บทที่ 6 EP 5 ยูยิตสู
EP 5
ยูยิตสู
…………………
“แฮ่ก ๆ ๆ ๆ”
ฉันหอบหายใจแรงออกมาเป็นระยะ ตอนนี้ฉันกำลังวิ่งออกกำลังกายตามเมนูฝึกที่แสนโหดหินของตระกูลมิลเลอร์ ในทุก ๆ วันก่อนเริ่มงานอารักขา บอดี้การ์ดทุกคนจะต้องตื่นมาวิ่งออกกำลังตั้งแต่ตีห้าของทุกวันเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นอีกหนึ่งชั่วโมงก็จะเป็นเมนูทดสอบการต่อสู้ที่จะเปลี่ยนแปลงแบบสุ่มไปเรื่อย ๆ โดยไม่บอกล่วงหน้าว่าเป็นการทดสอบศิลปะการต่อสู้ชนิดไหน ซึ่งนั่นทำเอาฉันรู้สึกหวาดหวั่นเหลือเกิน เพราะอดีตเจ้าของร่างอย่างเกรซนั้นคือมือหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะถูกทดสอบด้วยอะไรเธอก็สามารถเอาชนะผู้ชายตัวโตได้เสมอ แต่ทว่าสำหรับฉันแล้วก่อนจะเข้ามาสวมร่างก็ยังไม่เคยทะเลาะตบตีกับใครเลยสักครั้ง สกิลการเอาตัวรอดก็เป็นศูนย์ ฉันจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ตอนนี้ได้ยังไง ฉันล่ะหนักใจจริง ๆ เลย
ตึก ตึก ตึก
ในขณะที่ฉันกำลังคิดไม่ตก เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของใครบางคนก็วิ่งมาขนาบด้านข้างของฉันอย่างไม่ทันรู้ตัว
“เมื่อคืนหนักหน่วงเกินไปสินะ ถึงได้วิ่งด้วยท่าทางน่าสมเพชแบบนี้”
ชายร่างสูงที่วิ่งมาขนาบข้างของฉันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดูถูกดูแคลน ใบหน้าของเขาในยามที่มองฉันนั้นแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารังเกียจกันเสียเต็มประดา ซึ่งฉันสามารถรู้ได้ทันทีเลยว่าเขาคือใคร เขาก็คือหนึ่งในคนที่ไม่ชอบความทะเยอทะยานของอดีตเจ้าของร่าง เป็นทั้งคู่ปรับ และ คู่กัดกันมานานแสนนาน
“อีริกค์?” ฉันพึมพำชื่อของคนที่มองฉันด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์อยู่เบา ๆ เขาเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ภายใต้เสื้อออกกำลังกายรัดรูปสีดำนั้นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นลอนสวยเพราะผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนัก ขัดกับใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาราวกับพระเอกเกาหลีที่ฉันชอบดู
“จิ๊!.....เกิดบ้าอะไรขึ้นมา” จู่ ๆ อิริกค์ก็ขมวดคิ้วด้วยท่าทางฉงนสงสัย เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนจะจิ๊ปากใส่ฉันด้วยความไม่พอใจ ซึ่งตอนแรกฉันก็ไม่สามารถสาเหตุ ก่อนจะนึกได้ว่าปกติแล้วเกรซไม่เคยเรียกชื่อของบอดี้การ์ดคนไหนมาก่อน เธอจะเรียกเฉพาะโค้ดเนมเท่านั้น
“.....206 นายมีปัญหาอะไรกับฉัน?” พอรู้ตัวว่าเผลอตัวไปฉันก็รีบสวมบทบาทของเกรซ โคปาทันที ทั้งทำหน้าเย็นชา และ น้ำเสียงราบเรียบยียวนใส่เขา ฉันหวังว่าตัวเองจะสามารถแสดงเป็นเกรซได้ดีพอจะตบตาเขาได้นะ
“หึ การฝึกวันนี้ฉันจะไม่ออมมือให้เธอแน่” อีริกค์เอ่ยเสียงเข้ม ก่อนจะเหยียดยิ้มใส่ฉันด้วยท่าทางดูถูกดูแคลนและวิ่งจากไปทันที ซึ่งฉันก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมเขาถึงทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับฉันขนาดนี้ ก็เขาเคยเกือบตาบอดเพราะเกรซมาแล้วน่ะสิ
“จะรอดไหมวะเนี่ยตู (T^T) ”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
หลังจากวิ่งครบหนึ่งชั่วโมงแล้ว เหล่าบอดี้การ์ดทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องฝึกซ่อมศิลปะการต่อสู้ หัวใจฉันเต้นระส่ำเมื่อได้รู้ว่าวันนี้วันนี้สิ่งที่จะถูกทดสอบก็คือ ยูยิตสูนั่นเอง และ ยิ่งมองไปทางอีริกค์ที่เอาแต่จ้องมองฉันนิ่งก็ยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นเหลือเกิน
กร๊อบ ๆ
นั่น ๆ ไอ้หมอนั่นมันหักนิวโชว์ด้วย ฉันแกล้งเป็นลมดีไหมนะ กรี๊ด! สีน้ำอยากกลับบ้าน กลัวโว๊ย (T^T)
“205 กับ 206 ออกมาทดสอบ” เสียงของครูฝึกดังขึ้น เรียกสติที่กระเจิดกระเจิงของฉันให้กลับมาประทับร่างอีกครั้ง และ ถึงแม้จิตใจจะหวาดหวั่น แต่ฉันก็ได้แต่ซ่อนมันเอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบนิ่ง ค่อย ๆ เดินออกไปประจันหน้ากับชายร่างสูงกว่าตัวเอง สองมือจับกระชับเชือกของเสื้อแน่น
กึด!
“เริ่ม!” สิ้นเสียงของครูฝึกอีริกค์ก็พุ่งเข้าใส่ฉันทันที ภาพตรงหน้าของฉันมันพร่าเบลอไปหมดจนจับต้นชนปลายไม่ถูก มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ถูกร่างสูงใหญ่จับล็อกเอาไว้เสียแล้ว
หมับ! กึด
“สติยังไม่กลับมาสินะถึงได้เปิดช่องโหว่มากขนาดนี้”
“คนอย่างเธอนี่มันน่ารังเกียจจริง ๆ เลย” อิริกค์กระซิบที่ข้างหูในขณะที่กอดรัดฉันเอาไว้แน่น
“อึก.....อ๊ะ!” ฉันเผลอส่งเสียงครางออกมาเพราะความเจ็บ ทว่าไม่รู้ทำไมพออีริกค์ได้ยินดังนั้นเขาก็เหมือนจะผ่อนแรงลงเสียดื้อ ๆ และในขณะที่ฉันคิดว่าตัวเองจะตายแล้ว จู่ ๆ ร่างกายของฉันที่เหมือนจะจดจำทุกการกระทำที่เคยผ่านมาได้ก็สามารถทำการตอบโต้กลับอีกฝ่ายได้อย่างมสมน้ำสมเนื้อ! นี่สิ จะให้เข้ามาสวมร่างทั้งทีก็ควรให้สิทธิพิเศษกันบ้าง นึกว่าจะตายซะแล้ว
หมับ! กึด!
“อีกริกค์! อีริกค์!” เหล่าเพื่อนร่วมงานที่ไม่ชอบขี้หน้าฉันต่างส่งเสียงเชียร์อีริกค์กันเสียงดังกังวาน ในขณะที่ฉันและอีริกค์ยังคงยื้อยุดกอดปล้ำกันไม่หยุด และ ยังไม่เห็นหนทางว่าใครจะเป็นผู้ชนะ แต่ทว่าเสียงทุ้มราบเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยความทรงอำนาจของใครบางคนก็ดังขึ้น ทำเอาฉัน และ อีริกค์ที่กำลังกอดรัดกันเผลอหันไปมองเขาเป็นตาเดียว
“ฝึกซ่อมกันอย่างแข็งขันเลยสินะ”
‘ราฟาเอล?’ ฉันพึมพำในใจที่เห็นว่านายพระเอกโรคจิตกำลังจ้องมองฉันกับอีริกค์ด้วยสายตาราบเรียบ แต่กลับแฝงไปด้วยความกดดัน ไม่รู้ทำไมฉันถึงรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ กับสายตาของเขาที่จ้องมองมาเหลือเกิน ต้องรีบออกจากสถานการณ์ตอนนี้ให้เร็วที่สุด ฉันบอกตัวเอง
หมับ! ตุ้บ
ในขณะที่อีริกค์เผลอ ฉันได้โอกาสเกี่ยวร่างสูงใหญ่ของเขากดลงบนพื้นของจะขึ้นไปนั่งคร่อมเขาเอาไว้ทันที
“อั่ก!” อีริกค์นิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะความจุก ก่อนจะเม้มปากใส่ฉันด้วยท่าทางหงุดหงิดที่ถูกฉันจับกดลงกับพื้นจนได้
“คิก (^_^) ” พอเห็นแบบนั้นฉันก็เผลอยกยิ้มออกมาด้วยความขบขัน ทำเอาคนใต้ร่างมีอาการนิ่งไป
วาบ!
แต่แล้วจู่ ๆ ฉันที่เหมือนจะลืมการมีอยู่ของราฟาเอลไปชั่วคราวก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา
“ไปเอาชุดมาให้ผมที”
“พอดีจู่ ๆ ก็รู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาขอร่วมวงด้วยคนนะ (^_^) ” ราฟาเอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่ทว่าไม่รู้ทำไมคนฟังถึงขนลุกซู่กันไปหมด
‘ไมฉันถึงรู้สึกว่าเขากำลังโกรธอยู่กันนะ (-_-) ’
สิบนาทีต่อมา
ปึก! ๆ ๆ ๆ
“อึก! แฮ่ก ๆ”
มือหนาของอีริค์ที่ถูกเลือกให้เป็นคู่ซ้อมของราฟาเอลทุบพื้นอย่างเอาเป็นเอาตาย หลังจากถูกอีกฝ่ายรัดคอจนหน้าดำหน้าแดงใกล้สิ้นลม ใบหน้าของราฟาเอลเรียบเฉย เขายังคงไม่ได้ปล่อยอีริกค์ออกจากอ้อมแขนถึงแม้อีกฝ่ายจะยอมแพ้แล้ว แต่ทว่าเขากลับใช้สายตาคมจ้องมองมายังฉันที่ยืนมองการกระทำอันป่าเถื่อนของเขาอยู่แทน และเมื่อเห็นว่าอีริกค์ใกล้หมดลมเต็มที ในที่สุดเขาจึงยอมปล่อยอีกฝ่ายให้เป็นอิสระ ทำเอาอีริกค์รีบสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่
‘นี่เขากะจะฆ่าคนหรือไงกันเนี่ย?’
