บทที่ 9 ฮันนีมูน

ร่างสูงใหญ่ที่สูงสุดพอดีตัวกำลังนั่งประชุมด้วยท่าทางที่คิดหนัก เลขาคนสนิทของภพธรสังเกตเห็นศิลาเดินเข้าไปหาเจ้านายของตัวเองที่กำลังเหม่อลอยอยู่นาน เป็นพนักงานคนอื่นๆ ต่างก็สงสัยว่าเจ้านายของเขาเป็นอะไร

"เจ้านายครับคุณนกถามเจ้านายอยู่นะครับ"

"อะไรหรอ"

"เจ้านายเป็นอะไรหรือเปล่าครับให้พักเบรคการประชุมก่อนไหมครับ"

"ให้พัก 10 นาทีเดี๋ยวค่อยกลับมาประชุมต่อ"

"ทุกคนครับพัก 10 นาทีนะครับไปทำธุระของตัวเองเถอะเดี๋ยวอีก 10 นาทีเจอกันครับ"

เมื่อศิลาเลขาของภพธรพูดขึ้น ทุกคนจึงออกจากห้องประชุมในทันทีตั้งแต่พวกเขาเข้ามาประชุม เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว พวกเขาก็รู้สึกอึดอัดอยู่พอสมควรไม่รู้ว่าเจ้านายของเขาเป็นอะไร แต่บรรยากาศในห้องกลับรู้สึกอึดอัดและทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะออกความคิดเห็นอะไรเลย แต่พอพวกเขาได้พักเบรคตามที่คุณเลขาพูดเพราะทำให้พวกเขาได้ผ่อนคลายมากขึ้น

ศิลาเดินเข้ามาหาเจ้านายของตัวเองพร้อมกับน้ำเย็นในแก้วให้เจ้านายดื่ม เขารู้จักกับเจ้านายมานานทำงานร่วมกันมาตั้งแต่เจ้านายได้รับตำแหน่งรองประธานจนถึงตอนนี้ เขาก็ไม่คิดว่าเจ้านายของเขาจะเป็นได้ถึงขนาดนี้ ตั้งแต่เจ้านายแต่งงานเขาก็เห็นท่าทางของเจ้านายเป็นแบบนี้มาโดยตลอด

"เจ้านายมีเรื่องอะไรอยากจะพูดกับผมหรือเปล่าครับ ผมสามารถเป็นผู้ฟังที่ดีให้กับเจ้านายได้นะครับ"

"ฉันจะไปฮันนีมูน"

"มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรอครับ แล้วทำไมเจ้านายถึงเครียดแบบนั้นล่ะครับแค่ไปฮันนีมูนเอง"

"ฉันไม่อยากที่จะอยู่กับเมียของฉันตามลำพัง"

"เพราะคุณเป็นห่วงความรู้สึกของคุณน้ำรินใช่ไหมครับ ผมอยากให้เจ้านายโฟกัสกับคุณแก้วเจ้าจอมนะครับ เพราะตอนนี้คุณแก้วเจ้าจองคือภรรยาของคุณ ไม่ใช่คุณน้ำริน" 

"ตัวของผมขอพูดในฐานะของคนๆ นึงที่มีภรรยานะครับ ต่อให้คุณไม่ได้รักคุณแก้วเจ้าจอม แต่ในฐานะที่มีคุณแก้วเจ้าจอมเป็นภรรยา คุณก็ไม่ควรที่จะยุ่งเกี่ยวกับคุณน้ำรินนะครับ"

"ฉันรู้แต่ว่าฉันรักน้ำรินมาตั้งแต่เรียนมหาลัยแล้วนะ เธอก็ไม่ได้ทำอะไรผิด มันผิดที่ฉันไม่สามารถที่จะปกป้องเธอได้ ฉันรู้สึกผิดจริงๆ"

"เรื่องนี้ผมเข้าใจครับ คุณแก้วเจ้าจอมเองก็ไม่ได้ทำผิดอะไรเหมือนกันครับ"

คำพูดของศิลาทำให้ความรู้สึกของภพธรนั้นเปลี่ยนไป เขาลืมมองในส่วนนี้แก้วเจ้าจอมเองก็ไม่ได้ผิดอะไร เขาเองก็ไม่ควรทำแบบนั้นเหมือนกัน 

ติ๊ง! 

'คืนนี้เรามาพบกันใหม่กันได้มั้ยคะ'

น้ำรินส่งข้อความมาหาภพธร ทำให้ความคิดของเขาหันไปทางน้ำรินทันที น้ำรินพยายามเรียกร้องความสนใจจากภพธรหลังจากที่เขาไม่ติดต่อมาหาเธอเกือบอาทิตย์แล้ว เธอจะไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ 

หลังจากเลิกประชุมภพธรก็ให้คนขับรถพาเขามาที่คอนโดหรูที่เขาซื้อให้น้ำริน ภพธรก้าวขายาว ๆ เดินตรงดิ่งขึ้นคอนโดหรู ขาเรียวยาวของเขาหยุดชะงักลง เมื่อเขานั้นเดินผ่านชายวัยกลางคนที่เดินผ่านเขาไปเมื่อครู่นี้

กลิ่นครีมอาบน้ำคุ้นมากจนเขาถึงกับหยุดชะงักฝีเท้าของตัวเองลง เขาหันไปมองตามหลังของชายวัยกลางคนคนนั้นท่าทางจะมาหาเด็กสาวคนไหนสักคน ภพธรใจหายเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าไปหาน้ำรินที่ห้อง

กดออดหน้าประตูสักพักน้ำรินก็ใส่ชุดลูกไม้เข้ามาหาเขา ก่อนที่จะเชิญให้เขาก็ไปในห้อง ภพธรสำรวจห้องที่เขาเคยมาหาน้ำรินอยู่บ่อยๆ กระเป๋าในตู้เหมือนมันจะมีเพิ่มขึ้นมา 2-3 ใบ แต่เขาก็ไม่ได้คิดมากอะไร น้ำดื่มที่ขายเข้าไปในครัวก็เอาน้ำเย็นๆ มาให้ภพธรพร้อมกับขนมที่เขาชอบ 

"ดื่มน้ำสักหน่อยสิจะได้หายเหนื่อยค่ะ"

"น้ำรินเรียกผมมามีอะไรมั้ย"

"รินแค่อยากคุยกับคุณ"

"เรื่องอะไรครับ รินพูดมาได้เลย"

"เราขอไปเที่ยวด้วยได้มั้ย เราได้ยินมาว่าธรจะไปฮันนีมูนกับแก้วเจ้าจอม แต่เราไม่ได้จะไปแย่งทริปฮันนีมูนของธรขอบคุณแก้วเจ้าจอมนะ เราแค่อยากจะไปเที่ยวเท่านั้นเอง"

"เรื่องนี้..."

"เราจะแยกไปเที่ยวเอง แต่เราอยากไปไฟท์บินเดียวกับเธอน่ะได้ไหม"

"เอาแบบนั้นก็ได้"

"ขอบคุณนะ เราอยากไปเที่ยวต่างประเทศอยู่แล้วแต่ก็ไม่มีโอกาสได้ไปสักที ครั้งนี้จึงถือโอกาสว่าจะไปเที่ยวพักผ่อนสักหน่อย"

"ดึกแล้ว เราขอตัวกลับบ้านก่อนนะ"

"เดี๋ยวสิกินน้ำกับขนมก่อนรินอุตส่าห์ซื้อมาให้เลยนะ"

เขาเห็นสายตาที่มีความหวังของอดีตแฟนสาว ทำให้เขายอมนั่งลงอีกครั้งกินขนมที่แฟนสาวซื้อมาให้โดยที่ไม่ได้คิดอะไรมากมายนัก เขากินเค้กเสร็จตั้งใจว่าจะกลับบ้านแต่อยู่ๆ เขาก็รู้สึกง่วงนอนขึ้นมา อาจจะเป็นเพราะว่าเขาทำงานหนักมาหลายวันแล้ว จึงทำให้เขาเป็นแบบนั้น

"เป็นอะไรหรือเปล่าท่าทางดูเหนื่อยๆนะ"

น้ำรินแสร้วเข้าไปหาภพธรที่ตอนนี้มีอาการมึนหัวคล้ายๆ ว่าตัวเองจะวูบอยู่ตลอดเวลา เธอจึงแกล้งทำเป็นห่วงเป็นใยเขาทำให้เขาวางใจว่าเธอไม่มีทางจะวางยาเขาอย่างแน่นอน

"สงสัยช่วงนี้ทำงานหนัก ผมขอนั่งสักพักนะถ้าผมพูดไปเอาผมไปส่งโรงพยาบาลด้วย"

"งั้นคุณพักสายตาสักหน่อยนะคะ"

"อืม"

ภพธรรู้สึกมึนๆ คล้ายจะหลับ น้ำรินจึงเอาผ้าที่ผสมกับยาปลุกเซ็กส์เช็ดไปทั่วตัวของเขา น้ำรินนั่งข้าง ๆ ชุดนอนลายลูกไม้ที่เผยให้เห็นสัดส่วนทำให้ภพธรรู้สึกวูบวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน มือหนาของเขาคว้าเข้าที่หน้าอกของน้ำรินทันที ปากหนาพรทจูบไปทั่วลำคอขาว สติแทบจะไม่อยู่ครบ แก่นกายที่แข็งจนปวดไปหมด ภพธรขึ้นคร่อมไปบนร่างของน้ำแดงในทันทีค่ำรืนที่แสนเร้าร้อนก็เกิดขึ้นมา

แก้วเจ้าจอมที่รอให้ภพธรกลับมาที่บ้าน เธอนั่งรออยู่นานพร้อมกับอาหารที่เธอตั้งใจที่จะทำให้เขาได้ยินจากศิลามาว่าเขามีอาการเหนื่อยมากในช่วงนี้ แก้วเจ้าจอมจึงตั้งใจเตรียมอาหารเพื่อสุขภาพให้กับเขาได้กิน 

แต่รอจนถึงเที่ยงคืนแล้วเขาก็ไม่กลับมาสักที แก้วเจ้าจอมโทรหาภพธร เขาก็ไม่รับสายของเธอเลยสักสาย ทำให้เธอเป็นห่วงมากเธอจึงตัดสินใจที่จะรอเขาจนถึงเช้า

ติ๊ง!

น้ำริน ส่งรูปภาพ

แก้วเจ้าจอมเปิดดูรูปภาพนั้นก็ทำให้เธอเข้าใจว่าทำไมคืนนี้เขาถึงไม่กลับบ้าน เธอจ้องมองรูปภาพนั้นก่อนที่จะกดปิดโทรศัพท์มือถือแล้วนั่งลงที่โซฟาก่อนที่น้ำตาของเธอจะไหลออกมา ไม่มีเสียงสะอื้นหรือเสียงร้องไห้ให้ใครได้ยิน เธอเพียงแค่ปล่อยน้ำตาและความรู้สึกเสียใจให้ไหลออกมาคนเดียวอย่างเงียบๆ

ภพธรตื่นขึ้นมาบนเตียงของน้ำริน ร่างกายที่เปลือยเปล่าและสติของเขาที่เริ่มกลับมา เมื่อคืนนี้เขามีอะไรกับน้ำริน ทำติดต่อแก้วเจ้าจอมที่เป็นภรรยา เมื่อมีสติครบถ้วนเขาก็ไม่อาจที่จะพูดได้ว่าตัวเองไม่ได้ทำผิด 

"ตื่นแล้วหรอคะ ธรที่แต่งตัวเถอะค่ะ เมื่อเช้านี้คุณแก้วเจ้าจอมโทรมาหาคุณตั้งหลายสาย รินไม่กล้าที่จะรับสายรอให้คุณตื่นก่อนค่อยโทรกลับไปค่ะ"

"รินเมื่อคืนนี้ผมไม่ได้ตั้งใจผมขอโทษ เมื่อคืนนี้ผมคงจะไม่ได้ใส่ถุงยางใช่ไหม ผมขอโทษนะ"

"ไม่เป็นไรค่ะ รินเข้าใจทุกอย่างกลับไปเถอะค่ะภรรยาของคุณรออยู่"

น้ำรินแกล้งทำเป็นน่าสงสารต่อหน้าของภพธร ทำให้ใจของเขารู้สึกบีบรัดด้วยความเจ็บปวด เขากอดเธอเอาไว้แนบอกเมื่อคืนเขาเป็นคนใจร้อนวู่วามทำแบบนั้นกับเธอเอง เธอไม่ผิดเลยสักนิด เขาผิดเองทั้งหมด ภพธรแต่งตัวเสร็จแล้วเขาก็ตั้งใจที่จะกลับบ้าน 

เมื่อมาถึงบ้านก็เห็นว่าแก้วเจ้าจอมรออยู่แล้ว เธอไม่ได้เอ่ยถามอะไรจากเขา เพียงแค่นั่งนิ่งๆ เมื่อมองไปที่โต๊ะอาหารก็พบว่ามีอาหารที่เย็นชืด วางอยู่เต็มโต๊ะไปหมด

"รุ้งช่วยเก็บอาหารบนโต๊ะหน่อยน่ะ แล้วก็เตรียมอาหารเช้าให้กับคุณธรด้วย"

"ค่ะคุณเจ้าจอม"

รุ้งรีบจัดการเคลียร์ของบนโต๊ะทันที ไม่นานป้าสนีย์นี้ก็เตรียมอาหารเช้าให้เรียบร้อยแล้ว 

"ทานข้าวเถอะค่ะ คุณจะได้ไปทำงานต่อ"

"คุณจะไม่ถามผมหรอครับ ว่าเมื่อคืนนี้..."

"คุณน้ำเดินส่งรูปภาพของคุณมาให้ฉันดูแล้วค่ะ เมื่อคืนพวกคุณไปหากันที่คอนโด ฉันเห็นหมดแล้ว"

"คุณรู้..."

"ในเมื่อคุณรักษาสัญญาไม่ได้ ฉันก็จะไม่ห้ามคุณอีกนะคะ แล้วแต่คุณจะทำเลยค่ะ ฉันไม่ห้ามอะไรอีกแล้วถือว่าข้อตกลงของเราข้อนี้คุณทำไม่ได้นะคะ"

"คุณฟังผมก่อน"

"ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณจริงๆ ยังไงผู้หญิงคนนั้นก็เป็นแฟนของคุณ ทำอะไรก็ตามใจคุณเลยค่ะ ฉันขอไปนอนก่อนนะคะ"

ภพธรถึงกับพูดไม่ออก เขาทำผิดต่อทุกคน เขานั่งลงที่โซฟาอย่างหมดแรงภพธรทำผิดต่อแก้วเจ้าจอม ผิดคำสัญญาที่ให้ไว้ต่อเธอ ทำผิดต่อน้ำริน เขาทำให้พ่อแม่ผิดหวังแม้ว่าพ่อแม่จะไม่รู้แต่ใจของเขานั้นรู้สึกผิดเหลือเกิน

วันที่ทั้งสองคนจะต้องไปฮันนีมูนก็มาถึงสายตาของภพธรบ่งบอกว่าตนเองไม่อยากจะไปที่สุด แต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่งของผู้เป็นพ่อได้ แก้วเจ้าจอมและภพธรต่างคนต่างก็ลากกระเป๋าของตัวเองเพื่อที่จะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปฮันนีมูนกัน 2 คน 

แต่สิ่งที่แก้วเจ้าจอมไม่รู้คือภพธรจะเอาน้ำรินไปด้วย ภายในรถเกิดความอึดอัดขึ้นมาอย่างกระทันหัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งคู่ต่างก็คุยกันเรียบร้อยแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก แต่ภพธรกลับพาน้ำรินมาฮันนีมูนด้วยกัน 

"เจ้าจอมคือ..."ภพธรกำลังจะอธิบาย น้ำรินกลับขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน

"ต้องขอบคุณธรมากนะคะที่ยอมให้เรามาด้วย"

"ค่ะ เชิญตามสบายเลยนะคะคุณน้ำริน"

"แหมใจดีจัง คุณเจ้าจอมนี้ใจกว้างจังเลย รินดีใจนะคะที่เราไม่ถือสากัน"

"ฉันขอพูดตรง ๆ เลยนะคะ ฉันไม่ชอบแย่งของใครและไม่อยากใช้ของร่วมกับใคร ถ้าคุณจะไปฮันนีมูนด้วยก็ตามแต่คุณต้องการ แต่ฉันไม่ไปเชิญพวกคุณตามสบายนะคะ ลุงคะจอดรถค่ะ จอมจะไปเที่ยวเองรบกวนไปส่งคุณภพธรกับคุณน้ำรินที่สนามบินด้วยนะคะ"

"แต่ถ้าพ่อของฉันรู้..."

"ถ้าปฏิเสธคนไม่เป็นก็เก็บคำพูดของคุณเอาไว้เถอะค่ะ ลุงคะจอดรถด้วย"

แก้วเจ้าจอมลงจากรถเมื่อคนขับรถจอดรถ เธอก็ลงจากรถในทันที แก้วเจ้าจอมขนกระเป๋าเดินทางของตัวเองลง ก่อนจะลากออกไปเรียกรถแท๊กซี่ไปเที่ยวเอง 

"น้ำริน คุณเป็นบ้าอะไร ไปพูดกับแก้วเจ้าจอมแบบนั้นทำไม เราคุยกันว่าคุณจะขอติดรถไปด้วย และแค่ไปเที่ยวที่ประเทศเดียวกันจะไม่ยุ่งวุ่นวายอะไรกับการมาฮันนีมูนครั้งนี้ รินคุณรู้มั้ยถ้าพ่อผมรู้ตัวคุณจะโดนอะไรบ้าง ลงจากรถผมไปซะถ้าจะเที่ยวก็ไปเที่ยวคนเดียว ผมไม่ไปแล้ว"

"ธรคะ รินไม่ได้ตั้งใจ..."

"คุณตั้งใจหาเรื่องแก้วเจ้าจอม ผมไม่ได้โง่ขนาดนั้นนะริน ผมทำทุกอย่างให้ดีเพราะต้องการอยู่กับงานแต่งงานนี้ให้มันผ่าน 3 ปีไปให้ได้ เราจะได้อยู่ด้วยกันแต่ดูคุณทำสิ มันไม่เหมือนกับที่เราคุยกันเลย"

"ที่รินทำไปเพราะรินรักคุณนะคะ รินขอโทษ เรื่องเมื่อคืนนั้นทำให้รินยึดติดกับธรมากจนรินทำแบบนั้น ธรคะอย่าทิ้งรินเลยนะคะ"

น้ำรินร้องไห้ออกมาทำให้ใจของภพธรเงียบไป เมื่อมาถึงสนามบินภพธรมาส่งน้ำริน แต่เขากลับไม่ได้ไปด้วยกันกับเธอ ทำให้น้ำรินไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ภพธรโทรหาศิลาทันที

"ตามหาแก้วเจ้าจอมให้เจอ"

"ครับ"

เพียงแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ภพธรก็ตามหาแก้วเจ้าจอมจนเธอ ตอนนี้เธอกำลังเดินทางไปที่ภูเก็ตโดยจ้างแท๊กซี่ไปส่งที่ภูเก็ต แก้วเจ้าจอมนั่งแท๊กซี่มาด้วยใจที่ล่องลอยเธอไม่รู้ว่าผ่านมานานแค่ไหน เพราะเธอมัวแต่คิดเรื่องของภพธรวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา ทบทวนความคิดของตัวเองอยู่อย่างนั้น เธอโกรธภพธรเพื่ออะไรกัน ในเมื่อพวกเขานั้นไม่ได้รักกันด้วยซ้ำ หรือเป็นเพราะน้ำรินล้ำเส้นความอดทนของเธอมากเกินไป 

แก้วเจ้าจอมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เธอควรพักเขียนนิยายแนวเมียหลวงเมียน้อยในช่วงนี้ไปก่อนสินะ อินกับนิยายเกินไปจนทำให้จิตใจของเธอนั้นสับสนเกินไปแล้ว 

"ถึงแล้วครับ รอบเรือไปที่เกาะน่าจะตอนบ่ายนะครับ"

"ขอบคุณนะคะคุณลุง ขับรถมาตั้งไกลเลย"

"ยินดีครับ"

"หนูโอนเงินให้แล้วนะคะ"

แก้วเจ้าจอมโอนเงินให้ลุงคนขับแท๊กซี่ไปแปดพันบาท เพื่อเป็นค่าเสียเวลาและค่าเดินทางที่ไกลมาก ลุงคนขับรถตกใจมากที่เห็นเงินในแอพธนาคารของตัวเองที่มันเด้งแจ้งเตือนขึ้นมา 

"คุณครับคุณโอนมาเยอะเกินไปแล้วนะครับ"

"ค่าตอบแทนค่ะ หนูไปก่อนนะคะ ขับรถปลอดภัยนะคะ"

"ขอบคุณนะครับคุณ"

แก้วเจ้าจอมยกกระเป๋าลง คนที่ยืนรอเธออยู่นั้นกลับกลายเป็นภพธรเสียอย่างนั้น อารมณ์ที่พึ่งหายดีกลับมาคุอีกครั้ง 

"คุณมาที่นี้ได้ยัง"เธอถามอย่างส่งสัย

"ฉันตามเธอมา ขอโทษนะที่ทำให้เธอไม่สบายใจแบบนั้น ฉันไม่ได้อยากพาน้ำรินไป เธอตั้งใจจะไปเที่ยวในประเทศเดียวกันกับพวกเรา ตอนนี้เธอขึ้นเครื่องไปแล้ว และตอนนี้ผมมาหาคุณ"

"ก็ตามใจคุณสิคะ ฉันจะไปห้ามอะไรคุณได้ ภูเก็ตไม่ใช่ของฉันคนเดียวสักหน่อย"

"ผมจองโรงแรมเอาไว้ให้แล้ว เราไปกินข้าวกันเถอะ"

ภพธรฉวยเอากระเป๋าเดินทางของแก้วเจ้าจอมไปถือเอง เธอเองก็จำใจเดินตามภพธรไปด้วย กลิ่นอาหารปะทะเข้าจมูกได้รูปของเธอ ทำเอาเธอรู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาเสียอย่างนั้น

"ร้านนี้ไม่เอานะ กลืนไม่ได้เลย คุณภพธรไปร้านอื่นเถอะ"เธอดึงเสื้อของเขาเอาไว้

"งั้นเธอชอบร้านไหนก็เลือกเลย"ภพธรเอ่ยขึ้น เขาตามใจแก้วเจ้าจอมอยู่แล้ว ส่วนเขาเองก็กินได้หมดไม่ได้แพ้อาหารหรืออะไรพวกนั้นเลย แก้วเจ้าจอมเดินหาร้านอาหารที่ถูกใจอยู่นานจนมาเจอร้านที่เธอถูกกลิ่นมากที่สุด

"งั้นก็เอาร้านนี้ค่ะ"

"งั้นก็เอาร้านนี้ครับ"

ภพธรยกให้แก้วเจ้าจอมสั่งอาหาร เธอสั่งมามีแต่เมนูรสเปรี้ยว แกงส้มทะเล ต้มยำทะเล ตำไทย กุ้งเผา หมึกนึ่งมะนาว ยำสามกรอบ เมนูพวกนี้เขาเห็นก็แอบกลืนน้ำลายลงคอไม่ไหว ภพธรชิมรสชาติอาหารพวกนั้นก็ไอออกมาเพราะความเผ็ดร้อน 

แก้วเจ้าจอมพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาแพ้หอย แต่โชคดีที่ในนี้ไม่มีหอย แก้วเจ้าจอมนั้นมองบิลที่เธอสั่งเน้นย้ำห้ามใส่หอยทุกชนิด เธอเองก็โล่งใจขึ้นมา ภพธรเจริญอาหารมากกว่าปกติที่กินอาหารจืด พอได้มากินอาหารแบบนี้ทำให้เขารู้สึกปลอดโร่งโล่งสบาย เหมือนได้มาเที่ยวจริง ๆ ด้วยสินะ

"อร่อยมั้ยคะ"

"อร่อยดีนะ แม่ค้าทำอาหารอร่อยมาก"

ภพธรวางเงินทริปให้สองพันก่อนจะเดินออกจากร้านหลังจากเช็คบิลค่าอาหารที่ราคาไม่ถึงสามพัน พอมองดูอาหารที่กินได้ถึงห้าคนก็ทำเอาภพธรเขินขึ้นมาเพราะเขาเล่นกินจนหมดเกลี้ยง แม่ค้ายังใจดีเอาน้ำลำใยแก้เผ็ดให้เขาฟรี ๆ อีกด้วย ภพธรได้มาเที่ยวที่นี้ก็ล้วนต้องขอบคุณแก้วเจ้าจอมคนเดียวเลยที่พาเขามากินของอร่อย ๆ แบบนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป