บทที่ 6 EP.4

“เอาทิชชู่มั้ย?”

“มะ... ไม่เอา!!”

ฉันสะบัดหน้าหนีร่างสูงที่ส่งทิชชู่มาให้พร้อมกับรอยยิ้มขบขัน... นานแล้วที่ฉันตื่นขึ้นมาในห้องๆ เดิม โซฟาเดิมๆ แล้วก็คน (หล่อ) หน้าเดิมๆ ที่ยืนมองพร้อมกับกลั้นหัวเราะจนตัวสั่นไปหมด และเมื่อเขายื่นทิชชู่มาให้เพื่อให้ฉันซับโพรงจมูกที่ถึงแม้ว่าเขาจะเช็ดให้แล้วแต่มันก็ยังคงหลงเหลือเลือดอยู่นิดหน่อย ฉันจึงไม่รอช้าที่จะปฏิเสธความหวังดี (จอมปลอม) นั่นด้วยการเมินหน้าไปทางอื่นด้วยใบหน้าที่ร้อนเห่อทันที

ฮืออออ อับอาย! อับอายขายขี้หน้าเป็นที่ซู้ดดด TOT!!

“เธอนี่... ไม่คุ้นเคยกับผู้ชายใช่มั้ย” ร่างสูงในชุดทหารเต็มยศเอ่ยปากพลางเม้มริมฝีปากแน่นกลั้นหัวเราะจนหูแดงไปหมด แล้วนั่นก็ทำให้ฉันต้องหันมาค้อนสายตาใส่อย่างไม่สบอารมณ์ “ถึงกับเลือดกำเดาไหล? หึ... สงสัยคงอาการหนัก”

“นี่คุณ!!” ฉันโวยใส่เขาพลางเอาหมอนปาใส่หน้าคิมหันต์อย่างหงุดหงิด “ก็คุณเล่นถะ... ถอดเสื้อแบบนั้นทำไมเล่า!!”

“ทำไม... หวั่นไหวรึไง?”

“มะ... ไม่ได้หวั่นไหวนะ =///=!!” ใบหน้าของฉันขึ้นสีจัดเมื่อร่างสูงพูดขัดพลางอมยิ้มราวกับรู้สึกดีที่ได้กลั่นแกล้งฉันแบบนี้ เขาคว้าหมอนที่นอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้นพรมพร้อมกับส่งมันมาให้ฉันด้วยรอยยิ้มน่าหมั่นไส้เป็นที่สุดนั่น

“ดีจัง... ที่คุณภรรยารู้สึกหวั่นไหวกับสามีคนนี้สักที J”

กรี๊ดดดดดดดดด TOT!!

“ฉันเกลียดคุณ”

“เหรอ?”

“จริงๆ นะ! เกลียดคุณที่สุดเลยล่ะ!!”

“น่าดีใจจังนะ”

“นี่คุณ!!”

“เอาล่ะ... ฉันจะทำงานต่อแล้ว” ร่างสูงของคิมหันต์พูดอย่างไม่ใส่ใจพร้อมกับเดินไปทางโต๊ะทำงานของเขาหลังจากที่ได้นั่งจ้องหน้าบวกกับปั่นหัวฉันสำเร็จแล้ว เขาจ้องมองหน้าฉันที่หลบสายตาไปทางอื่นโดยอัตโนมัติ ก่อนที่ร่างสูงจะฉีกยิ้ม “นั่งรอไปก่อนก็แล้วกันนะคุณภรรยา”

ละ... เลิกย้ำชื่อนี้สักทีได้มั้ยเนี้ยหา T///T!!

“ชะ... เชิญ!” ฉันเชิดหน้า ก่อนที่จะลุกพรวดพราดขึ้นแล้วเดินเลี่ยงไปทางประตูทันที

“จะไปไหน?” น้ำเสียงคมกริบของคิมหันต์ดังขึ้นไล่หลังฉันจนแอบสะดุ้ง ก่อนที่จะหันกลับไปมองเขาพลางทำหน้ามุ่ย

“ก็มันน่าเบื่อ... จะออกไปเดินเล่นหน่อยไม่ได้รึยังไงล่ะ!!”

“ไม่ได้”

“อะ... อะไรนะ =O=!!”

“เธอเป็นผู้หญิง... แล้วที่นี่ทหารฝึกหัดก็เยอะแยะ พวกนิสัยดีไม่ดีมันปะปนกันไปหมด” เขาพูดเสียงขรึมพลางสบดวงตาคมกริบคู่นั้นมองฉันเหมือนจะตำหนิอยู่กลายๆ “ดีไม่ดีอาจจะโดนฉุดไปไหนมาไหนก็ได้... ยิ่งบ้าๆ บอๆ แบบนี้อยู่ด้วย”

“นะ... นี่คุณ!!”

“เอาเป็นว่าฉันไม่ให้ไป เงียบปากแล้วนั่งลงไปเดี๋ยวนี้” เขาสรุปพลางก้มหน้าก้มตาลงเซ็นต์เอกสารยิกๆ อีกครั้ง โดยปล่อยให้ฉันต้องยืนกำหมัดแน่นจนมือสั่นพร้อมกับกัดฟันกรอดๆ อย่างแค้นเคืองอยู่คนเดียว

“แต่ฉันจะไป!!”

“เอ้ะ... เธอนี่” ร่างสูงพึมพำพลางเงยหน้าขึ้นมองฉันพลางขมวดคิ้ว ก่อนที่จะกระชับแว่นสายตาที่เขาเพิ่งจะเอามาสวมใส่เวลาก้มลงเขียนเอกสารอย่างอารมณ์เสียเล็กน้อย “ฉันบอกให้นั่งลงไง”

“ก็ฉันจะไปอ่ะ! จะทำไม!!” ฉันตอบโต้กลับไปอย่างไม่ยอมแพ้พลางเชิดหน้าสู้ “ฉันดูแลตัวเองได้ แล้วอีกอย่าง... คุณก็ไม่ใช่พ่อของฉันที่จะมาบังคับสั่งนู้นสั่งนี่ฉันด้วย!!”

“นี่เธอ!!” เขาขึ้นเสียงพลางผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วจ้องหน้าฉันเขม็ง “นั่งลง... เดี๋ยวนี้!!”

“เป็นทหารก็เอาแต่สั่งๆๆ เท่านั้นรึไง! พูดนู่นพูดนี่เป็นแต่การกระทำคงไม่ได้เรื่องใช่มั้ยล่ะ!!” ฉันเถียงสุดใจขาดดิ้นพลางเหงื่อตกไปด้วยเมื่อย้อนกลับมาคิดๆ คำพูดตัวเองที่ดูจะเริ่มทำให้คนตรงหน้ายั้วะขึ้นได้เรื่อยๆ แล้ว “สงสัยยศพันเอกเนี้ยคงจับฉลากได้มาสินะ! อยากรู้จริงๆ ว่าคนเผด็จการอย่างคุณจะเป็นทหารที่ดีได้ยังงะ... อุ้บ!”

พะ... พูดมากเกินไปแล้วยัยบ้ายี่หวา TOT

“งั้นเหรอ แล้วอยากรู้มั้ยล่ะ... ว่าฉันจะเป็นทหารที่ดีได้ยังไง?” ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อเขากดเสียงต่ำพร้อมกับแผ่รังสีอำมหิตใส่ฉันที่เริ่มยืนตัวสั่นเพราะเริ่มรู้สึกถึงภัยอันตรายที่จะคืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แล้ว “ฉันจะพิสูจน์ให้เธอดูเป็นคนแรกเลย... ดีมั้ย?”

พรึ่บ!

“กะ... กรี๊ดดดด!!” ฉันกรีดร้องออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อร่างสูงของคิมหันต์พุ่งเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วพร้อมกับแบกร่างฉันไว้เหมือนแบกกระสอบทราย ก่อนที่เขาจะเริ่มออกเดินไปทางประตู “จะ... จะทำอะไรน่ะ!!”

“ก็จะ ‘พิสูจน์’ ให้เธอไง” เขาเน้นเสียคำว่า ‘พิสูจน์’ พร้อมกับทำหน้าถมึงทึงใส่พลางก้าวออกไปอย่างรวดเร็วโดยมีฉันที่เริ่มดิ้นไปมาแรงๆ เพราะความอับอาย

กรี๊ดดดด วันนี้ใส่กางเกงขาสั้นบานๆ ของเขามาด้วย มันจะเห็นมั้ยเนี้ยยย T///T!!

“ปล่อยฉันนะอีตาบ้า! ไอ้คนผีทะเล!!” ฉันกรีดร้องสุดเสียงพลางตีหลังเขาดังอั่กๆๆ พร้อมกับหน้าที่ร้อนจัดขึ้นมาอย่างเขินอายสุดชีวิต “ปล่อยฉ๊านนน!!”

“ไม่ปล่อย!”

“แงงงง กางเกงมันจะเปิด คุณไม่กลัวฉันโป๊รึไง TOT!!”

“มันจะเปิดก็ให้มันเปิด! อายอะไร ไหนๆ ก็เห็นของเธอมาหมดแล้วนี่!!”

“กรี๊ดดดดดด หยุด! หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!!” ฉันเหลียวหลังไปชี้หน้าเขาพลางเอาหน้าซุกลงกับแผ่นหลังของคิมหันต์อย่างอับอายทันทีเมื่อตลอดระยะทางที่ร่างสูงเกินขอบเขตนั้นก้าวผ่านมีแต่คนมองแล้วก็เอาแต่ซุบซิบเเละหัวเราะคิกคักใส่ตลอดทาง แต่เขาก็ยังกล้าเดินฉับๆ พร้อมกับตวาดเถียงกับฉันต่อไปอย่างไม่อายฟ้าอายดิน “คุณอายบ้างมั้ยเนี้ย! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะคนบ้า!!”

“ก็บอกว่าไม่ปล่อยก็คือไม่ปล่อยไง! น่ารำคาญ!!” ฉันอ้าปากพะงาบๆ เมื่อเขากระแทกเสียงใส่พร้อมกับเดินต่อราวกับไม่ใส่ใจ “ก็ไหนบอกอยากออกมาเดินเล่น ฉันก็จัดให้แล้วนี่ไง!!”

ไม่อาวววว ยี่หวาไม่เอาแบบนี้ TOT!!

“ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วยยย ผู้ชายคนนี้เขาจะลักพาตัวดิฉันไปข่มขืนหมกป่าค่า!!” ฉันที่เริ่มอดรนทนไม่ไหวตัดสินใจตะโกนลั่นออกไปอย่างไม่อายพลางออกแรงดิ้นขลุกขลักไปด้วยแรงอันน้อยนิด พร้อมกับคิดในใจว่าต้องถ้าใช้วิธีนี้ต้องรอดอย่างแน่นอน

แต่ทว่า...

“อย่าคิดมาก! ยัยนี่เป็นเมียฉัน เราทะเลาะกันเพราะเธอทำตัวดื้อใส่ ฉันก็เลยจะลงโทษเธอก็เท่านั้นเอง!!” คิมหันต์ที่ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบเมื่อตอนแรกกลับตะโกนขึ้นมาพร้อมกับฉีกยิ้มใส่ผู้คนที่เริ่มส่งยิ้มหวานให้อย่างเข้าใจพร้อมกับค่อยๆ ถอยห่างออกไปอย่างรู้งาน

ไม่... ไม่นะ! ม่ายยยยยย TOT!!

“บอกให้ปล่อยไงอีตาบ้า! ปล่อยนะ! ปล่อยยย >O<!!”

ฉันโวยวายใส่ร่างสูงพลางทุบหลังเขาดังอั่กๆๆ ตลอดทาง นี่ก็ร่วมยี่สิบนาทีเต็มแล้วที่เขาอุ้มฉันพาดบ่าแล้วเดินไปเดินมาให้คนอื่นหัวเราะเล่นจนฉันอับอายขายขี้หน้าจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีได้อยู่แล้ว และฉันจะไม่ตกใจอะไรมากไปกว่านี้เลยถ้าคิมหันต์ไม่ตัดสินใจก้าวฉับๆ เข้าไปในค่ายฝึกทหารสุดโหดที่มีทหารฝึกหัดอยู่มากมาย แล้วเขาก็เข้าไปทั้งๆ ที่อุ้มฉันไปแบบนี้!

โอ้มายก้อดดด! ถ้าจะทำแบบนี้ฆ่าฉันให้ตายเลยเถอะ TOT

“กรี๊ดดดด นั่นคุณจะพาฉันไปไหนกันหา!!” ฉันแว้ดใส่เขาพลางดิ้นไปดิ้นมาสุดแรงเมื่อเห็นทหารฝึกหัดสามสี่คนที่วิ่งผ่านมาพลางมองเราทั้งคู่เป็นตาเดียวอย่างสนอกสนใจ

“ค่ายทหารฝึกหัด”

“ฉันไม่ปายยยย TOT!!”

“นี่! เลิกดิ้นหน่อยจะตายมั้ย!!” ฉันอ้าปากพะงาบๆ เมื่อคิมหันต์กระแทกเสียงใส่พลางกระชับเอวคอดของฉันแน่นจนเผลอหน้าร้อนวูบวาบอย่างห้ามไม่อยู่ “ในเมื่อเธอหาเรื่องเอง... ฉันก็แค่จะลงโทษแค่นั้น มันไม่ผิด!”

“ผิด! เพราะคนที่ต้องอายคือฉันไม่ใช่คุณ!!”

“ใช่! เธอจะได้สำนึกซะบ้างว่าห้ามทำอะไรตามใจตัวเอง”

“นะ... นี่คุณ!!”

“ทำไม... หรือเธอจะเถียงว่ามั้นไม่จริง?” ฉันเบิกตากว้างพลางอ้าปากค้างเมื่อเถียงอะไรไม่ออกตามที่เขาพูดทุกอย่าง “เเล้วรู้มั้ย... ว่าผู้หญิงนิสัยอย่างเธอโชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้มาเจอกับฉัน ถ้าไปเจอคนอื่นล่ะก็... เหอะ!”

“ทะ... ทำไม! ไปเจอคนอื่นแล้วมันจะทำไม!!”

“ก็ใครเขาจะทนอยู่กับผู้หญิงเรื่องมาก หน้าไม่อายแถมขี้โวยวายน่ารำคาญอย่างเธอกันล่ะหา!!”

“กะ... กรี๊ดดดดด มากไปแล้วนะอีตาทหารบ้า!!” ฉันหวีดร้องลั่นพลางทุบหลังเขาไปแรงๆ อีกครั้ง ก่อนที่จะจัดการฝังคมเขี้ยวเล็กๆ ลงกับไหล่กว้างของร่างสูงด้วยอารมณ์โกรธขึ้งเกินระงับจนคิมหันต์ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับปล่อยมือฉันจนต้องเสียหลักล้มไปด้านหลังโดยที่ฉันก็ไม่พลาดที่จะคว้าแขนแกร่งของเขาให้ล้มลงมาด้วยกัน

ตุบ!!

ควันฟุ้งจากฝุ่นตลบอบอวลทันทีที่ล้มลงไป ฉันนิ่วหน้าอย่างเจ็บปวดเพราะหลังที่กระแทกเข้ากับพื้นปูนอย่างจังจนน้ำตาเล็ด แต่ก็เหมือนมันยังไม่ค่อยปวดมากมายเท่าไหร่เพราะมีมือของใครบางคนมารองรับเอาไว้เพื่อกันกระแทกให้ และเมื่อรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ฉันก็รีบหันขวับไปมองผู้ชายอีกคนในทันที!

แต่ทว่า...

“เป็นอะไรรึเปล่า?” ดวงตาของฉันเบิกกว้างจนแทบถลนออกมาเมื่อสิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าหล่อเหลาที่ชิดใกล้แค่เอื้อม ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดผิวกายจนไรขนอ่อนลุกชัน มือข้างหนึ่งของคิมหันต์สอดเข้ามาที่เอวเพื่อกันกระแทก และอีกมือก็ยันพื้นไว้แน่นเพื่อไม่ให้ตัวของเขาล้มลงมาทับตัวฉันไปอีกคน

ตึกตัก... ตึกตัก

หัวใจของฉันเต้นรัวแรงอย่างห้ามไม่อยู่ หน้าร้อนวูบวาบเกินควบคุมจนต้องหลุบตาลงต่ำโดยที่ไม่สบตากับเขาแม้แต่นิด

บะ... บ้า! นี่มันบ้าชัดๆ เลย T///T!!

“ปะ... ปล่อยเลยนะ” ฉันพยายามเค้นเสียงที่สั่นระริกของตัวเองออกมา ก่อนที่จะตัดสินใจปัดมือเขาออกแรงๆ เพื่อแก้อาการเขินอายที่เป็นอยู่

“เฮ้อ... เธอนี่จริงๆ เลย” เขาถอนหายใจพลางผุดลุกขึ้นยืนโดยที่ฉันยังคงนั่งอยู่ที่เดิม สภาพคงจะประมาณหัวยุ่งๆ ฟูๆ ไม่เป็นทรงแถมหน้ายังยับยุ่งแถมแดงจัดอีกต่างหากด้วยล่ะมั้ง “เอ้า... ลุกขึ้นมาเร็วๆ สิ”

“ฉะ... ฉันลุกเองได้!” ฉันเชิดหน้าเมินมือเรียวยาวของร่างสูงที่ส่งมาเพื่อที่จะฉุดฉันให้ลุกขึ้นยืนตามปกติ ก่อนที่จะยืนหยัดทรงตัวด้วยตัวเอง แต่ข้อเท้าที่เจ็บแปลบๆ นั้นส่งผลให้ฉันต้องเซจะล้มลงอีกครั้ง แต่คิมหันต์ก็ประคองเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที

“หึ...” เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ด้วยสีหน้าเอ็นดูเล็กๆ พลางดึงฉันเข้ามาในอ้อมแขน “ทีนี้จะเลิกพยศได้รึยังล่ะฮึ?”

“ชิ...” ฉันพึมพำเบาๆ ก่อนที่จะเผลอตัวหันไปสบตาเรียวสีไพลินที่ยังคงมองฉันอยู่เช่นกัน และนั่นก็ทำให้ฉันต้องสะบัดหน้าหนีไปมองทางอื่นอีกครั้ง

“นี่...” เสียงนุ่มทุ้มดังแทรกขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นว่าฉันเบือนหน้าหนีโดยไม่มองเขากลับ “เราจะแต่งงานกันวันไหนเหรอ?”

ตึกตัก... ตึกตัก

“ทะ... ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ”

“ไม่รู้...” ฉันหันไปแยกเขี้ยวขู่ใส่เขาที่ลอยหน้าลอยตาตอบทันที “ฉันก็แค่... รู้สึกอยากแต่งงานกับเธอเร็วๆ ยังไงก็ไม่รู้”

“อะ... อะไรนะ”

ตึกตัก... ตึกตัก

“ไม่รู้สิ... แค่รู้สึกว่าอยู่กับเธอมันก็สนุกดี”

ตึกตัก... ตึกตัก

“...”

“เพราะก่อนหน้านั้น... ฉันก็ไม่เคยคิดที่จะสนใจผู้หญิงคนไหนเหมือนกัน” เขาหันมาจ้องมองฉันที่บัดหน้าหน้าขึ้นสีจัด ก่อนที่ร่างสูงจะอมยิ้มใส่ “แต่พอมาเจอผู้หญิงบ้าๆ คนหนึ่งขอแต่งงาน... ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรทั้งสิ้น”

“...”

ตึกตัก... ตึกตัก

“มันกลับทำให้ฉันรู้สึกอยากแต่งงานขึ้นมาจริงๆ เป็นครั้งแรก”

“...!!”

“เพราะงั้น...”

“...”

“แต่งงานกับผมเถอะนะครับ... ที่รัก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป