บทที่ 1 ปฐมบท
@ KT NIGHT CLUB
“ดื่มให้เมา! วันนี้ไม่เมาไม่กลับ!”
“ยอดเลยค่ะเพื่อนรัก”
ฉันตื่นเต้นตาม ‘ใบปอ’ เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยประถมที่กำลังกระดกขวดเหล้าสุดหรูตรงหน้าอย่างคึกคัก วันนี้เป็นวันฉลองวันครบรอบ ‘ความโสด’ ของเราทั้งคู่ที่รักษากันมายาวนานกว่ายี่สิบปี และเราทั้งสองก็ต่างมีความสุขมากๆ เมื่อได้รู้ว่าอีกไม่กี่ปีต่อมาจากนั้น เราก็จะได้ขึ้นคาน ไม่สิ ใช้ชีวิตกันอย่างคุ้มค่าโดยที่ไม่มีตัวผู้ที่ไหนมาขัดขวางวิถีชีวิตของพวกเรา!
ชีวิตคนโสดมันก็ดีแบบนี้นี่เอง
“เอ้า! เอาไปอีกขวดสิยัยหวา เอาให้อ้วกกันไปข้างเลย!” ยัยใบปอพูดเสียงดังพลางชูขวดเหล้าอีกขวดมาให้ฉันที่ก็เริ่มจะตาปรือๆ ไปแล้วเหมือนกัน
“จัดไป!” ฉันคว้ามาไว้ข้างตัวพลางกระดกมันเข้าปากราวกับน้ำเปล่า เรอดังเอื้อกพร้อมกับทุบอก “ฮ้า... สะใจสุด!!”
“เป็นไง เครื่องร้อนเลยมั้ยล่ะ” เพื่อนรักตลอดสิบกว่าปีหัวเราะไม่หยุด มันมองบรรยากาศรอบๆ ก่อนที่จะฉีกยิ้ม “คิดถึงจังเลยนะ”
“คิดถึงอะไรของมึง?” ฉันถามพร้อมกับยกขวดกระดกอีกอึก ยัยปอเลยท้าวคางยิ้มแล้วยิ้มอีก
“ก็ที่เราโสดกันมายี่สิบกว่าปีได้ทั้งคู่โดยไม่มีผู้ชายหน้าไหนสามารถครองใจเราได้สักคน นี่มันโคตรสุดยอดไปเลยไม่ใช่เหรอ”
“อืม ก็นะ” ฉันยักไหล่ “แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีคนที่ชอบนี่ แค่ชอบใครก็ดันแห้วมีเมียไปหมดแล้วเท่านั้นเอง”
“แล้วมึงไม่แปลกใจเหรอว่าทำไม” มันเปลี่ยนสีหน้าเป็นขึงขังจริงจังพร้อมกับกระดิกนิ้วเรียกฉันให้ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ “มานี่หน่อยดิยัยหวา”
“อะไรๆ ไม่ใช่หมานะเว้ยจะได้มากระดิกนิ้วเรียก” ฉันที่เริ่มเมาแล้วเลยทำท่าหาเรื่องมัน อยู่ดีๆ ก็ถามอะไรไม่เข้าท่า ฉันน่ะเหรอจะรู้สึกแปลกใจ? ไม่เลย ก็แค่ดวงความรักมันต่ำ หมอดูหมอเดาก็ทำนายทายทักว่าจะได้เนื้อคู่ในเครื่องแบบ แต่ไม่เห็นจะมีคนในเครื่องแบบมาชอบสักคน
“เออน่า ยื่นหน้ามาเหอะ” ฉันทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างไม่พอใจ ก่อนที่จะยื่นหน้าเข้าไปหามตามคำสั่ง และต่อมาก็ถูกยัยนั่นคว้าหัวเข้ามาอย่างแรงจนหน้าผากของเราทั้งคู่ชนกันอย่างจัง ยัยใบปอถึงได้พูดอะไรบางอย่างออกมา “นี่... ไหนๆ ก็ไหนๆ เรามาพนันกันเอามั้ย”
โอ้ย กลิ่นเหล้ามันนี่เหม็นหึ่งสุดๆ เลยอ่ะ
“เออได้ พนันเรื่องอะไรล่ะ” ฉันตอบกลับไปส่งๆ พลางพยายามแงะนิ้วเรียวๆ ของมันที่คาอยู่บนหัวออกอย่างทุลักทุเล แต่ยัยใบปอก็ไม่ยอมปล่อยหัวของฉันให้เป็นอิสระเลย กลับกันยัยนั่นก็ยิ่งทำสีหน้าขึงขังยิ่งกว่าเก่าเสียอีก
ได้โปรด ปล่อยฉันให้ได้หายใจด้วยอากาศบริสุทธิ์ที่ไม่เหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าราคาแพงของแกบ้างเหอะ
“เรามาแข่งกินเหล้ากัน ถ้าใครใช้เวลากินเหล้าสองขวดน้อยกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ และบทลงโทษของฝ่ายแพ้ก็คือจะต้อง ‘จับ’ ผู้ชายสักคนมาเป็นผัวให้ได้ภายในหนึ่งอาทิตย์!”
มะ... มันบ้าไปแล้ว บ้าแบบกู่ไม่กลับเลยด้วย!
“มึงจะบ้าเหรอ! ไหนบอกว่าจะโสดไปจนวันตายพร้อมกันไง” โอเค ถึงจะเริ่มกรึ่มๆ แต่มีสติสุดๆ เลยตอนนี้ หรือไม่มีก็ไม่รู้ พลันนั้นฉันก็นึกไปถึงภาพตัวเองตั้งแต่สมัยอนุบาลยันจบมหาลัย ที่ไม่ว่าจะชอบใครก็ต้อง
แห้วเสมอ
“ก็พอมาคิดถึงเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้มันต่ำสุดๆ เลยนี่” มันทำเสียงเล็กเสียงน้อย ก่อนที่จะปล่อยหัวของฉันให้เป็นอิสระ “แล้วอย่างมึงน่ะ... กูว่าน่าจะมีสามีเหมือนเค้าบ้างน่ะดีแล้ว”
อ้าว นี่มันคือการทรยศระหว่างความเป็นเพื่อนใช่รึเปล่าวะ
“กูไม่ทำ! ให้ตายยังไงก็ไม่ทำ!!”
“งั้นกูจะตัดความเป็นเพื่อนกับมึง” ฉันอ้าปากพะงาบๆ เมื่อมันพูดออกมาพร้อมกับสีหน้าเฉยชา ถึงแม้ว่าจะเมาอยู่ก็เหอะ “เอาสิ ถ้ามึงอยากให้ความเป็นเพื่อนของเราขาดกันก็ไม่ต้องทำ”
ฮึก
อีบ้าเอ้ย แล้วอย่างงี้จะมีทางเลือกมั้ยล่ะ
ก็กูมีมึงเป็นเพื่อนคนเดียวอ่ะ!
เท้าความไปตั้งแต่สมัยประถมถึงช่วงมหาลัย...
ฉันขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงที่หน้าเหวี่ยงที่สุดในโลก คือสวย มีไฝใต้ตาแบบนางเอกมังฮวาเกาหลี ผมสีน้ำตาลตั้งแต่กำเนิดเพราะเป็นลูกครึ่ง กับส่วนสูง 160 ตามแบบฉบับนางแบบ ผิวขาวสวยเนียนนุ่ม และใบหน้าที่เหมือนถูกประทานพรมาจากสวรรค์
แต่! เสียที่ดันหน้าเหวี่ยงมาก หางตาเชิดแถมเวลาทำหน้านิ่งก็โคตรจะหน้ายักษ์สุดๆ
นั่นเป็นสาเหตุที่ส่วนหนึ่งไม่มีผู้ชายเข้าหาจนโสดสนิทศิษย์ส่ายหน้ามาตลอดปี ได้แต่แอบชอบคนหล่อๆ ไปวันๆ แต่ไม่ว่าจะชอบใครก็แห้วไปซะทั้งหมด เพราะส่วนมากมีเมียอยู่แล้ว แถมเมียยังดูเป็นผู้หญิงน่ารักเรียบร้อยดุจผ้าทอไว้
ขาวๆ หมวยๆ หน้าตาจิ้มลิ้มดูเฟลนด์ลี่แต่หน้าอกหน้าใจใหญ่สะบึม ส่วนสูงไม่ถึง 158 คือนิยามของสเป็คของผู้ชายในสมัยนี้
ซึ่งมันไม่มีในตัวฉัน!
ฉันบีบแก้วเหล้าในมือแน่นตอนที่กำลังพยายามกระเดือกน้ำที่ขมยิ่งกว่ายาพาราแบบกินไม่มีน้ำลงคอ อาจเพราะว่าหน้าเหวี่ยงเป็นยักษ์มารแบบนี้ ถึงไม่มีเพื่อนผู้หญิงเลยสักคน จะมีอยู่คนเดียวที่รู้ว่าหลังหน้าที่แสนจะเหวี่ยงของฉัน มันมีความบ้าบอซ่อนอยู่
นั่นก็คือยัยใบปอ มีมันคนเดียวที่ยังคบฉันจนเราจบมหาลัยและทำงานทำการ
ปึง!!
“ไม่ไหวแล้วจ้า ~” ฉันโอดครวญออกมาด้วยความมึนเมาแบบเต็มพิกัดพร้อมกระแทกขวดเหล้าในมือที่ยังเหลืออยู่เกือบครึ่งขวดลงอย่างหมดสภาพ ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าตอนนี้ฉันเวียนหัวแบบสุดๆ
ใช่ แล้วที่สำคัญก็อยากอ้วกด้วย
“แกแพ้แล้ว!” ยัยใบปอหัวเราะออกมาอย่างสะใจพลางวางขวดเหล้าที่หมดขวดกระแทกตรงหน้าฉันที่ฟุบอยู่กับโต๊ะอย่างสวยงาม
หนอย อีเพื่อนบ้า
“เจ็บใจนัก... อุ้ก!” ฉันเอามือมาปิดปากเอาไว้แน่นเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงดันบางอย่างภายในท้อง เกิดอาการอยากคายของเก่าขึ้นมาทันที “ทะ... โทษทีนะยัยปอ กูขอไป... อุ้ก! อ้วกก่อนนะ”
“เออ แล้วอย่าลืมข้อตกลงระหว่างเรานะเพื่อน”
“ย่ะ!” ฉันระแทกเสียงใส่มันที่หัวเราะออกมาพร้อมกับยกเหล้าขวดที่สามขึ้นกระดกลงคอรวดเดียวอย่างนึกแค้น มันคอแข็งออกขนาดนี้ยังจะมาขอแข่งดื่มเหล้าแรงๆ แบบนั้นกับคนคออ่อนอย่างฉันอีกนะ เหอะ! แค่ขวดเดียวฉันก็ตายรวดแล้ว!!
“โอ้ย มึนชะมัด” ฉันโอดครวญพร้อมกับเดินโซซัดโซเซไปตามทาง เดินพิงผนังไปเรื่อยๆ จนเห็นห้องน้ำอยู่ตรงหน้า ฉันคลี่ยิ้มเล็กน้อยด้วยความปิติ ก่อนที่จะเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว
แต่ทว่า...
“เฮ้ย! เธอเข้ามาได้ยังไงวะ”
“ผะ... ผู้หญิงนี่หว่า!”
ฉันยืนค้างกลางอากาศอยู่หน้าประตูห้องน้ำอย่างตกใจ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือผู้ชายสี่ห้าคนกำลังยืนปลดทุกข์อยู่หน้าโถส้วมสำหรับผู้ชายพร้อมกับเอามือปิดไอ้นั่นกันเป็นพัลวัน พวกเขาต่างก็หน้าซีดเผือดและดวงตาเบิกกว้าง
และต้นเหตุก็ไม่ใช่ที่ไหน... มันก็คือฉันเองนั่นแหละที่เข้าห้องน้ำผิด!
ทำยังไงดีอ่ะ ฉะ... ฉันเห็นมันจะๆ แบบไม่มีเซ็นเซอร์ไปแล้ว ตัวอะไรไม่รู้ยาวๆ ใหญ่ๆ คล้ำๆ เหมือนงวงช้างเลย
โอ้ย เข่าอ่อน ~
ตุ้บ!
“อะ”
ฉันเบิกตากว้างน้อยๆ เมื่อยังไม่ทันที่ร่างของตัวเองจะสัมผัสพื้นกระเบื้องด้านล่าง ทั้งตัวของฉันก็ถูกรองรับเอาไว้ด้วยมือแกร่งของใครสักคน ฉันก้มลงมองมือที่ดูแข็งแรงนั้น ก่อนที่จะเงยหน้ามอง ‘สุภาพบุรุษ’ ที่เอื้อมมือมารับร่างอันแสนบอบบางของฉันเอาไว้ และทันทีที่ได้เห็นใบหน้าของเขาชัดๆ เต็มสองตา ดวงตาของฉันก็เบิกกว้างแบบสุดๆ อย่างตกใจ (อีกสักรอบ)
ผู้ชายตรงหน้ามีร่างสูงโปร่งและใบหน้าที่หล่อเหลาคมสัน สีหน้าที่ดูดุดันเล็กๆ ของเขาช่างแสนเร้าใจสิ้นดี จมูกของเขาโด่งมาก และเขาก็มีริมฝีปากบางรูปกระจับที่น่าจุ้บแบบสุดๆ
แล้วก็ดวงตาสีไพลินนั่นน่ะ กะจะจ้องกันให้ทะลุถึงไส้ถึงพุงกันเลยเหรอไงคะ!
ละ เลือดกำเดาฉันจะพุ่ง หล่อไปแล้ว! หล่อเกินคำบรรยายไปแล้ว!
“เป็นอะไรรึเปล่า?” เสียงทุ้มต่ำสุดเซ็กซี่ที่ทำให้ฉันแทบจะละลายคาพื้นห้องน้ำดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าหล่อคมแบบเลือดซิบๆ นั่นเคลื่อนเข้ามาใกล้ราวกับจะดูอาการของฉันที่บัดนี้ดวงตากลายเป็นรูปหัวใจไปแล้ว
จะไม่ไหวแล้วนะ!
“เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะ” แม้ในใจจะกรีดร้องแทบสุดเสียง แต่ต่อหน้าผู้ชายก็ต้องคีพลุค ฉันพูดพร้อมกับยิ้มหวานที่คิดว่าโคตรน่ารักที่สุด ก่อนที่จะค่อยๆ ผละออกจากตัวของเขาอย่างช้าๆ แบบมีชั้นเชิง “ขอบคุณนะคะที่มารับ... อุ้ก!”
แต่... ฉันดันลืมเรื่องสำคัญไปซะสนิทเลย
“นี่คุณ...”
“...”
“คุณ! เป็นอะไรมั้ย...”
“โอ้ก!”
