บทที่ 3 รอยยิ้มที่ซ่อนบางอย่าง

หลังจากมีนาเข้ามาอยู่ในบ้านได้เพียงสามวัน ชีวิตที่เคยเรียบง่ายของพิมพ์ดาวก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย ห้องนอนที่เคยเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเธอถูกแบ่งให้มีนาใช้ โต๊ะอาหารที่เธอเคยนั่งประจำก็มีคนอื่นเข้ามานั่งแทน แม้กระทั่งเวลาที่เธอพูดคุยกับพ่อ ก็มีมีนาเข้ามาอยู่ตรงกลางเสมอ แต่พิมพ์ดาวพยายามบอกตัวเองว่า...ไม่เป็นไร

เพราะอย่างน้อยเธอก็ยังมีภาคิน ชายหนุ่มที่เป็นเหมือนที่พึ่งทางใจเพียงคนเดียวของเธอ

ทว่าเธอไม่รู้เลยว่า...

มีนากำลังจับตามองทุกอย่างอยู่ และสิ่งที่มีนาสนใจมากที่สุดก็คือความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับภาคิน

---

“พี่ดาวคะ”

เสียงหวานดังขึ้นจากด้านหลัง

พิมพ์ดาวที่กำลังรดน้ำต้นไม้หันกลับไป ก่อนพบว่ามีนากำลังยืนอยู่ตรงประตูสวน

มีนายิ้มบาง ๆ ขณะเดินเข้ามาหา

“มีอะไรเหรอ?”

พิมพ์ดาวถามด้วยสีหน้าแปลกใจ ก่อนวางสายยางลง

มีนาก้มหน้าลงเล็กน้อย สีหน้าดูเหมือนลังเลที่จะพูด

“หนูอยากถามอะไรพี่อย่างหนึ่งค่ะ”

“ถามสิ”

พิมพ์ดาวตอบพร้อมยิ้มอ่อนโยน แม้จะรู้สึกว่าท่าทีของอีกฝ่ายแปลก ๆ

มีนาเงยหน้าขึ้นมองเธอ

“พี่กับพี่ภาคิน...สนิทกันมากใช่ไหมคะ?”

คำถามนั้นทำให้พิมพ์ดาวชะงักไปเล็กน้อย

หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ก็...สนิทกันตั้งแต่เด็กน่ะ”

เธอตอบพลางหลบสายตาเล็กน้อย ใบหน้าเริ่มแดงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

มีนาสังเกตเห็นทุกอย่าง รอยแดงบนแก้ม แววตาที่เปลี่ยนไป

และรอยยิ้มที่พิมพ์ดาวพยายามซ่อน มีนายิ้มบาง ๆ

“พี่ชอบพี่ภาคินหรือเปล่าคะ?”

พิมพ์ดาวเบิกตากว้างทันที

“มีนา!”

เธอเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องหันหนี

มีนาหัวเราะเบา ๆ พลางยกมือปิดปาก

“หนูล้อเล่นค่ะ”

เธอพูดด้วยท่าทีขี้เล่น แต่ดวงตากลับนิ่งผิดกับรอยยิ้มบนใบหน้า

“หนูแค่คิดว่าพี่สองคนเหมาะสมกันดี”

พิมพ์ดาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนยิ้มออกมา

“อย่าพูดแบบนี้สิ พี่กับพี่คินไม่ได้เป็นอะไรกัน”

เธอพูดพลางก้มหน้าลง นิ้วมือขยับไปมาอย่างประหม่า

มีนามองท่าทางนั้นเงียบ ๆ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ถ้าอย่างนั้น...ถ้าวันหนึ่งหนูชอบพี่ภาคิน พี่จะโกรธหนูไหมคะ?”

พิมพ์ดาวเงียบไปทันที คำถามนั้นเหมือนมีบางอย่างกรีดลงกลางหัวใจ

แต่เธอก็ฝืนยิ้มออกมา

“ไม่หรอก”

เธอตอบทั้งที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบ

“ถ้าพี่คินชอบมีนา...พี่ก็ยินดีด้วย”

มีนาจ้องหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มกว้างขึ้น

“จริงนะคะ?”

“จริง”

พิมพ์ดาวพยักหน้า แม้ในใจจะเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

มีนาก้าวเข้ามากอดเธอ

“พี่ดาวใจดีที่สุดเลยค่ะ”

เธอพูดด้วยเสียงอ่อนหวาน พร้อมซบหน้าลงบนไหล่ของพิมพ์ดาว

พิมพ์ดาวยกมือขึ้นลูบหลังอีกฝ่ายเบา ๆ

“เราเป็นพี่น้องกันแล้วนี่”

เธอพูดพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน แต่ทันทีที่พิมพ์ดาวหันหน้าหนี...รอยยิ้มของมีนาก็ค่อย ๆ จางลง แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นเย็นชา

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ...”

มีนาพึมพำเบามากจนพิมพ์ดาวไม่ได้ยิน

“เพราะต่อจากนี้...พี่คินจะต้องเป็นของฉัน”

---

ช่วงเย็น

ภาคินเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกล่องขนมจากร้านดัง

พิมพ์ดาวที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาของเธอเป็นประกาย

“พี่คิน!”

เธอลุกขึ้นอย่างดีใจ ก่อนเดินเข้าไปหา

“ซื้ออะไรมาคะ?”

ภาคินยกกล่องในมือขึ้นเล็กน้อย

“ขนมร้านที่เธอชอบ”

เขาพูดพร้อมยิ้มบาง ๆพิมพ์ดาวรับกล่องมาด้วยรอยยิ้มกว้าง

“พี่จำได้ด้วยเหรอ?”

น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความดีใจจนปิดไม่มิด

ภาคินหัวเราะเบา ๆ

“เรื่องของเธอ พี่จำได้หมดแหละ”

คำพูดธรรมดาเพียงประโยคเดียวกลับทำให้หัวใจของพิมพ์ดาวเต้นแรง

เธอมองเขาด้วยแววตาอ่อนโยน ในขณะเดียวกัน มีนาที่กำลังเดินลงบันไดหยุดชะงัก

เธอมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป นิ้วมือกำราวบันไดแน่นความหึงหวงเริ่มปรากฏขึ้นในแววตา

มีนาเดินลงมา ก่อนฝืนยิ้ม

“พี่ภาคินซื้อขนมมาเหรอคะ?”

ภาคินหันไปมองเธอ

“ใช่”

มีนาทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“น่าเสียดายจังค่ะ หนูยังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เที่ยงเลย”

เธอลูบท้องเบา ๆ พร้อมทำสีหน้าเหมือนอ่อนแรง

ภาคินขมวดคิ้วทันที

“ทำไมไม่กิน?”

“หนูไม่ค่อยหิวน่ะค่ะ”

มีนาตอบพร้อมก้มหน้า

พิมพ์ดาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองเธอ ก่อนเปิดกล่องขนมออก

“ถ้ามีนาอยากกิน กินด้วยกันสิ”

เธอพูดพร้อมยื่นกล่องให้ด้วยรอยยิ้ม

มีนาเงยหน้าขึ้น

“พี่ดาวให้หนูจริง ๆ เหรอคะ?”

“จริงสิ”

พิมพ์ดาวพยักหน้า

มีนารับขนมไป ก่อนยิ้มหวาน

“ขอบคุณนะคะ”

ภาคินมองทั้งสองคน แล้วพูดขึ้นอย่างเอ็นดู

“พี่ดีใจนะที่พวกเธอเข้ากันได้”

พิมพ์ดาวยิ้มแต่มีนากลับกำกล่องขนมแน่นขึ้นเล็กน้อย

เพราะคำพูดของภาคินทำให้เธอรู้ว่า...หากต้องการให้เขาหันมามองเธอ

เธอต้องทำให้พิมพ์ดาวกลายเป็นคนที่เขาไม่อยากอยู่ใกล้

และแผนแรก...กำลังจะเริ่มขึ้นในคืนนี้

---

คืนนั้น

เสียงของบางอย่างตกกระแทกพื้นดังขึ้นจากชั้นล่าง

เพล้ง!

พิมพ์ดาวสะดุ้งตื่น ก่อนรีบเปิดประตูห้องออกมา

“เกิดอะไรขึ้น?”

เธอถามด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนรีบวิ่งลงบันได แต่ทันทีที่มาถึง...

พิมพ์ดาวก็ต้องหยุดนิ่ง แจกันราคาแพงของแม่เธอแตกกระจายอยู่บนพื้นและมีนายืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

ที่สำคัญ...

ภาคินกำลังยืนอยู่ตรงนั้น เขามองพิมพ์ดาวด้วยสีหน้าประหลาดใจ

มีนาหันมามองเธอ ก่อนพูดด้วยเสียงสั่น

“พี่ดาว...”

พิมพ์ดาวชะงัก

“มีนา?”

มีนากัดริมฝีปากแน่น ก่อนพูดทั้งน้ำตา

“หนูขอโทษค่ะ...หนูไม่คิดว่าพี่ดาวจะโกรธขนาดนี้”

พิมพ์ดาวเบิกตากว้าง

“เธอพูดอะไร?”

มีนาส่ายหน้าทั้งน้ำตา ก่อนถอยหลังไปหนึ่งก้าว

“ไม่มีอะไรค่ะ...”

ภาคินขมวดคิ้วทันที

“มีนา เธอหมายความว่ายังไง?”

มีนามองภาคินด้วยแววตาหวาดกลัว ก่อนพูดเบา ๆ

“หนูแค่...เผลอทำแจกันของคุณแม่ตก แล้วพี่ดาวก็...”

เธอหยุดพูดกลางประโยค

ภาคินมองพิมพ์ดาวทันที

“ดาว?”

พิมพ์ดาวส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว

“ดาวยังไม่ได้ทำอะไรเลย”

เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่น สีหน้าตกใจเมื่อเริ่มรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

แต่มีนากลับรีบพูดขึ้น

“พี่ดาวไม่ได้ทำอะไรค่ะ”

เธอฝืนยิ้มทั้งน้ำตา

“หนูคงทำของตกเอง”

คำพูดนั้นฟังเหมือนการปกป้องพิมพ์ดาว แต่กลับทำให้สถานการณ์ดูเหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่ ภาคินมองพิมพ์ดาวด้วยแววตาสงสัย

ส่วนพิมพ์ดาวได้แต่ยืนนิ่ง

เธอไม่รู้เลยว่า...นี่เป็นเพียง ครั้งแรกของแผนการที่มีนากำลังจะใช้ทำลายเธอ

และครั้งต่อไป...สิ่งที่ถูกทำลายอาจไม่ใช่แค่แจกัน

แต่อาจเป็น ความไว้วางใจของภาคินที่มีต่อเธอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป