บทที่ 11 นางร้าย : 11
:: ตรอกซือซ่าน ::
รั่วอิงเหยาเอนตัวลงนอน นางพยายามข่มตาให้หลับแต่กลับมีเรื่องให้คิดไม่ตกจนต้องลุกขึ้นมานั่งกลางดึกสงัด
“ใครกันที่ช่วยข้าไว้”
พยายามคิดถึงผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือตนก่อนหน้านั้นหากแต่ยิ่งคิด นางยิ่งเห็นความทรงจำเป็นเพียงเลือนลางราวหมอกควัน
“ยามไหนแล้ว”
เมื่อคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ร่างบอบบางจึงเลิกคิด เดินไปแง้มหน้าต่างเพื่อดูดวงดาว หากแต่ลืมไปว่านี่คือตลาดมืดใต้ดินไม่สามารถบอกเวลาตายตัวได้ชัดเจน
“ทำไมเหยียนตู้ถึงหาตรอกซือซ่านไม่เจอ”
นางเขียนไว้เองกับมือว่ายาชุบชีวิตนั่นอยู่ที่ตรอกซือซ่าน แถมตรอกนี้ผู้คนก็รู้จักเป็นอย่างดี แต่ฟังจากเหยียนตู้เล่าให้ฟังราวกับว่าที่แห่งนี้ไม่มีตรอกซือซ่านนี้แล้ว
“เฮ้อ! ดูเหมือนว่าการใช้ชีวิตในนิยายตัวเองจะไม่ราบรื่นแล้วสินะ”
รั่วอิงเหยาถอนหายใจเฮือกหนึ่ง นางทอดมองไปยังถนนด้านล่างที่อยู่เบื้องหน้า ตอนนี้ผู้คนบางตาจนแทบจะกลายเป็นเมืองร้าง บ่งบอกว่านี่คงจะดึกมากแล้วคงเป็นเวลาเข้านอน
“ไหน ๆ ก็นอนไม่หลับแล้ว ลองไปเดินดูหน่อยดีกว่า”
กล่าวจบรั่วอิงเหยาก็เดินไปหยิบเสื้อคลุมขนแกะที่เหยียนตู้หามาให้ หยิบหมวกคลุมสีเดียวกับเสื้อคลุมเดินออกไปยังถนนเบื้องหน้าทันที
รั่วอิงเหยาใช้เวลาเดินตามถนนในตลาดมืดหนานเหอมาหนึ่งเค่อแล้ว แต่กลับไม่เจอตรอกซือซ่านอย่างที่เหยียนตู้บอก
“ถ้าหายาไปช่วยเชียนเชียนไม่เจอ จุดจบของข้าจะวนกลับไปจุดเริ่มต้นหรือไม่”
เสียงพึมพำในความคิดดังขึ้นเบา ๆ แผ่นหลังนางเย็นวาบเมื่อนึกถึงจุดจบของนางร้ายที่สวมร่างอยู่
ทันใดนั้นหางตากลับเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่สิบก้าว ทางเข้าตรอกเล็ก ๆ ที่อยู่ลึกสุดทางเดิน หากไม่สังเกตดี ๆ คงมองไม่เห็น
รั่วอิงเหยาเชื่อในลางสังหรณ์ตนเอง นางย่างก้าวตรงไปยังตรอกเล็กนั้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เครือไม้ที่ปกคลุมทางเข้านั้นหนาเล็กน้อยพอผ่านเข้าไปได้
เดินเข้ามาอีกนิดเจอตัวอักษรสลักตรงหินใหญ่ ‘ตรอกซือซ่าน’
“เจอแล้ว!”
รั่วอิงเหยากระโดดโลดเต้นอย่างดีใจที่ชีวิตนี้นางยังคงมีโอกาสรักษาอยู่
เมื่อตั้งสติได้จึงเดินเข้าไปตามทางเดินที่เหมือนจะเป็นปากทางเข้าถ้ำ อากาศอับชื้นกว่าด้านนอกมากจนต้องยกมือปิดจมูกภายใต้หมวกใบใหญ่
“ลึกจัง”
เดินมาได้ครึ่งเค่อแต่ยังไม่เจอผู้คนหรือร้านค้าเล ความกลัวเริ่มกัดกินหัวใจสตรีตัวน้อย ๆ แต่ความตายที่รออยู่เบื้องหลังนางน่ากลัวมากกว่าจึงแข็งใจเดินต่อไป
เดินมาได้ราว ๆ หนึ่งผิงก็เห็นแสงสว่างรำไรอยู่เบื้องหน้า รั่วอิงเหยาเริ่มหายใจทั่วท้องนึกว่าจะเดินอยู่ในความมืดสลัวนี้จนหาทางออกไม่เจอเสียแล้ว
รั่วอิงเหยายืนมองประตูไม้สลักบานหนึ่งตรงหน้า รายละเอียดของมันเหมือนกับที่นางเขียนไว้ไม่มีผิด
“ต้องโชลมด้วยเลือดสินะ”
คิดแล้วก็ก่นด่าตัวเองในใจ ไม่น่าเขียนให้วิธีเปิดประตูนี้ใช้เลือดสด ๆ เลยจริง ๆ
“เจ็บ ๆ”
นิ้วหัวแม่มือถูกฟันคมกัดจนเลือดออก ความเจ็บแปลบทำให้ใบหน้าสวยบูดเบี้ยวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ วางนิ้วที่มีเลือดซึมออกลงตรงช่องเล็ก ๆ บนบานประตูเพื่อเปิดกลไก
เสียงกลไกดังขึ้นพร้อมกับประตูบานเขื่องค่อย ๆ เปิดอ้าออก เบื้องหน้านางคือเรือนหลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยเครือไม้เลื้อยเกาะกรังเต็มหลังคา
อึก!
รั่วอิงเหยากลืนน้ำลายอึกหนึ่งลงคอเมื่อสถานที่ตรงหน้าหากเทียบกับโลกที่นางอยู่คือบ้านผีสิงดี ๆ นี่เอง
“ผู้ใดบุกรุกเรือนข้า”
เสียงแหบยานคางดังขึ้นทันทีที่รั่วอิงเหยาก้าวย่างไปยังเรือนตรงหน้า
“ข้าต้องการซื้อยาเพื่อช่วยคน”
รีบเอ่ยความปรารถนาพลางมองหาที่มาของเสียงนั้นแต่กลับไม่พบแม้เงา
หากปลุกเหยียนตู้ให้มาด้วยนางคงไม่ขลาดกลัวตัวสั่นเช่นตอนนี้
“ช่วยคนสร้างกุศล แม่นางต้องการยาอันใด”
รั่วอิงเหยายิ้มภายใต้หมวกคลุมศีรษะ รีบเอ่ยบอกสิ่งที่อยากได้ทันที
“ยาแก้ผงเจ็ดราตรี”
เจ้าของเรือนซือซ่านได้ฟังถึงกับตกใจี่วันนี้มีคนต้องการยาชนิดนี้มากถึงสองคน
“แม่นางต้องการยาชุบชีวิต”
“ถูกต้อง ท่านเรียกราคามาได้เลย”
โชคดีที่องค์ชายใหญ่หลัวอี้เฟิงให้ตั๋วเงินและของมีค่าแก่นางมามากมาย หากเจ้าของเรือนซือซ่านเป็นคนหน้าเลือดต้องการเรียกมากเท่าใดนางย่อมจ่ายได้
“เรื่องเงินทองข้ายอมอยากได้ หากแต่ยาที่แม่นางต้องการมีเพียงขวดเดียว”
“ท่านพูดเช่นนี้คงไม่ได้ต้องการต่อรองราคา”
“แม่นางแต่งกายด้วยอาภรณ์เนื้อดี แม้แต่ผ้าคลุมขนแกะบนตัวท่านยังสามารถแลกยาชุบชีวิตนี้ได้หลายขวด”
“เช่นนั้นทานก็นำยานั้นมาให้ข้า”
“ข้าเองก็อยากให้ แต่แม่นางมาช้าก้าวเดียว”
รั่วอิงเหยาใจหายวูบ ยังมีใครต้องการยาชุบชีวิตเช่นเดียวกับนางด้วยหรือ
“ท่านขายให้ผู้ใดไป”
“เป็นคุณชายสง่างามสองท่าน เพิ่งคลาดกันกับแม่นางหนึ่งจิบชา”
หนึ่งจิบชา… ทว่านางเดินมาเกินหนึ่งเค่อกลับไม่มีผู้ใดสวนทางออกไป
“ขอถามท่านหมอ ตรอกซือซ่านนี้มีทางออกกี่ทาง”
“แม่นางเดินตรงไปไม่แวะเรือนข้าก็จะพบทางแยก ทั้งสองเส้นทางจุดหมายต่างกัน หนานและหอ ข้าไม่ทราบจริง ๆ ว่าคุณชายทั้งสองมาจากแคว้นใด”
มีปัญหามาให้แก้อีกจนได้ ในนิยายของนางที่เขียนไว้ไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดตอนที่เหยียนตู้มาเอายาที่นี่ด้วยสิ
“ขอบคุณท่านหมอ ข้าขอตัว”
“เมื่อมีบุพเพ สวรรค์จึงลิขิต เมื่อผูกวาสนา จักได้พบพาน”
เสียงนี้ดังไหล่หลัง คล้ายให้กำลังใจรั่วอิงเหยา หากนางมีวาสนากับบุรุษทั้งสอง นางจะต้องได้ยาชุบชีวิตกลับมาเป็นแน่
