บทที่ 3 เด็กเส้นฝึกงานหน้าคุ้น

กลิ่นกาแฟคั่วบดลอยกรุ่นแตะจมูก เจนจิรายกแก้วเซรามิกสีขาวขึ้นจิบ รสขมปร่าของอเมริกาโน่ไม่ใส่น้ำตาลไหลลงคอ ช่วยเรียกสติที่หลุดลอยให้กลับมาจดจ่อกับกองเอกสารตรงหน้า แอร์ในห้องทำงานเย็นเฉียบจนขนแขนลุกชัน แต่เธอกลับรู้สึกว่าอุณหภูมิในร่างกายมันร้อนรุ่มแปลกๆ

เมื่อคืนเธอแทบไม่ได้นอน ภาพหัสดินกับเลขาเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงเดียวกันยังคงตามหลอกหลอน แถมรถยุโรปคันเก่งยังมาพังกลางสายฝนจนต้องพึ่งพาบิ๊กไบค์ของคนแปลกหน้าให้มาส่งถึงคอนโด เป็นการเริ่มต้นสัปดาห์ที่ชวนให้ปวดหัวที่สุดในรอบปี

เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่อรปรียาจะเดินถือแฟ้มเข้ามา เลขาสาวควบตำแหน่งเพื่อนสนิทกวาดสายตามองเจ้านายตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วมาหยุดอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายซึ่งบัดนี้ว่างเปล่า

“เมื่อเช้าช่างจากศูนย์โทรมาบอกว่าระบบไฟรวนหนัก คงต้องจอดซ่อมเป็นอาทิตย์”

อรปรียาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ก่อนจะลดเสียงลงคล้ายกระซิบ

“แล้วนี่... เกิดอะไรขึ้น ทำไมแหวนหายไปไหน”

“ฉันคืนพี่ดินไปแล้ว”

เจนจิราตอบหน้าตาย สายตายังคงไล่อ่านตัวเลขในรายงานผลประกอบการ

อรปรียาเบิกตากว้าง ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไม่ต้องรอคำเชิญ

“ล้อเล่นใช่ไหม งานแต่งเดือนหน้า การ์ดพิมพ์เสร็จไปครึ่งนึงแล้วนะแก พี่ดินไปทำอะไรให้แกโกรธเบอร์นี้”

“ฉันไปเจอเขานอนกกอยู่กับยัยพิมที่เพนต์เฮาส์เมื่อคืน”

คำตอบสั้นๆ ทำเอาคนฟังอ้าปากค้าง อรปรียายกมือขึ้นทาบอก

“เลขาหน้าห้องเนี่ยนะ เลวมาก กล้าทำเรื่องทุเรศแบบนี้ตอนที่บริษัทเรากำลังเจรจาร่วมทุนกับเครือของพ่อเขา แกจะเอายังไงต่อ เรื่องนี้กระทบโปรเจกต์พระรามเก้าแน่ๆ”

เจนจิราปิดแฟ้มเสียงดังป้าบ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำ ปลายนิ้วนวดคลึงขมับที่เริ่มเต้นตุบ “ฉันสั่งระงับการเตรียมงานแต่งทั้งหมดไปแล้ว ส่วนเรื่องธุรกิจ ถ้าคุณธนากรจะถอนทุนเพราะลูกเลี้ยงแกสร้างเรื่องคาว ก็ให้มันรู้ไป เครือบริพัฒน์ไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดต้องง้อผู้ชายมักมากมาต่อลมหายใจ”

ยังไม่ทันที่อรปรียาจะได้ออกความเห็น โทรศัพท์บนโต๊ะก็ส่งเสียงกรีดร้อง เลขาสาวกดรับสาย ฟังปลายทางพูดสองสามประโยคแล้วหันมามองหน้าประธานบริษัท

“ผู้จัดการฝ่ายบุคคลพานักศึกษาฝึกงานมาส่งค่ะ”

คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน “นักศึกษาฝึกงาน? ช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูรับเด็กฝึกงานไม่ใช่เหรอ”

“เด็กเส้นค่ะ” อรปรียาป้องปาก “ฝ่ายบุคคลบอกว่าคุณธนากรเป็นคนฝากฝังมาเอง กำชับว่าให้มาเรียนรู้งานโดยตรงกับประธานบริษัท”

เจนจิราแค่นยิ้ม มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย ธนากร โชคภักดี ประธานกลุ่มรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ พ่อเลี้ยงของหัสดิน ส่งคนมาล้วงลูกถึงในบริษัทตอนที่เธอกำลังจะถอนหมั้นกับลูกชายเขาพอดี จังหวะเวลาช่างพอเหมาะพอเจาะเหลือเกิน

“ให้เข้ามา”

อรปรียาเดินไปเปิดประตู ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเดินนำชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งเข้ามาในห้อง เจนจิราไม่ได้เงยหน้ามองในทันที เธอยังคงจัดเรียงเอกสารบนโต๊ะเพื่อแสดงให้เห็นว่าเวลาของเธอมีค่ามากกว่าจะมานั่งรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

“นี่คือคุณจิรายุ โชคภักดี ค่ะคุณเจน”

นามสกุลคุ้นหูทำให้เจนจิราต้องช้อนสายตาขึ้นมอง ชายหนุ่มตรงหน้าสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนลวกๆ เนกไทสีเข้มถูกรูดลงมาหลวมๆ ไม่เรียบร้อยนัก รูปร่างสูงโปร่ง ไหล่กว้าง เส้นผมสีดำสนิทเซ็ตมาแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่สิ่งที่ทำให้ประธานสาวถึงกับชะงักคือเค้าโครงหน้าหล่อเหลากับรอยยิ้มมุมปากที่ดูยียวน

เขาคือคนเดียวกับไบค์เกอร์ที่ขับรถไปส่งเธอเมื่อคืน

“สวัสดีครับ คุณประธาน” จิรายุเอ่ยทักทาย น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกลั้วหัวเราะ ดวงตาสีเข้มพราวระยับเมื่อเห็นอาการตกตะลึงที่ซ่อนไม่มิดของหญิงสาวตรงหน้า

เจนจิราสูดลมหายใจลึก พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเยือกเย็นตามเดิม เธอพยักหน้าให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลและอรปรียาเป็นเชิงบอกให้ออกไปก่อน เมื่อบานประตูไม้ปิดสนิท ภายในห้องจึงเหลือเพียงเธอกับชายหนุ่มที่ยังคงยืนล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบายๆ

“โลกกลมดีจังเลยนะครับ เจน”

“ที่นี่บริษัท กรุณาเรียกฉันว่าคุณเจนจิรา หรือคุณประธาน” เธอตอกกลับเสียงแข็ง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแม้จะสวมส้นเข็มก็ยังสูงแค่ระดับสายตาของเขา “เมื่อคืนคุณไม่ได้บอกว่านามสกุลโชคภักดี”

“ก็คุณไม่ได้ถามนี่ครับ” เขาไหวไหล่ เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด “ผมบอกแค่ว่าผมชื่อเจ้านาย แล้วคุณก็ยอมซ้อนท้ายรถผมกลับบ้านมาแต่โดยดี”

คำพูดกึ่งล้อเลียนทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกต้อน เจนจิรากอดอก ก้าวออกมาจากหลังโต๊ะทำงานเพื่อเผชิญหน้า

“คุณเป็นลูกชายคุณธนากร ใช่ไหม”

“ครับ ลูกชายแท้ๆ ไม่ใช่ลูกติดแม่เลี้ยง” เขาเน้นคำหลังอย่างจงใจ รอยยิ้มบนใบหน้าจางลงเล็กน้อย

“พ่อส่งผมมาเรียนรู้งานบริหารที่นี่ หวังว่าคุณประธานจะเมตตาสอนงานเด็กฝึกงานตาดำๆ นะครับ”

ฟังดูก็รู้ว่าประโยคหลังแฝงไปด้วยความประชดประชัน เจนจิราหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างประเมิน หัสดินเป็นลูกเลี้ยงที่ธนากรรักและผลักดันให้ขึ้นแท่นผู้บริหาร ส่วนลูกชายสายเลือดแท้ๆ อย่างจิรายุกลับถูกส่งมาเป็นแค่เด็กฝึกงานในบริษัทคู่ค้า เรื่องครอบครัวนี้มันมีอะไรซับซ้อนกว่าที่ตาเห็นแน่ๆ

แต่ไม่ว่าเขาจะมาด้วยจุดประสงค์อะไร เธอจะไม่ยอมให้ใครมาเดินเพ่นพ่านสืบความลับในพื้นที่ของเธอเด็ดขาด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป