บทที่ 4 ขอรางวัล
แสงแดดยามเย็นสาดส่องทะลุมู่ลี่เข้ามาเป็นเส้นสีเหลืองทองตกกระทบกรอบรูปบนโต๊ะทำงาน เจนจิรายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา เข็มยาวชี้บอกเวลาสี่โมงสี่สิบห้านาที
เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดจากโต๊ะหน้าห้องเงียบไปแล้ว ประธานสาวเอนหลังพิงเก้าอี้หนัง นวดคลึงต้นคอที่ปวดเกร็งมาทั้งวัน แอร์ในห้องยังคงทำหน้าที่ส่งลมเย็นเฉียบจนผิวเนื้อเริ่มชา เธอเดาว่าป่านนี้เด็กเส้นคนนั้นคงยอมแพ้และเก็บของกลับบ้านไปแล้ว แฟ้มงบประมาณสามปีไม่ใช่เรื่องที่คนไม่มีประสบการณ์จะทำความเข้าใจได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ยิ่งต้องแยกหมวดหมู่และเปรียบเทียบตัวเลขด้วยแล้ว ต่อให้เป็นพนักงานบัญชีเก่งๆ ยังต้องนั่งกุมขมับ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่บานไม้สีเข้มจะถูกผลักเข้ามา
จิรายุเดินเข้ามาหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงาน เขายังคงสวมเสื้อเชิ้ตที่พับแขนขึ้นลวกๆ แต่ใบหน้าหล่อเหลากลับไม่มีร่องรอยของความเหนื่อยล้า ชายหนุ่มวางแฟ้มเอกสารที่ถูกจัดเรียงใหม่อย่างเป็นระเบียบลงตรงหน้าเธอ พร้อมกับแฟลชไดรฟ์สีเงินหนึ่งอัน กลิ่นหมึกพิมพ์ที่เพิ่งออกมาจากเครื่องถ่ายเอกสารยังคงลอยแตะจมูก
“สี่โมงห้าสิบนาที ส่งงานครับ”
เขายิ้มมุมปาก ล้วงมือทั้งสองข้างเข้ากระเป๋ากางเกง ท่าทางสบายๆ เหมือนเพิ่งเดินกลับมาจากร้านกาแฟ มากกว่าคนที่เพิ่งนั่งจมกองตัวเลขมาทั้งวัน
เจนจิราปรายตามองแฟ้มตรงหน้า หยิบมันขึ้นมาเปิดดูด้วยความรู้สึกจับผิด เธอเตรียมคำพูดตำหนิไว้ในหัวเรียบร้อยแล้ว หากพบว่าเขาสรุปข้อมูลมาแบบขอไปที แต่พอสายตาไล่อ่านตัวอักษรบนหน้ากระดาษ คิ้วเรียวสวยก็เริ่มขมวดเข้าหากัน
ไม่มีการสรุปแบบลวกๆ ไม่มีข้ออ้าง
ตารางเปรียบเทียบถูกจัดเรียงเป็นหมวดหมู่อย่างชัดเจน แยกค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าแรงงาน และค่าดำเนินการออกจากกัน หน้ากระดาษมีแถบสีไฮไลต์เน้นจุดที่ตัวเลขมีความผิดปกติ พร้อมแนบกราฟแสดงความผันผวนของราคากลางในช่วงสามปีที่ผ่านมา ทุกอย่างถูกสรุปมาเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย กระชับ และตรงประเด็น
ประธานสาวพลิกหน้ากระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่า ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องทำงาน มีเพียงเสียงกระดาษเสียดสีกัน เธอพยายามหาจุดบกพร่อง แต่กลับพบว่าการวิเคราะห์ของเขามันสมบูรณ์แบบเกินกว่าจะเป็นผลงานของเด็กฝึกงานทั่วไป
นิ้วเรียวหยุดชะงักตรงหน้าสรุปค่าวัสดุของโครงการเมื่อสองปีก่อน “ทำไมตรงนี้ถึงมาร์กสีแดง”
เจ้านายขยับเข้ามาใกล้โต๊ะอีกก้าว วางมือลงบนพนักเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “เพราะราคาปูนซีเมนต์กับเหล็กเส้นในไตรมาสที่สามของปีนั้น มันสูงกว่าราคากลางในตลาดเกือบยี่สิบเปอร์เซ็นต์ครับ”
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป ไม่มีแววยียวนกวนประสาทเหมือนตอนกลางวัน ดวงตาคมกริบจ้องมองตัวเลขบนกระดาษอย่างจริงจัง
“ถ้าดูเผินๆ อาจจะคิดว่าเป็นเพราะความผันผวนของเศรษฐกิจ แต่พอผมเอาไปเทียบกับโครงการอื่นที่สร้างในช่วงเวลาเดียวกัน ต้นทุนมันไม่ได้กระโดดสูงขนาดนี้” เขายืดตัวขึ้น สบตาเธอตรงๆ “มีคนสั่งซื้อวัสดุในราคาที่แพงเกินจริง หรือไม่ก็ มีการตั้งเบิกซ้ำซ้อนในหมวดค่าแรงงาน เพราะยอดการเบิกจ่ายล่วงหน้ามันสูงผิดปกติ”
เจนจิราเม้มปากแน่น โครงการนี้อยู่ในความดูแลของหัสดิน เธอจำได้ว่าตอนนั้นอดีตคู่หมั้นมักจะบ่นเรื่องผู้รับเหมาทิ้งงานจนต้องอัดฉีดเงินเพิ่ม เธอไว้ใจเขาจึงเซ็นอนุมัติไปโดยไม่ได้ลงไปตรวจสอบรายละเอียดให้ลึกซึ้ง
ไม่คิดเลยว่าความไว้ใจนั้นจะกลายเป็นช่องโหว่ให้คนฉวยโอกาส
“นายรู้เรื่องต้นทุนก่อสร้างพวกนี้ได้ยังไง” เธอเงยหน้าขึ้นถาม แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย “คนจบบริหารมาใหม่ๆ ไม่น่าจะมองขาดขนาดนี้”
“ผมชอบอ่านน่ะครับ แล้วก็ชอบตั้งคำถาม” เขาตอบเลี่ยงๆ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก “ตกลงว่ารายงานของผมผ่านไหม” เขายกคิ้วขึ้นแล้วอมยิ้มด้วยสีหน้ากวนประสาท
หญิงสาวปิดแฟ้มลง ดันมันไปไว้มุมโต๊ะ พยายามมองไม่เห็นอาการยียวนนั้น เธอไม่อยากยอมรับเลยว่าผลงานของเขามันดีเยี่ยมจนน่าหงุดหงิด ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่ลูกคุณหนูที่ถูกส่งมาเดินเล่นในบริษัท เขาฉลาด ช่างสังเกต และอาจจะอันตรายกว่าที่เธอประเมินไว้
“ก็ถือว่าใช้ได้” เธอตอบเสียงเรียบ พยายามเก็บซ่อนความประทับใจเอาไว้มิดชิด “สำหรับวันแรก ถือว่าทำได้ดีกว่าที่คิด”
“แค่ใช้ได้เองเหรอครับท่านประธาน” เขายกมือขึ้นลูบปลายคาง ทำหน้ายุ่ง “ผมอุตส่าห์นั่งตาลายอยู่หน้าจอตั้งหลายชั่วโมง ข้าวเที่ยงก็กินไปแค่แซนด์วิชชิ้นเดียว”
“บริษัทเรามีกฎการจ่ายค่าตอบแทนตามความเหมาะสม นายเป็นเด็กฝึกงาน ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายก็ถูกต้องแล้ว ตอนนี้ห้าโมงตรง หมดเวลางาน เชิญนายกลับบ้านได้ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”
เจนจิราตัดบท หยิบปากกาขึ้นมาเตรียมจะเซ็นเอกสารต่อเพื่อไล่แขกทางอ้อม แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบนาที เสียงฝีเท้าที่ควรจะเดินออกไปกลับไม่มีให้ได้ยิน
เธอช้อนสายตาขึ้นมอง เจ้านายยังคงยืนอยู่ที่เดิม สองมือล้วงกระเป๋า นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองมาที่เธออย่างไม่ลดละ ท่าทางเหมือนสุนัขตัวโตที่ถูกเจ้าของสั่งให้คอย และมันก็พร้อมจะยืนอยู่ตรงนั้นจนกว่าจะได้รับอนุญาต
“มีอะไรอีก ฉันบอกให้กลับไปได้แล้วไง”
“เรามีข้อตกลงกันไว้นี่ครับ”
“ข้อตกลงอะไร”
“ผมบอกว่าถ้าทำเสร็จก่อนห้าโมงเย็น จะมีรางวัลให้ผมไหม” เขาทวงสัญญา หน้าตาใสซื่อขัดกับส่วนสูงและไหล่กว้างๆ นั่น “คุณประธานบอกให้ผมไปทำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาต่อรอง ตอนนี้ผมทำเสร็จแล้ว แถมหาจุดรั่วไหลของต้นทุนเจอด้วย”
ประธานสาววางปากกาลงบนโต๊ะดังต๊อก กอดอกมองคนตรงหน้าอย่างระอาใจ คิดจะมาเล่นแง่เรียกร้องอะไรจากเธออีก จะเอาเงินพิเศษ หรือจะขอเลิกงานเร็วขึ้นในวันพรุ่งนี้
“ต้องการอะไร เงินล่วงเวลา? หรือวันหยุด?”
