บทที่ 2 ไม่อยากเป็นน้อง
ชายหนุ่มในชุดแจ็คเก็ตหนังสีดำและหมวกกันน็อกเต็มใบดับเครื่องยนต์ แล้วก้าวลงจากรถ เขาเดินตรงเข้ามาหาเธอท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย
“รถเป็นอะไรครับ ให้ผมช่วยดูไหม” เสียงทุ้มๆ ดังรอดผ่านหมวกกันน็อกออกมา
เจนจิราลังเลเล็กน้อย แต่ในสถานการณ์แบบนี้ เธอคงไม่มีทางเลือกอื่น “ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ อยู่ดีๆ มันก็ดับไปเลย สตาร์ทไม่ติดด้วย”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ เขาถอดหมวกกันน็อกออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เปียกปอนไปด้วยหยาดฝน เส้นผมสีเข้มลู่ไปตามรูปหน้า ดวงตาคมกริบคู่ประสานกับเธอในความมืด ก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มกว้าง เป็นรอยยิ้มที่สดใสจนทำให้บรรยากาศที่อึมครึมดูสว่างขึ้นมาทันตา
“งั้นเดี๋ยวผมดูให้ ขอไฟฉายหน่อยครับ”
เจนจิราหยิบไฟฉายกระบอกเล็กที่ติดรถไว้ส่งให้เขา ชายหนุ่มรับไปแล้วก้มลงส่องดูใต้ฝากระโปรงรถอย่างคล่องแคล่ว
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็เงยหน้าขึ้นมา “ดูเหมือนว่าระบบไฟฟ้าจะมีปัญหานะครับ สงสัยน้ำจะเข้า คงต้องตามช่างมาลากไปอู่”
“แบตโทรศัพท์ฉันหมดพอดี คุณพอจะให้ฉันยืมโทรศัพท์โทรหาช่างได้ไหมคะ”
“ยินดีครับ” เขายื่นโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดของตัวเองส่งให้เธอ
เจนจิรารับมากดเบอร์โทรศัพท์ของศูนย์บริการ แต่รอจนสายตัดก็ไม่มีใครรับสาย เธอถอนหายใจอย่างหงุดหงิด
“สงสัยฝนตกหนักแบบนี้ ช่างคงไม่สะดวกออกมา คุณพอจะรู้จักเบอร์รถลากที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงไหมคะ”
ชายหนุ่มส่ายหน้า “แถวนี้ไม่ค่อยมีอู่เปิดดึกหรอกครับ ยิ่งฝนตกแบบนี้ด้วย เอาอย่างนี้ไหม เดี๋ยวผมขับรถไปส่งคุณที่บ้านก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยตามช่างมาจัดการรถ”
เจนจิรามองชายแปลกหน้าตรงหน้าอย่างระแวดระวัง แม้เขาจะดูไม่มีพิษมีภัย แต่การซ้อนท้ายบิ๊กไบค์ของผู้ชายที่ไม่รู้จักกันเลยในยามวิกาลแบบนี้ มันก็ดูเสี่ยงเกินไปสำหรับเธอ
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันเดินไปหาตู้โทรศัพท์สาธารณะแถวนี้โทรหาเพื่อนให้มารับดีกว่า”
“แถวนี้ไม่มีตู้โทรศัพท์หรอกครับ เดินไปก็เปียกเปล่าๆ ไม่ต้องกลัวผมหรอก ผมไม่ใช่โจร” เขายิ้มทะเล้น “ผมชื่อ เจ้านาย... แล้วคุณล่ะ”
“เจนจิรา... เรียกฉันว่า เจน ก็ได้”
“โอเคครับ เจน ทีนี้เราจะไปกันได้หรือยัง หรือจะรอให้ฝนซาแล้วค่อยไป”
สรรพนามที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ทำให้เจนจิราขมวดคิ้ว “เดี๋ยว ฉันอายุมากกว่าคุณนะ คุณควรจะเรียกฉันว่าพี่สิ”
เจ้านายหัวเราะในลำคอ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ “เพิ่งรู้จักกัน ผมยังไม่อยากรีบเป็นน้องครับ ไปเถอะ เจน เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
เขาดึงร่มไปจากมือเธอ แล้วกางกั้นสายฝนให้ ทั้งคู่เดินกลับไปที่บิ๊กไบค์ของเจ้านาย เขาหยิบหมวกกันน็อกใบสำรองที่แขวนไว้ท้ายรถมาสวมให้เธออย่างเบามือ
“เกาะแน่นๆ นะครับ”
เจนจิราขึ้นซ้อนท้ายอย่างเก้ๆ กังๆ มือบางจับชายเสื้อแจ็คเก็ตของเขาไว้หลวมๆ เจ้านายสตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วขับทะยานออกไปท่ามกลางสายฝนที่ยังคงกระหน่ำลงมา
ตลอดทาง เจนจิราได้แต่มองแผ่นหลังกว้างของชายแปลกหน้าที่เธอเพิ่งรู้จัก รอยยิ้มทะเล้นๆ และคำพูดกวนประสาทของเขา ทำให้เธอเผลอลืมเรื่องราวแย่ๆ ที่เพิ่งเผชิญมาไปชั่วขณะ
หมอนี่เป็นใครกันนะ
เธอคิดในใจ ขณะที่สายฝนยังคงตกกระทบลงบนหมวกกันน็อกของเธอเป็นจังหวะ
เจ้านายขับบิ๊กไบค์มาจอดหน้าคอนโดหรูของเจนจิราตามที่เธอบอกทาง เขาดับเครื่องยนต์ แล้วถอดหมวกกันน็อกออกให้เธอ
“ขอบคุณมากนะคะ ที่มาส่ง” เจนจิรากล่าวขอบคุณ พร้อมกับคืนโทรศัพท์มือถือให้เขา
“ไม่เป็นไรครับ เจน รีบขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เดี๋ยวจะเป็นหวัด”
เจนจิราพยักหน้ารับ “คุณก็เหมือนกัน กลับดีๆ นะคะ”
“ครับ อ้อ เจน” เจ้านายเรียกเธอไว้ ขณะที่เธอกำลังจะเดินหันหลังกลับ
“คะ?”
“พรุ่งนี้เช้า อย่าลืมตามช่างไปลากรถด้วยนะครับ” เขายิ้มกว้าง “ฝันดีครับ เจน”
เจนจิรามองรอยยิ้มนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบ “ฝันดีค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
เธอเดินเข้าคอนโดไป โดยที่เจ้านายยังคงยืนมองตามจนลับสายตา ก่อนที่เขาจะสตาร์ทบิ๊กไบค์แล้วขับออกไปท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่มีพายุฝน
เจนจิราทิ้งตัวลงบนเตียงนอนหนานุ่มหลังจากอาบน้ำเสร็จ ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามาจนแทบจะขยับตัวไม่ไหว เธอหลับตาลง ภาพรอยยิ้มทะเล้นๆ ของ ‘เจ้านาย’ ก็ลอยเข้ามาในหัว
“เพิ่งรู้จักกัน ผมยังไม่อยากรีบเป็นน้องครับ”
ประโยคกวนประสาทของเขายังคงดังก้องอยู่ในหู เจนจิราส่ายหัวไล่ความคิดบ้าๆ นั้นออกไป พรุ่งนี้เธอยังมีเรื่องปวดหัวรออยู่อีกมากมาย ทั้งเรื่องรถ เรื่องงาน และเรื่องคู่หมั้นที่เพิ่งจะกลายเป็น ‘อดีต’ ไปหมาดๆ
ฤดูร้อนของเจนจิราในปีนี้ ดูเหมือนจะเริ่มต้นขึ้นด้วยพายุฝนที่โหมกระหน่ำเสียแล้ว
