บทที่ 5 EP.3

 “โอ้โห...”

และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ฉันต้องร้องออกมาเบาๆ อย่างตกตะลึงเมื่อได้ขึ้นไปเห็นห้องทำงานของคิมหันต์อย่างชัดถนัดตา เพราะมันคือห้องสีทึบกว้างๆ ที่มีโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารกองมากมายเท่าภูเขา ข้างโต๊ะมีโซฟากำมะหยี่สีดำและชั้นหนังสือวางอยู่ แม้มันอาจจะดูรก แต่เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นภายในห้องนี้ก็มีสไตล์เป็นของตัวเองและตกแต่งได้อย่างเรียบหรูและดูมีราคา

“เฮ้อ...” ร่างสูงเดินไปยืนหน้าโต๊ะทำงานของเขา จ้องมองเอกสารกองโตด้วยสีหน้าหนักใจพลางพึมพำออกมาเบาๆ “... ท่าทางวันนี้คงจะไม่ได้พัก”

“หืม...” ฉันครางออกไปเบาๆ พร้อมกับจ้องมองร่างสูงที่เคลื่อนตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพร้อมกับพินิจเอกสารบนโต๊ะใบแล้วใบเล่า “นี่คุณ... ให้ฉันช่วยมั้ย?”

เขาเงยหน้ามองฉันเล็กน้อย ก่อนที่จะตอบ “ไม่... นั่งรอไปนั่นแหละดีแล้ว”

ชิชะ =3=!

“ก็ได้... ก็ได้!” ฉันยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่จะกระโดดลงบนโซฟาพลางคว้าหนังสือเล่มหนึ่งจากชั้นหนังสือมาเปิดเล่นอย่างไม่มีอะไรทำ “คู่มือการไฟฟ้า... หืม =_=”

ฉันเก็บหนังสือไร้สาระ (?) เล่มนั้นบนชั้นหนังสือตามเดิม ก่อนที่จะคว้าเล่มใหม่ขึ้นมาอ่านอีกครั้ง “คู่มือการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ... เหอะ!”

เก็บ...

“ฝึกความคิดและความรอบคอบ... ของคุณ =_=”

เก็บ...

“วัดไอคิวและระดับมันสมอง... แหวะ!”

เก็บ...

“ร่างกายและโครงสร้างของมนุษย์... โอ้ยยย ทำไมถึงมีแต่หนังสือประเภทนี้ทั้งนั้นเลยล่ะเนี้ย =O=!!” ฉันโวยวายพลางกระแทกหนังสือเล่มนั้นเข้าชั้นหนังสืออย่างหงุดหงิด คิมหันต์ที่กำลังเซ็นต์เอกสารยิกๆ เงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาทำงานต่ออย่างไม่ใส่ใจ

หนอยยย หงุดหงิดแล้วนะ! โกรธแล้ว >O<!!

“...”

“นี่คุณ! หัดใส่ใจมั้งสิ!!” ฉันโวยลั่นพลางโยนหนังสือเล่มนั้นลงพื้นอย่างไม่ใยดี ร่างสูงของคิมหันต์ถอนหายใจยาวๆ พลางเงยหน้ามามองฉันด้วยสีหน้านิ่งเรียบ “เอะอะก็มีแต่หนังสือมีสาระๆ ฉันอ่านไม่ได้นะ เข้าใจกันมั้งสิคุณ!!”

“ก็เพราะเธอเป็นคนไม่มีสาระไง... เธอเลยอ่านไม่ได้” ฉันอ้าปากพะงาบๆ เมื่อเขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงยียวนพร้อมกับรอยยิ้มยั่วโมโหที่พอมองไปแล้วแทบจะหลุดกรี๊ดออกมา “ที่นี่เค้ามีแต่คนมีสาระทั้งนั้นล่ะ ถ้าไม่พอใจก็กลับบ้านไปเลยไป”

“นะ... นี่คุณไล่ฉันเหรอ =O=!!”

“หืม...” เขาทำท่าทางคิดหนัก ก่อนที่จะฉีกยิ้มออกมา “ใช่... ไม่พอใจเหรอ J”

กรี๊ดดดดดด!!

“ไม่ไป! ก็ฉันเป็นภรรยาคุณนี่!!” ฉันงัดไม้เด็ดมาใช้พลางกระตุกยิ้มยั่ว แล้วนั่นก็ทำให้คิมหันต์ที่ทำท่าว่าจะก้มลงเขียนเอกสารชะงักไปพลางเงยหน้ามองฉันอย่างตะลึง “ฉันก็ควรจะอยู่กับ ‘สามี’ ของตัวเองสิคะ ~”

“... ว่ายังไงนะ” ร่างสูงในชุดเต็มยศวางปากกาลงพลางจ้องมองฉันไม่วางตา ถึงใบหน้านั้นจะดูนิ่ง แต่แก้มของเขาก็เริ่มซับสีชมพูจางๆ ขึ้นมาเล็กน้อย แล้วนั้นก็ทำให้ฉันที่ผุดลุกขึ้นยืนเท้าสะเอวอยู่รู้สึกเสียศูนย์ไปในทันที

อะ... อะไรกัน ก็เห็นเมื่อกี้เขายังกล้าพูดว่าฉันเป็นเมียได้อย่างไม่อายปากเลยนี่ แล้วอยู่ดีๆ จะมาเกิดอาการเก้อเขินได้ยังไงกัน หรือฉันพูดอะไรผิดไป =O=!!

“ทะ... ทำไมมองหน้าฉันอย่างนั้นล่ะ” ฉันถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เมื่อเห็นว่าดวงตาสีไพลินคู่นั้นจ้องมองฉันด้วยแววตาแปลกๆ ที่ชวนให้ใจหวิวได้ง่ายๆ และทันทีเมื่อเขารู้สึกตัว ร่างสูงจึงกระแอมกระไอเบาๆ เพื่อแก้เขิน ก่อนที่จะหันหน้าหนี

“เปล่า...” เขาลูบใบหน้าตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะทำทีเป็นมองทางโน้นทางนี้ไปเรื่อย “ก็แค่... ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนมาพูดแบบนี้โต้งๆ กับฉัน”

แหม... ทีตัวเองยังกล้าพูดเลยเนอะ =_=

“คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอคุณ” ฉันเบ้ปากพลางต่อล้อต่อเถียงเขากลับไปอย่างรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาเล็กน้อย “ผู้ชายหน้าตาดีแล้วก็เป็นถึงระดับพันเอกอย่างคุณเนี้ยนะไม่เคยมีผู้หญิงมาพูดแบบนี้... ให้ตายก็ไม่เชื่อหรอก”

“อะแฮ่ม!” ร่างสูงกระแอมไออีกครั้ง ก่อนที่เขาจะทำใจกล้าหันมาสบตากับฉัน “ฉันไม่ได้เพียบพร้อมขนาดนั้นหรอก เธอก็ชมฉันเกินไป”

“มะ... ไม่ได้ชมนะ!” ฉันเถียงกลับพร้อมกับใบหน้าที่ร้อนวูบขึ้นมานิดๆ “กะ... ก็แค่เห็นว่าคุณดูมีอนาคตดี ก็เลยพูดไปเฉยๆ ก็เท่านั้นแหละ!”

“หืม...” ท่าทางเขินอายเมื่อสักครู่หายไปและถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ใบหน้าหล่อเหลาของร่างสูงทันที “ไม่คิดเลยนะว่าจะโดนเธอมองแบบนั้น J”

ผะ... ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ร้ายกาจที่สุดเลย!!

“ฉะ... ฉันไม่ได้มองคุณแบบนั้นนะ! ไม่ได้ชื่นชมคุณด้วย!!”

“อ๋อ... อย่างงั้นเหรอ J”

เหมือนยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนคำแก้ตัว... ทำไมกันนะทำไม TOT!!

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่...!!”

ปึง!!

“คิมที่รักคะ ลิลินมาแล้วค่า!”

ฉันกลืนคำพูดทุกคำลงไปในลำคอเมื่อได้ยินเสียงหวานจ๋อยพร้อมกับร่างเพรียวระหงของใครบางคนที่เปิดประตูเข้ามาอย่างกระทันหัน และเมื่อคิมหันต์สบตากับแขกผู้มาเยือนที่ยืนอยู่ด้านหลังฉัน ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงทันที

ทำไมเขาทำหน้าอย่างงั้นล่ะ =_=

ฉันเอียงคอมองร่างสูงอย่างสงสัย แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปากถามอะไรออกไป หญิงสาวเจ้าของเสียงแจ๋นๆ เมื่อครู่ก็กระแทกไหล่ฉันอย่างแรงจนเซไปด้านหลัง ก่อนที่เธอจะพุ่งตัวเข้าไปโอบกอดร่างสูงที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยการนอนพาดข้ามโต๊ะไปเลยทีเดียว =O=!

“คิดถึงจังเลยดาร์ลิ้งของลิลิน จากกันไปตั้งนานคุณดูหล่อขึ้นเยอะเลยนะคะ” ร่างเพรียวสมส่วนที่สวมใส่เดรสสั้นสีแดงจี๊ดแสบตากระซิบข้างหูของคิมหันต์ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากระซิบกันอีท่าไหนมันถึงดังเข้ามาถึงหูฉันได้ก็ไม่รู้ “แล้วยิ่งคุณใส่ชุดเต็มยศแบบนี้... มันดูเท่ระเบิดไปเลยค่ะ โอ้ยยย พูดแล้วเขิน มาให้จุ้บสักทีสิคะดาร์ลิ้ง ~”

นี่เหรอคืออาการเก้อเขินของหล่อน! กรี๊ดดด ปวดเศียรเวียนเฮด =O=!!

“ปล่อย... ปล่อยผมก่อนนะลิลิน” คิมหันต์พูดอย่างสุภาพพลางค่อยๆ ดันตัวหล่อน (เปลี่ยนสรรพนามอย่างกระทันหัน) ออกไปอย่างเบามือ “คุณมาที่นี่ได้ยังไง... ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

“เรื่องลิลินจะมายังไงช่างมันเถอะค่ะ รู้แค่ว่าลิลินมาเพราะคิดถึงคุณ” ผู้หญิงที่ชื่อลิลินจีบปากจีบคอพูดพลางแสร้งทำเสียงสั่น แล้วฉันก็ดูออกว่ามันจริตสุดๆ ขนาดไหน =_= “ลิลินทนไม่ไหว... ก็เลยมาหาคุณถึงที่นี่เลย คุณดีใจมั้ยคะ?”

“เอ่อ...” ร่างสูงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้อึกอักเล็กน้อย

“ว่าแต่... ยัยนี่เป็นใครน่ะคะคิม?” ยังไม่ทันที่คิมหันต์จะตอบอะไรกลับไป ยัยลิลินที่หันมาสบตากับฉันเข้าพอดีจึงออกปากถามแทรกขึ้นพร้อมกับมองหน้าฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่เป็นมิตร “คนรับใช้เหรอ... แต่แต่งตัวดีไปหน่อยมั้ง”

หนอยยย ยัยนี่... เล่นอะไรไม่รู้จักแม่ซะแล้ว!

“ฉันไม่ใช่คนรับใช้หรอกค่ะ...” ฉันแสร้งฉีกยิ้มหวาน ก่อนที่จะใช้แรงเฮือกสุดท้ายของตัวเองพุ่งตัวชนยัยลิลินออกไปให้พ้นทาง ก่อนที่จะกระโดดข้ามโต๊ะลงที่ตักของคิมหันต์ที่นั่งทำสีหน้าตกตะลึงอยู่แบบนั้นอย่างสวยงาม แล้วฉันก็ไม่รอช้าที่จะโอบรอบคอเขาไว้ พร้อมกับหอมแก้มให้แม่ลิลินดูฟรีๆ แบบครบเซ็ตอีกด้วย

“นะ... นี่เธอ!!”

“ไม่ใช่คนรับใช้... แต่เป็น ‘เมีย’ ต่างหากล่ะคะ J”

“นะ... นี่” คิมหันต์หันมาสบตากับฉันที่นั่งโอบรอบคอเขาอยู่บนตักด้วยแววตาตกใจสุดขีด และฉันที่ยังคงสวมบทบาทผู้หญิงแกร่งกล้าก็ยังคงพยายามเมินหน้าหนีไม่สบตากับเขาต่อไป

เพราะไม่งั้น... ฉันจะต้องทำแผนนี่ล่มลงไม่เป็นท่าอย่างไม่ต้องสงสัย T///T

“กะ... กรี๊ดดดด นี่มันเรื่องจริงงั้นเหรอคะเนี้ย!!” เสียงแจ๋นๆ แสบแก้วหูดังขึ้นพร้อมๆ กับร่างเพรียวบางของยัยนั่นที่กระทืบเท้าลงกับพื้นอย่างแรงราวกับเด็กน้อยโดนขัดใจ “ทำไมคิมทำแบบนี้กับลิลินคะ! คิมกล้าคว้ายัยหน้าจืดนี่หยามหน้าลิลินได้ยังไง!!”

กะ... กร๊าซซซซ ยัยนั่นมันหาว่าฉันหน้าจืดอ่ะ!!

ยอมไม่ได้! ยี่หวาจะไม่ทนแล้วนะโว้ยยย >O<!!

“ถึงฉันจะหน้าจืด... แต่อย่างน้อยก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เมีย’ ก็แล้วกัน!” ฉันเชิดหน้าสู้ ก่อนที่จะกลั้นใจหันไปมองหน้าร่างสูงในอ้อมแขน ซึ่งดวงตาเรียวสีไพลินนั่นก็กำลังจดจ้องมาที่ใบหน้าของฉันอยู่เช่นกัน “ใช่มั้ยคะที่รัก?”

“... อืม” เสียงทุ้มต่ำครางออกมาเบาๆ พลางจ้องมองใบหน้าของฉันไม่วางตา แล้วนั่นก็เริ่มทำให้ฉันรู้สึกหวิวๆ ในอก

กรี๊ดดดด อย่าทำสายตาแปลกๆ แบบนั้นใส่ฉันได้มั้ย TOT!

“กรี๊ดดด ลิลินไม่ยอมนะคะ! ลิลินไม่มีวันยอมเด็ดขาด!!” ฉันเหยียดปากมองยัยลิลินที่สั่นเป็นเจ้าเข้าอย่างสมเพช ก่อนที่หล่อนจะยกมือขึ้นชี้หน้าฉันอย่างโกรธแค้น “แก! แกแย่งที่รักฉันไป ยัย... ยัยหน้าด้าน!!”

“ใครกันแน่ที่หน้าด้านกันยะ ผัวเมียเขายืนยันกันขนาดนี้ ยังจะมาประกาศว่าเป็นของๆ ตัวเองอีกงั้นเหรอ” ฉันแสร้งปิดปากหัวเราะอย่างจริตสุดๆ ก่อนที่จะหรี่ตามองหล่อนเพื่อเป็นการบอกกลายๆ ว่า... ไม่ว่ายังไงฉันก็เหนือกว่าหล่อนอยู่แล้วย่ะ! โฮะๆ “วันหน้าวันหลังก็ซื้อ ‘ยาง’ มาแปะหน้าเอาไว้สักหน่อยก็ดีนะ J”

“กรี๊ดดดดด แก๊!!” ฉันหัวเราะลั่นอย่างไม่อายใครเมื่อยัยนั่นกรีดร้องเสียงดังลั่นประหนึ่งว่าตัวเองเป็นนางร้ายในละครหลังข่าวก็ไม่ปาน “ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้ตบแกล่ะก็... อย่ามาเรียกฉันว่าลิลินเลยย่ะ!!”

“แน่จริงก็เข้ามาเลยสิโว้ยยย อยากรู้เหมือนกันว่าหล่อนจะเก่งได้สักกี่น้ำ!!” ฉันร้องท้าทายพลางค่อยๆ ปีนขึ้นมายืนจังก้าอยู่บนโต๊ะทำงานของคิมหันต์ด้วยท่าทางนักเลงพลางถกแขนเสื้อขึ้นแล้วชี้หน้าหล่อนด้วยสีหน้าที่รู้สึกเป็นต่อกว่าหล่อนหลายขุม “จะต่อยก็ได้นะ เพราะฉันน่ะขึ้นชื่อลือชาว่ายี่หวาขาลุย!!”

“ใครอยากรู้กันยะ! ผู้หญิงอะไรน่าเกลียดจริง!!” เธอกระแทกเสียงใส่พร้อมกับกอดอกปรายตามองฉันที่ยืนเท้าสะเอวอยู่บนโต๊ะด้วยท่าทีรังเกียจ แล้วนั่นก็ทำให้หางคิ้วฉันเริ่มกระตุกถี่ด้วยอารมณ์ที่คุกกรุ่น “แน่จริงก็ลงมาตบกับฉันสิยะ ยัยกระจอก!!”

หนอยยย ยัยนี่!

“อยากให้ฉันลงไปนักใช่มั้ย!!”

“ใช่!!”

“ด้ายยย! งั้นฉันจะลงไปเดี๋ยวนี้ล่ะ!!” ฉันตะโกนก้องพร้อมกับทำในสิ่งที่ยัยลิลินไม่คาดคิด ด้วยการกระโดดลงไปหาหล่อนตามที่ดูจากซีดีมวยปล้ำ พร้อมกับกางกรงเล็บที่เพิ่งลงสีใหม่สดๆ ร้อนๆ เพื่อเตรียมจะข่วนหน้าหล่อนเอาไว้อย่างพร้อมรบ “ตายซ้าาา!!”

“กรี๊ดดดด!!” ฉันจัดการตะปบเข้าที่ผมลอนที่โกรกสีส้มแดงจอมปลอมของหล่อนไว้พร้อมกับออกแรงดึงอย่างแรงจนยัยนั่นล้มไม่เป็นท่าที่โซฟาสุดหรู ฉันกระตุกยิ้ม ก่อนที่จะกระโดดขึ้นคร่อมแล้วกางกรงเล็บออกอย่างรวดเร็ว

แควก!

“กรี๊ดดดดด!!” ฉันจัดการข่วนหน้าของยัยนั่นแบบสุดแรงจนมีเลือดซิบๆ ออกมาตามผิวแก้มที่ปัดบรัชออนอย่างหนา แล้วนั่นก็ทำให้ฉันต้องคว้าใบหน้าของเธอไว้อย่างหมั่นไส้แล้วเอาหัวโขกศีรษะมนๆ ของเจ้าหล่อนอย่างแรงจนน้ำตาเล็ด เพราะฉันไม่ชอบการตบตีถ้าไม่จำเป็น เพราะถ้าจะสู้กันจริงมันก็ต้องอย่างนี้! “กรี๊ดดดด! ยัยป่าเถื่อน! ยัยโรคจิต! ช่วยด้วย! ช่วยลิลินด้วยค่ะคิม!!”

“นะ... นี่เธอ!!” คิมหันต์ที่เพิ่งรู้สึกตัวหลังจากที่นั่งอึ้งอยู่เป็นเวลานานตะโกนออกมาเสียงดังลั่นพร้อมกับร่างสูงที่สาวเท้าเข้ามาคว้าเอวของของฉันที่ขู่ฟ่อใส่ยัยลิลินอย่างดุร้าย เล่นเอายัยนั่นแทบจะลุกขึ้นยืนไม่เป็นท่าเลยทีเดียว “พอได้แล้วยี่หวา!”

“ไม่พอ! ฉันจะเอาฟันกัดแขนยัยนี่ เอาให้เนื้อขาดไปเลย =O=!!” ฉันโวยวายคล้ายคนสติแตกพลางสะบัดตัวของคิมหันต์ออกไปด้วย แต่นอกจากเขาจะไม่ปล่อยเอวของฉันออกแล้ว ร่างสูงกลับโอบตัวฉันให้เข้าไปใกล้ยิ่งกว่าเก่าเสียอีก “ปล่อยนะ! ปล่อยๆๆ!!”

“ลิลิน! ไว้ผมจะมาเคลียร์เรื่องของเราทีหลัง คุณรีบออกไปเร็ว! ก่อนที่ยี่หวาจะทำร้ายคุณอีกรอบ!!”

“แต่... คิมคะ คุณโอบเอวยัยนั่น!!”

“ผมบอกว่าให้ออกไปไงลิลิน!!” ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเขาตวาดเสียงดุใส่ยัยนั่น ลิลินที่ยืนผมเผ้ากระเซิงพอๆ กับฉันฮึดฮัดขัดใจเล็กน้อย แต่เพราะความเกรงกลัวเธอก็เลยยอมเดินออกไปจากห้องแต่โดยดี แต่ก็ไม่ลืมทิ้งคำพูดทิ้งท้ายแบบนางมารร้ายยอดฮิตเอาไว้ด้วย “ฝากไว้ก่อนเถอะย่ะ ยัยโรคจิต!!”

ปัง!!

“ปะ... ปล่อยนะ!” ทันทีที่เสียงประตูถูกปิดลงอย่างรุนแรง ฉันที่รู้สึกตัวว่ากำลังโดนคิมหันต์สวมกอดอยู่จึงผลักเขาออกพร้อมกับเบือนหน้าร้อนๆ ของตัวเองหนีดวงตาคมกริบที่ฉายแววดุดันของเขา แต่เขาก็ดึงฉันเข้ามากอดอีกรอบ

“ทำตัวเหมือนลูกหมาเลย... ให้ตายสิ!” ฉันหน้าตึงทันทีที่ถูกเขาหาว่าเหมือนลูกหมา ฉันจึงดันเขาออกแรงๆ อย่างกรุ่นโกรธพลางหายใจถี่ๆ เพื่อระบายความหงุดหงิดในใจออกมา คิมหันต์จ้องมองพร้อมกับส่ายหน้าน้อยๆ แล้วถอนหายใจแรงๆ ราวกับเขาเหนื่อยล้าเต็มทน “สรุปแล้ว... ที่ฉันยอมแต่งงานกับเธอไปแล้วฉันได้อะไรดีๆ กลับมาบ้างมั้ยวะเนี้ย ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ!!”

“นี่คุณ!!” ฉันแว้ด ก่อนที่จะทุบไหล่เขาแรงๆ เพราะสุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้กับมือแกร่งที่โอบรอบเอวบางของตัวเองเลยแม้แต่นิด “ก็ยัยนั่นมันพูดว่าไงคุณฟังบ้างมั้ย! ฉันจะไม่ทนให้ยัยนั่นมาด่าฉอดๆๆ อยู่เฉยๆ หรอกนะ!!”

“ความอดทนน่ะ... สะกดเป็นบ้างมั้ย!!”

“ไม่เป็น! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” ฉันตวาดลั่นก่อนที่จะออกแรงผลักเขาอีกครั้ง แต่ผลมันก็ออกมาเป็นแบบเดิมๆ “บอกให้ปล่อยไงเล่าอีตาทหารบ้า!!”

“ไม่ปล่อย! คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงจะมาสั่งทหารยศพันเอกอย่างฉัน!!” ฉันอ้าปากพะงาบๆ เมื่อเขาเอายศของตัวเองมาขู่อย่างหน้าตาเฉย ร่างสูงกระชับอ้อมกอดให้ฉันเข้ามาใกล้เขาอีก ก่อนที่รอยยิ้มมุ่งร้ายจะผุดขึ้นมาบนริมฝีปากหยักลึกนั่น “... เธอต้องถูกลงโทษแน่ยัยตัวแสบ”

“ละ... ลงโทษอะไร!!” ฉันกลั้นใจถามออกไปอย่างหวั่นๆ พลางดันตัวเขาออกไปพร้อมๆ กันด้วย “เลิกล้อเล่นแล้วปล่อยฉันได้แล้ว! ฉันหายใจไม่ออก!!”

“ปล่อยให้โง่สิ J” เขากระตุกยิ้ม ก่อนที่จะดันฉันให้ถอยหลังไปเรื่อยๆ จนล้มลงกึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟาสุดหรูที่เพิ่งมีเรื่องกับยัยลิลินเมื่อสักครู่นี้ ก่อนที่ร่างสูงจะค่อยๆ ขึ้นคร่อมฉันเอาไว้ทั้งตัว

“จะ จะ จะ... จะทำอะไรน่ะ =O=!!” สาบานได้เลยว่าชีวิตทั้งชีวิตของสาวโสดคนนี้ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เสี่ยงตายสุดๆ แบบนี้มาก่อน ฉันเบิกตาโพลงมองร่างสู่งที่ค่อยๆ ถอดชุดทหารเต็มยศด้านบนออกจนเหลือแต่เสื้อกล้ามสีเทาเข้ม เผยให้เห็นหุ่นบึกบึนกำยำที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อนั่น พร้อมกับกล้ามแขนที่สวยเข้ารูปกับผิวติดออกคล้ำนิดๆ ตามประสาคนที่ต้องออกไปฝึกร่างกายตลอดเวลา แล้วนั่นมันก็ทำให้ฉัน... ฉัน...

“หึ...” รอยยิ้มแสยะนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เพราะเขาเคลื่อนใบหน้าลงมาช้าๆ จนจมูกแทบจะชนกัน ฉันกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอดังเอื้อกในขณะที่ยังคงนอนอยู่ในท่าเดิม เหงื่อเริ่มไหลลงมาราวกับน้ำตกทั้งๆ ที่ห้องนี้ออกจะเย็นฉ่ำ ใบหน้าเริ่มร้อนฉ่าจนหน้าชาไปเลยทีเดียว

“อะ... เอ่อ อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ” ทำไมเสียงฉันมันแหบแห้งแบบนี้ฟะ! ทำไมฉันต้องจ้องที่กล้ามแขนสวยของอีตานี่ตลอดเวลาด้วยฟะ! ยี่หวาไม่เข้าจายยย TOT!!

“เธอคิดผิดแล้ว... ที่มาออกคำสั่งฉัน” น้ำเสียงนุ่มทุ้มนั้นดังสะท้อนเข้าที่ข้างหูยามเมื่อเขาเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้อีก ลมหายใจร้อนๆ ปัดป่ายจนไรขนอ่อนพากันลุกชันไปหมด “ฉันจะเพิ่มบทลงโทษให้เธออีกสิบเท่าเลย...”

กรี๊ดดดดด เสียงทรมานใจมากค่า T///T!!

“มะ... ไม่เอา” ฉันหลับตาปี๋ รู้สึกถึงความร้อนในโพรงจมูกเมื่อเผลอตัวจ้องกล้ามแขนเขามากเกินไปจนร่างสูงที่รู้ทันต้องลอบยิ้ม

“พูดอีกรอบสิ”

“มะ... ไม่เอา!!”

“งั้นเหรอ?”

พรึ่บ!

O_O

ฉันเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมาจากเบ้าเมื่อร่างสูงที่กำลังสนุกค่อยๆ ถอดเสื้อกล้ามออกจากตัว เผยให้เห็นซิกแพ็คที่เรียงตัวสวยและแผงอกเนียนละเอียด ผิวของเขาสว่างจนแสบตา ฉันไล่สายตาที่เริ่มจะเท่าโอ่งของตัวเองมาตั้งแต่ลำคอแกร่งน่าฟัด ไหล่กว้างกำลังแข็งแรง แผงอกขาวผ่องเย้ายวนใจและซิกแพ็คที่เรียงตัวสวย และก่อนที่มันจะต่ำลงไปกว่านั้น ฉันก็...

ปรี๊ดดดด!!

เลือดกำเดากระฉูดออกมาอย่างรวดเร็ว =O=!!

อ๋อยยย เป็นลมดีกว่า ~

“ฮะ... เฮ้ย! ยี่หวา! ยี่หวา!!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป