บทที่ 10 EP 9 อย่าทิ้งกันเลยนะ
EP 9
อย่าทิ้งกันเลยนะ
…………………
“อือ.....”
ฉันส่งเสียงอื้ออึงในลำคอออกมาเบา ๆ เมื่อสัมผัสเปียกชื้น แตะลงบนผิวฉัน ตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังฝันอยู่หรือเปล่า เพราะภาพใครบางคนตรงหน้าที่กำลังเช็ดตัวให้ฉันอยู่มันเลือนรางมากจริง ๆ ผ้าเปียกน้ำที่กำลังลากไล้ไปตามตัวมันทำให้ฉันหนาวสั่นจนเผลอคว้ามือใครบางคนเอาไว้
หมับ
ถึงจะรู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่มือที่ฉันคว้าเอาไว้ได้นั้นมันช่างอบอุ่นเหลือเกิน มือที่แข็งแกร่งราวกับสามารถปกป้องฉันได้ ฉันบีบมือคู่นั้นเอาไว้แน่นด้วยแรงน้อยนิดที่มีทำเหมือนกับจะไม่มีวันยอมปล่อยมันไป
“ฮึก.....อึก ฮึก”
ไม่รู้ทำไมฉันถึงร้องไห้ออกมา แต่มันช่วยไม่ได้จริง ๆ ในสภาพที่ทั่วตัวร้อนเหมือนกับมีไฟแผดเผาเพราะพิษไข้ สติสัมปชัญญะก็แสนเลือนราง ตอนนี้ฉันอ่อนแอมากจริง ๆ ฉันอยากจะร้องไห้ให้กับสิ่งที่ต้องเผชิญ กับความไม่ยุติธรรม อยากจะได้รับการปลอบโยนจากใครสักคน
“อย่าทิ้ง ฮึก อย่าทิ้งกันนะ”
ฉันร้องไห้โยเยราวกับเด็ก ๆ คว้ามือคู่นั้นมากอดแนบแก้มเอาไว้แน่นราวกับจะหาที่ยึดเหนี่ยว ฉันโวยวายร้องขอไม่ให้เขาทิ้งฉันเอาไว้ในโลกที่แสนอันตรายเพียงลำพัง การต้องอยู่คนเดียวในโลกใบนี้มันทำให้ฉันรู้สึกหวาดกลัวเหลือเกิน การต้องตื่นมาในโลกที่ไม่รู้จัก และ ไม่คุ้นเคยมันทำให้ฉันอยากหนีไปให้พ้น ๆ แต่ฉันจะไปที่ไหนได้ล่ะ มีที่ไหนที่ฉันสามารถหนีไปได้บ้าง
“ฮึก ๆ อืออ”
ใครคนนั้นยังคงนิ่งฟังฉันร้องไห้เงียบ ๆ ไม่พูดอะไร แต่ทว่าเขากลับใช้มืออีกข้างเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าฉันออกอย่างแผ่วเบา ทว่าท่ามกลางความเงียบงันนั้น มันกลับทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นใจเหลือเกิน ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร หรือทุกอย่างในตอนนี้อาจเป็นแค่ฉันเองที่ละเมอเพ้อฝันไป แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยทำให้ฉันหลับฝันดีแล้วในคืนนี้.....
“ฟี้.....ฟี้.....ฟี้”
ภายในห้องที่เงียบงัน ร่างบางบนเตียงขนาดสามจุดห้าฟุต ส่งเสียงลมหายใจสม่ำเสมอออกมาเบา ๆ อาการทรมานจากพิษไข้ของเธอได้สงบลงแล้ว อาจเป็นเพราะได้การปฐมพยาบาลที่แสนดีเยี่ยมจาก ราฟาเอล มิลเลอร์ ก็ได้ จึงทำให้เกรซ โคปาอาการดีขึ้นเร็วขนาดนี้ อะไรกันนะที่ทำให้คนที่ไม่เคยสนใจใครอย่างราฟาเอลผู้แสนเย็นชา ถึงขนาดลงไปที่ห้องอาบน้ำของโรงฝึกซ้อมเองเมื่อได้ข่าวว่าเกรซถูกเพื่อนร่วมงานของเธอรุมทำร้ายจนสลบ ช่วงนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่จึงทำให้ผู้ชายที่ใจแกร่งเหมือนหินผาเริ่มให้ความสนใจในตัวของคนที่เอาแต่เมินมาตลอดอย่างเกรซ
“เอ็ด”
“ครับ คุณราฟาเอล”
ถึงสถานการณ์ตรงหน้า จะน่าเหลือเชื่อเกินไปจนเกือบคิดว่าเป็นฝัน แต่ทว่าทุกครั้งที่ชายที่แสนทรงอำนาจนี้กวักมือเรียกเป็นสัญญาณเพื่อให้ผมที่เป็นผู้ชายของเขามานานเอากะละมังน้ำไปเปลี่ยนให้ทุกสองชั่วโมงก็ตอกย้ำว่าทุกอย่างเป็นความจริง พูดไปใครจะเชื่อ ว่ามาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองนี้กำลังปฐมพยาบาลให้บอดี้การ์ด ที่พ่วงด้วยตำแหน่งคู่นอนเป็นครั้งคราวของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่เมินเธอมาตลอดแท้ ๆ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ปฏิบัติต่อเธอเหมือนสิ่งของไร้ค่า ถึงจะไม่เข้าใจ แต่คนอย่างผมจะกล้าไปคาดเดาความคิดของเจ้านายตัวเองได้ยังไงกัน ผมไม่มีทางเข้าใจคนที่ทั้งซับซ้อนและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมอย่างเขาหรอก ให้ตายก็คนไม่มีวันเข้าใจ และ ไม่อยากจะเข้าใจด้วย
วันต่อมา
"อื้อออ" ฉันบิดขี้เกียจไปมาเล็กน้อยหลังจากตื่นนอนในสภาพเหงื่อเปียกชุ่มชุดนอนไปหมด ถึงจะรู้สึกระบมอยู่บ้างหลังจากเหตุการณ์เมื่อวานก็ตาม ฉันก็นึกว่าตัวเองจะตายไปแล้ว เรื่องนี้ทำให้รู้ว่าความอิจฉาของพวกผู้หญิงเนี่ยช่างน่ากลัวจริง ๆ เลย
20 นาทีต่อมา
หลังจากแงะร่างกายที่อ่อนล้าลุกจากเตียงได้สำเร็จ ฉันก็อาบน้ำแต่งตัวออกมาทำงานทันที ถึงแม้จะสงสัยเรื่องเมื่อวานว่าเหตุการณ์หลังจากสลบไปเป็นยังไงต่อ แต่ทว่ากลับไม่มีใครที่สามารถเอ่ยถามได้เลย เพราะทุกคนที่ฉันเดินผ่านเอาแต่หลบหน้ากันหมดเหมือนกับเห็นผี แต่สิ่งที่น่าแปลกยิ่งกว่าก็คือฉันยังไม่เห็นเอลี่กับพวกลูกสมุนของเธอเลย คิดว่าจะมารอเยอะเย้ย และ ดูผลงานที่พวกเธอทำไว้ซะอีก แต่ก็ดีแล้วที่ไม่ได้เห็นหน้าพวกเธอ เพราะตอนนี้ฉันก็ยังเจ็บท้องน้อยตรงที่พวกเธอเตะอยู่เลย
ตึก.....ตึก.....ตึก
ตอนนี้ฉันกำลังเดินลาดตระเวนรอบ ๆ บ้านตามหน้าที่ ที่ถูกมอบหมายให้ในอาทิตย์นี้ หน้าที่ของทุกคนจะเปลี่ยนไปแล้วแต่ว่าหัวหน้าบอดี้การ์ดจะจัดตารางให้ แต่ทว่าพอเดินไปได้สักพักก็เริ่มเวียนหัวขึ้นมา ร่างกายก็ร้อนวูบวาบเหมือนพิษไข้จะกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง
ฟุบ
ฉันค่อย ๆ ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้หินอ่อนในสวน พักสักหน่อยแล้วว่าจะไปเดินตรวจความเรียบร้อยรอบ ๆ บ้านต่อ แต่ทว่าจู่ ๆ หางตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนเข้า ตอนนี้เขากำลังเดินหน้าตึงบอกบุญไม่รับมาทางฉันแล้ว
"อีริกค์" ฉันพึมพำเบา ๆ ก่อนจะนึกได้ว่าฉันจับคู่กับเขาวันนี้ เขาคงจะเดินมาบ่นเรื่องฉันเข้างานสายละสิท่า
ตึก.....ตึก.....ตึก
ร่างสูงใหญ่มาหยุดยืนตรงหน้าฉัน หากให้ฉันเดา ตอนนี้เขาคงจะคิดว่าฉันกำลังอู้งานสินะ เฮ้อ เพิ่งจะหย่อนก้นนั่งไม่ถึงนาทีเลยด้วยซ้ำ
"จะไปตรวจทีหน้าบ้านใช่ไหม"
"เดินนำไปสิ.....อ๊ะ!" ฉันเอ่ย ก่อนจะลุกขึ้นยืน แต่ทว่าจู่ ๆ ก็รู้สึกหน้ามืดขึ้นมา ฉันเกือบจะล้มหน้าคว่ำพื้นไปแล้ว ซึ่งดีที่อีริกค์เข้ามาคว้าตัวฉันไว้ได้ทัน
หมับ!
"อะ ขอบใจ"
"อย่ามาเพิ่มภาระให้คนอื่น ไม่สบายก็กลับไปพักซะ"
อีริกค์เอ่ยด้วยใบหน้าขมวดมุ่น ก่อนจะยัดบางอย่างใส่มือฉัน และ เดินจากไปทันที ซึ่งฉันก็ได้แต่มองตามหลังเขาไปอย่างงุนงง และ พอมองของในมือก็พบว่ามันคือยาลดไข้นั่นเอง
"ว้าว นี่มันพ่อหนุ่มซึนเดเระนี่นา(◕‿◕❀) " ฉันมองแผงยาลดไข้ในมือยิ้ม ๆ นี่คงเป็นไมตรีแรกเลยที่ได้รับหลังจากทะลุเข้ามาในนิยายสินะ
อีกด้าน
"นายจะทำยังไงเอ็ด"
"ถ้ามีคนเสนอหน้ามาเอาความชอบที่นายทำไปหมด"
"..................." ผมได้แต่นิ่ง ไม่สามารถตอบคำถามผู้เป็นเจ้านายที่เอาแต่จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาราบเรียบยากจะคาดเดาความรู้สึกได้เลย
