเยอะพอสมควรกินอะไรร้อนๆ ให้สบายท้องดีกว่าค่ะ"

แก้วเจ้าจอมรีบแก้ไขสถานการณ์ในทันที ภพธรก็ยอมกินอาหารที่แก้วเจ้าจอมตักให้อย่างดี คุณท่านธีรพัฒน์มองเห็นการกระทำของลูกชายและลูกสะใภ้ก็ยิ้มออกมา ก่อนที่จะก้มหน้าก้มตากินอาหารไปเงียบๆโดยที่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่อหลังจากนี้เลย...

"ช่วงนี้วันหยุดพวกลูกหยุดสัก 2 สัปดาห์ไปฮันนีมูนกันเถอะ เดี๋ยวงานที่บริษัทพ่อจะจัดการเอง"

"เรื่องนี้ต้องแล้วแต่คุณธรค่ะ"

แก้วเจ้าจอมยกเรื่องนี้ไปให้ภพธรเป็นผู้ตัดสินใจครั้งนี้เขารู้สึกลังเลเล็กน้อยเพราะเป็นครั้งแรกที่เขาได้ตัดสินใจทำอะไรเอง ผู้เป็นพ่อหันไปมองลูกชายสุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ยอมพยักหน้าตอบรับผู้เป็นพ่อของตนเองในทันที

"ครับเดี๋ยวผมจะพาเจ้าจอมไปฮันนีมูนเองครับ"

"งั้นพวกลูกไปพักผ่อนเถอะ ไปวางแผนว่าจะไปเที่ยวที่ไหนยังไงก็ไปลาบริษัทด้วยนะลูก"

"ครับ"

"ค่ะ"

สองสามีภรรยามองหน้ากันก่อนที่จะถอนหายใจออกมาครั้งนี้พวกเขาจะต้องวางแผนไปฮันนีมูนกันสินะ แก้วเจ้าจอมก็ตัดสินใจให้ภพธรเป็นคนเลือกสถานที่และให้เขาจัดการเองทุกอย่างตามที่เขาต้องการ โดยที่ไม่ได้ไปขัดขวางอะไรเขาเลยแม้แต่น้อย ลองให้เขาเป็นผู้นำจริงๆ ให้เขาได้เป็นคนที่กล้าทำอะไรด้วยตนเองสักครั้งก็ยังดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป