บทที่ 2 นางร้าย : 2

“จะว่าไป แกระวังไว้บ้างก็ดีนะ ฉันว่าคำทำนายนั้นอ่านแล้วไม่เหมือนอีเมลลูกโซ่เลย”

ฉิงฉิงสะกิดไหล่เพื่อนรักพร้อมเตือนเสียงแผ่ว เธอรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างเกี่ยวกับคำทำนายที่ถูกส่งมา

“จู่ ๆ ก็มีใครส่งมาทักว่าแกจะดวงกุด ระวังเรื่องที่สูง แกก็จะเชื่อง่าย ๆ เนี่ยนะ”

ถึงแม้อิงอิงจะเป็นนักเขียนนิยาย แต่เธอไม่เคยเชื่อเรื่องดวงหรือเครื่องรางใด ๆ เหตุเพราะเธอเคยพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาหลายหน แต่สุดท้ายที่เธอผ่านทุกอย่างมาได้ล้วนมีแต่สมองและสองมือของเธอ

“ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แกไม่เคยได้ยินหรือไง”

อิงอิงไร้เสียงตอบกลับ เธอกวาดสายตาอ่านข้อความตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมกับสายตาที่หยุดอยู่เพียงแค่ประโยคเดียว

‘นี่คือคำเตือน! คุณกำลังจะดวงกุด ระวังที่สูง จะพลากคุณไปไกลแสนไกล’

เปรี้ยง!

อิงอิงที่สายตาจดจ้องอยู่ที่เนื้อหาอีเมลถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ ๆ ก็เกิดเสียงฟ้าผ่ามาเปรี้ยงหนึ่ง

“บอกแล้วไม่เชื่ออย่าลบหลู่”

ฉิงฉิงกระซิบแผ่วเบาอย่างเย็นยะเยือกใกล้ใบหู

“ถอยไปเลยฉันจะออกไปเก็บผ้า”

อิงอิงว่าจบก็เดินไปที่ริมระเบียงเพื่อเก็บผ้าที่ตากเอาไว้

กึก!

เสียงฟันกระทบกันเมื่อเธอเดินมาที่ริมระเบียงแล้วเผลอมองลงไปด้านล่าง ความสูงจากชั้นสิบทำให้เธอขนลุกเล็กน้อย

วืด ฟิ้ว~

จู่ ๆ ลมหอบใหญ่ก็พัดมาทำให้เสื้อตัวบางของเธอที่ตากอยู่ปลิวหล่นไป อิงอิงที่เหม่ออยู่พอเห็นเสื้อปลิวไปต่อหน้าต่อตาจึงรีบคว้าเอาไว้โดยลืมไปว่าเธอยืนอยู่ริมระเบียงที่มีรั้วกั้นแค่ครึ่งเอวเธอ

“อ๊ะ! กรี๊ด!”

“ยัยอิงอิง!”

.

.

ตอนที่ 1 : กลายเป็นนางร้ายที่กำลังจะตาย

คุกหลวงใต้ดิน

แกร๊ก!

เสียงปลดโซ่กุญแจหน้าห้องคุมขังดังขึ้น

“คุณหนูใหญ่ตื่นได้แล้วขอรับ”

‘เสียงใครมาเรียกคุณหนูใหญ่ที่นี่’

“คุณหนูใหญ่ คุณหนูใหญ่ขอรับ ตื่นมาทานอาหารก่อนขอรับ”

“ยัยฉิงฉิง แกเบาเสียงทีวีลงหน่อยสิ”

อิงอิงที่นอนสะลึมสะลืออยู่รีบบิดท่านอนพร้อมกับยกมือปิดหูเมื่อเธอคิดว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องนอนตึกสิบชั้นที่มณฑลหนานจิงและเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงซีรีส์ที่ฉิงฉิงเปิดดูทุกวัน

“คุณหนูใหญ่รั่ว คุณหนูรีบตื่นมากินอาหารก่อนขอรับ”

เสียงทหารประจำการในคุกหลวงที่ถูกรั่วฮูหยินไหว้วานให้นำสำรับอาหารมาให้บุตรสาวรีบเรียกคนขี้เซาอีกครั้ง

“น่ารำคาญจริง ยัยฉิงฉิง! ฉันบอกให้เบาเสียง…หน่อย”

อิงอิงทนเสียงปลุกนั้นไม่ไหวจึงลุกเตรียมด่าเพื่อนรักอีกครั้ง หากแต่เพียงเธอลืมตาตื่นเต็มดวง สิ่งที่เห็นกลับเป็นเพียงสถานที่อึมครึม มีแสงสลัว ๆ แถมล้อมรอบไปด้วยหินทึบหนาที่ฉาบกั้นเอาไว้ทางด้านหลัง

“คุณหนูใหญ่ตื่นแล้วรีบทานของพวกนี้เถิดขอรับ ข้าน้อยได้รับคำสั่งจากรั่วฮูหยินให้แอบเอาของพวกนี้มาให้คุณหนู”

อิงอิงจ้องมองหน้านายทหารที่พูดกับตนสลับมองอาหารที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้าด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่น

“คุณหนูใหญ่ รั่วฮูหยิน แล้วก็…คุก?”

อิงอิงเริ่มตั้งสติกวาดมองรายละเอียดสถานที่ที่ตนอยู่

‘ไม่จริง ฉันอยู่ในนี้ได้ยังไง ฝันเหรอ’

“โอ้ย! เจ็บ ๆ”

“คุณหนูทำร้ายตัวเองทำไมขอรับ”

อิงอิงคิดว่าตอนนี้ตัวเองกำลังฝันอยู่จึงหยิกแขนเพื่อทดสอบ หากแต่เธอกลับรับรู้ถึงความเจ็บแปลบตรงที่หยิกจนนายทหารตกใจรีบเอ่ยถามพลางห้ามปราม

“ไม่ได้ฝัน”

อิงอิงพึมพำเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าสบมองนายทหารตรงหน้าและเอ่ยถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

“ข้าคือรั่วอิงเหยา เพิ่งถูกองค์ชายใหญ่สั่งขังคุกใช่ไหม?” อิงอิงชี้นิ้วเข้าหาตนเองสำทับคำพูด

นายทหารตรงหน้ามองกลับด้วยความใคร่สงสัยอากัปกริยาของนางก่อนจะตอบ

“ขอรับ เพราะคุณหนูใหญ่เพิ่งวางยาว่าที่พระชายาขององค์ชายใหญ่ไป”

ตุบ!

อิงอิงถึงกับเข่าอ่อนทรุดตัวนั่งลงกับพื้นแข็งกระด้าง

“คุณหนูใหญ่!”

นายทหารตรงหน้าตกใจรีบปรี่เข้าไปช่วยพยุงเธอขึ้นนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวยาว

“นี่เรื่องบ้าอะไร ทำไมฉันถึงเข้ามาอยู่ในนิยายของตัวเอง แถมยังมาอยู่ในร่างนางร้ายที่กำลังจะตายแบบนี้!”

“คุณหนูใหญ่พูดอะไรหรือขอรับ”

อิงอิงไม่ตอบ นางเงยหน้ามองนายทหารข้าง ๆ ด้วยแวตาหดหู่และน่าเวทนา

“ตอนนี้ยามใดแล้ว”

เธอจำได้ว่าตัวละครนี้จะถูกประหารยามห้าย

“ตอนนี้เป็นปลายยามชวีขอรับ”

ปลายยามชวี แปลว่าเหลือเวลาไม่มากแล้วที่เธอจะถูกตู้ชิงหลางลอบสังหาร

อิงอิงนั่งนิ่ง เธอกำลังตั้งสติเพื่อหาทางออก เพราะหากตัวละครที่เธอสวมอยู่ดำเนินไปตามที่เธอเขียน ไม่รู้ว่าวิญญาณเธอจะแตกดับไปพร้อมร่างกายนี้หรือไม่

“เจ้าช่วยข้าเรื่องหนึ่งได้หรือไม่”

อิงอิงสวมเป็นรั่วอิงเหยาได้อย่างแนบเนียน

“คุณหนูใหญ่จะให้ข้าน้อยทำอะไรขอรับ”

อิงอิงนิ่งไปชั่วขณะ นางไตร่ตรองความคิดอีกครั้งก่อนจะเอ่ย

“ข้าต้องการพบหลัวซื่อจื่อ”

“คุณหนูหมายถึงหลัวซื่อจื่อ หลัวฉางเฟิง หรือขอรับ”

อิงอิงนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนั้นเธอเขียนตัวละครซื่อจื่อผู้นี้อยู่อีกเมืองซึ่งไม่มีทางมาทันตามที่นางต้องการ

“ไม่ ๆ เจ้ารีบไปทูลองค์ชายใหญ่ มีเพียงข้าที่สามารถช่วยว่าที่พระชายาให้รอดได้”

“เข้าเฝ้าองค์ชายใหญ่มิใช่เรื่องง่ายนะขอรับ”

คนผู้นี้เป็นเพียงนายทหารประจำคุกหลวงขั้นต่ำ ไม่สามารถเข้าเฝ้าเชื้อกษัตริย์ได้ตามใจชอบ

“ท่านราชครู… ท่านพ่อข้า เจ้ารีบนำเรื่องนี้ไปแจ้งแก่ท่านพ่อข้า”

“ขอรับ”

นายทหารผู้นั้นรีบรับคำสั่ง เร่งออกจากคุกไปทันที

“แกต้องรอดสิยัยอิงอิง แกต้องกลับไปที่ที่แกจากมาให้ได้”

เมื่ออยู่ลำพัง นักเขียนมือทองอย่างอิงอิงก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองพลางนึกถึงคำทำนายจากอีเมลปริศนา

‘ฉันดวงกุดเพราะตกจากระเบียงที่อยู่ชั้นสิบ และจากมาในที่ไกลแสนไกลคือโลกนิยาย เพื่อเป็นนางร้ายจากหมึกปากกาของตัวเองเนี่ยนะ’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป