บทที่ 11 EP 10 ป้อนยา

EP 10

ป้อนยา

…………………

"ฉันกลับไปนอนได้จริง ๆ ใช่ไหม จะไม่ถูกเรียกไปทำโทษข้อหาอู้งานหรอกใช่ไหมนะ" ฉันพึมพำด้วยความลังเลในขณะกำลังจะเดินกลับห้องเพื่อไปพักผ่อน ใจหนึ่งก็อยากจะกินยาแก้ไข้ในมือ และ นอนหลับข้ามวันไปเลย แต่อีกใจก็หวาดหวั่นต่อกฎที่แสนเข้มงวดของตระกูลนี้เหลือเกิน เพราะหากผิดพลาดไปแม้แต่นิดเดียว บทสรุปที่ได้รับก็คือความตาย ตามเซตติ้งของนิยายเรื่องนี้ เหล่าตัวประกอบคือสิ่งที่ใช้แล้วทิ้งเปลืองยิ่งกว่ากระดาษทิชชูเสียอีก ถึงแม้จะรู้ว่าบทสรุปในนิยายของเกรซจะเป็นแบบไหน แต่ฉันก็ไม่อยากเสี่ยงกับอะไรเลย ฉันค่อนข้างเชื่อในทฤษฎีผีเสื้อกระพือปีกด้วยสิ พอเปลี่ยนแปลงสิ่งเล็กน้อย อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ก็ได้ ยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อวานที่ฉันโดนรุมซ้อมในห้องน้ำเป็นต้น เพราะงั้นหากเนื้อหาในนิยายเปลี่ยนแปลงมากเกินไป ไม่เป็นไปตามต้นฉบับ ฉันก็ไม่รู้จะรับมือกับอนาคตยังไง เพราะการรู้เนื้อหาของนิยายเป็นอาวุธอย่างเดียวที่ฉันมี

"ฮึ่ย!" ฉันตัดสินใจฝืนทนอาการปวดหัว และ วิงเวียนเอาไว้ สู้ไปยืนนิ่ง ๆ ทำหน้าที่เป็นตัวประกอบฉากในห้องของนายมาเฟียจอมโหดสักสองชั่วโมงเพื่อไม่ให้ผิดวิสัย หลังจากนั้นฉันก็จะสามารถกลับมานอนพักในห้องรูหนูนี่ได้อย่างสบายใจแล้ว พอคิดได้ดังนั้นฉันก็หมุนตัวกลับเพื่อเดินไปยังห้องทำงานของราฟาเอลทันที พร้อมกับยัดแผงยาแก้ไข้ใส่กระเป๋ากางเกง

"เอาไว้ค่อยกลับมากินทีหลังแล้วกัน แค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง" ฉันพึมพำเบา ๆ เพราะคิดว่าแค่ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงนี้คงจะไม่มีเรื่องน่าปวดหัวอะไรอีก และ ฉันก็จะได้พักผ่อนอย่างสบายใจ 

ห้องทำงาน

ฉันเดินมาหยุดอยู่ที่ห้องห้องทำงานของนายมาเฟียจอมโหดอย่างรวดเร็ว ฉันสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ดวงตาทั้งสองข้างก็จ้องมองประตูห้องทำงานที่ทำจากไม้ราคาแพงด้วยหัวใจที่สั่นระรัว เพราะการเผชิญหน้ากับคนที่เปรียบดั่งสัตว์ร้ายในห้องนี้มันไม่ง่ายจริง ๆ ถึงจะดูสุขุม สุภาพ แต่นั่นมันก็เป็นเพียงแค่เปลือกนอกเท่านั้น 

ก๊อก

ก๊อก

ฉันเคาะประตูสอง สามครั้ง ก่อนจะเปิดประตูเข้ามาในห้องอย่างแผ่วเบาโดยพยายามซ่อนมือที่สั่นเทาเอาไว้ให้มิดที่สุด ฉันเหลือบมองไปยังโต๊ะทำงานกลางห้องเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าราฟาเอลกำลังนั่งอ่านเอกสารในมือด้วยใบหน้าราบเรียบเช่นเคย พอเห็นแบบนั้นฉันก็ถอนหายใจออกมา รู้สึกปลาบปลื้มใจที่เขาไม่ได้สนใจฉันเลยสักนิด แต่ฉันจะกลัวไปทำไมกันนะ เพราะที่จริงแล้วคนอย่างราฟาเอล นอกจากนางเอกแล้วเขาก็ไม่เคยสนใจใครเลย ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นตายร้ายดียังไง ต่อให้มีคนกำลังจะตายอยู่ตรงหน้าแล้วขอความช่วยเหลือจากเขา สิ่งที่เขาจะเมตตามอบให้ไม่ใช่การพาส่งโรงพยาบาล แต่คืนการยื่นตั๋วไปปรโลกให้ไงล่ะ 

ตึก.....ตึก.....ตึก

ฉันเดินด้วยฝีเท้าที่เบาที่สุด ก่อนจะยืนประจำตำแหน่งของตัวเอง โดยพยายามจะไม่สนใจสายตาทิ่มแทงของอีริกค์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้เขากำลังมองมาด้วยสายตาราวกับจะด่ากันว่ายัยโง่อย่างนั้นแหละ แต่เขาจะทำอะไรฉันได้ล่ะ ตอนนี้เขาด่าฉันเหมือนที่เคยไม่ได้หรอกเพราะอยู่ในหน้าที่ ตอนนี้เขาก็ทำได้แค่ส่งเสียงถอนหายใจเบา ๆ ออกมาเท่านั้นแหละ

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

ภายในห้องทำงานยังคงตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงแค่เสียงพลิกกระดาษของคนที่ทรงอำนาจที่สุดในห้องนี้เท่านั้นที่ดังขึ้นเป็นบางครั้งเวลาเขาพลิกหน้าเอกสาร เป็นไปตามที่นิยายบอกทุกประการ เรื่องที่ว่าทุกการเคลื่อนไหวล้วนตกอยู่ในกำมือของผู้ชายคนนี้ ทั้งความกดดันทั้ง ๆ ที่เขาแค่นั่งทำงานเฉย ๆ ทั้งการที่เขาแค่เหลือบมองมาเป็นบางครั้งแล้วทำเอาคนที่อยู่ใกล้ ๆ มีอาการหายใจติดขัดเพราะความหวาดระแวง ยิ่งใบหน้าพระเจ้าสร้างนั่นอีก แค่เพียงได้มองก็ไม่อยากละสายตา ฉันเข้าใจเกรซทุกอย่างเลยว่าทำไมเธอถึงหลงใหลราฟาเอลนัก ก็เขาเล่นหล่อลากซะขนาดนี้เป็นใครก็คงอดตกหลุมรักเขาไม่ไหว แต่ก็เว้นฉันคนหนึ่งแหละ หากถามว่าตกหลุมรักตอนเป็นตอนละครใช่ไหม ก็คงต้องตอบว่าใช่ แต่ถ้าต้องให้ฉันมาตกหลุมรักเขาจริง ๆ แล้วลงเอยเหมือนเกรซในต้นฉบับก็คงไม่ไหวหรอก ต่อให้หล่อแค่ไหนก็ขอบายค่า

ฟึบ

ฟึบ

ราฟาเอลยังคงนั่งพลิกหน้ากระดาษแฟ้มในมือต่อไป เพราะนั้นเป็นจุดสนใจเดียวในห้องนี้ละมั้งถึงทำให้ฉันจ้องมองนิ้วมือเรียวสวยของเขาไม่หยุด และได้แต่สงสัยว่ามือคู่นั้นที่ใช้สังหารคนมานับไม่ถ้วนสามารถเรียวสวยได้ขนาดนี้เลยหรอ 

'หน้าแบบนี้ถ้าอยู่ในโลกของฉันคงไม่ต้องลำบากมาเป็นมาเฟียหรอก'

'แค่เป็นพระเอกหนังก็อยู่ได้สบายไปทั้งชาติแล้ว'

ฉันคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเพราะไม่มีอะไรทำ แต่เหมือนว่าฉันคงจะฝืนร่างกายที่ยังไม่หายไข้ดีจนเกินไป เพราะจู่ ๆ ฉันก็เห็นใบหน้าหล่อ ๆ ของนายมาเฟียจอมโหดแยกออกเป็นสองอันซะงั้น แถมยังเซจนเกือบจะล้มอีกต่างหาก

หมับ!

อีริกค์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คว้าตัวฉันไว้ได้ทัน ต้องขอบคุณเขาที่ทำให้ฉันไม่ต้องล้มลงไปกองกับพื้นจนอับอายขายหน้า เห็นทีฉันคงต้องเปลี่ยนแผนแล้วผูกมิตรกับเขาสักหน่อยแล้ว เป็นเพื่อนกับหนุ่มซึนเดเระหุ่นหมีก็คงไม่แย่เท่าไหร่ 

"ขอบใจนะ" ฉันกระซิบที่ข้างหูของอีริกค์เบา ๆ ก่อนจะผละตัวออกจากแขนแกร่งของเขา ซึ่งหนุ่มซึนของเราก็ยังเอาแต่ทำหน้าขมวดมุ่นเหมือนอย่างเคย แต่ฉันก็สังเกตได้ว่าใบหูของเขาขึ้นสีแดงระเรื่อขึ้นมา ฉันเห็นอีริกค์ขยับปากพึมพำเหมือนจะพูดบางอย่าง แต่ทว่าจู่ ๆ เสียงเรียบที่แฝงไปด้วยความทรงอำนาจก็ดังขึ้นทำเอาฉันกับอีริกค์ถึงกับสะดุ้ง

"ออกไปได้แล้วครับ" 

ราฟาเอลเอ่ยโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากแฟ้มเอกสาร พอได้ฟังดังนั้นทั้งฉัน และ อีริกค์ก็ค้อมศีรษะให้เขาเล็กน้อยด้วยท่าทางเคารพ ก่อนทำท่าจะเดินออกจากห้อง แต่ฉันก็เดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น

"205"

"คุณอยู่ก่อน"

ตึกตัก!

หัวใจฉันสั่นระรัว ทุกครั้งที่เขาเรียกฉันมันทำให้ฉันเสียวสันหลังไปหมด ฉันอยากตะโกนบอกให้อีริกค์พาฉันไปด้วย แต่เขาจะทำอะไรได้กันล่ะ เขาก็เป็นแค่บอดี้การ์ดที่ถูกจ้างมา ไม่มีทางที่จะมาปกป้องฉันอยู่แล้ว แต่ว่าก็เหมือนเขาจะเหลือบมองฉันด้วยสายตาแปลก ๆ นิดหนึ่งนะ ฉันเดาว่าคงเป็นสายเวทนาละมั้ง

"สั่งมาได้เลยค่ะ คุณราฟาเอล" ฉันรีบหันกลับมาเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายตรงหน้าที่เอาแต่มองฉันด้วยสายตาราบเรียบต่อ

ครืด ตุ้บ!

"มานี่สิครับ"

ราฟาเอลเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท่าทางของเขาราวกับจะบอกให้ฉันขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงานของเขา เพราะเขากวาดกองเอกสารลงบนพื้นหมดเลย และถึงแม้จะตกใจ แต่ฉันจะทำอะไรได้ ก็ทำได้แค่เดินบนนั่งบนโต๊ะเท่านั้น นี่เขาจะทำเรื่องแบบนั้นกับฉันอีกแล้วงั้นหรอ ทั้งที่ตอนนี้ฉันสภาพยับเยินขนาดนี้เนี่ยนะ โห สุดจะโรคจิตเลย

แปะ

เสียงบางยางดังขึ้น ไม่ทันให้ฉันได้ทันตั้งตัว จู่ ๆ ราฟาเอลก็ยัดบางอย่างใส่ปากฉันทำเอาฉันถึงกับสะดุ้งถอยหลังหนี ก่อนที่ภายในปากจะรู้สึกถึงความขม และพบว่ามันคือยาแก้ไข้นั่นเอง

"(-_-)?" ฉันเอียงคอมือคนตรงหน้าเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจโดยยังไม่ได้กลืนยาลงคอ ต้องบอกว่าฉันงุนงงกับสถานการณ์ตรงหน้าอยู่ไม่น้อย

"กลืนซะสิครับ"

"หรือเรื่องนี้ก็ต้องให้ผมทำให้ด้วย"

ราฟาเอลเอ่ย ก่อนจะเท้ามือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะราวกับกำลังกักร่างของฉันเอาไว้ ใบหน้าของฉันห่างจากเขาไม่ถึงคืบ สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอันแสนมีเสน่ห์จนเผลอใจเต้นตึกตัก 

"อึก!" ฉันรีบกลืนยาลงคอทันทีด้วยความรีบร้อน 

"ไปได้แล้วครับ"

"คะ ค่ะ!" สิ้นเสียงราฟาเอลฉันก็รีบกระโดดลงจากโต๊ะและเดินออกมาจากห้องทันที ตอนนี้ไม่รู้เลยว่าที่ใจเต้นโครมครามขนาดนี้เป็นเพราะกลัว หรือ เป็นเพราะอะไรกันแน่

"( -///////-) "

อีกด้าน

หลังจากร่างบางออกจากห้องไปแล้ว สายตาคมที่มองแผ่นหลังเล็กไปจนลับตาก็เหลียวกลับมามองแผงยาลดไข้ในมือ ก่อนที่เขาจะโยนมันลงบนพื้นและเหยียบย่ำมันราวกับขยะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป