บทที่ 8 ปกป้อง

แสงสีฟ้าจากโปรเจกเตอร์ฉายวาบขึ้นบนจอผ้าใบขนาดใหญ่ บรรยากาศในห้องประชุมกว้างเย็นเฉียบจนแทบจะได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงกลืนน้ำลายฝืดคอของกลุ่มผู้รับเหมา กลิ่นกาแฟดำที่ตั้งทิ้งไว้จนเย็นชืดผสมกับกลิ่นเหงื่อแห่งความตึงเครียดลอยอวลไปทั่วห้อง

เจนจิรานั่งเอนหลังอยู่ตรงตำแหน่งประธานหัวโต๊ะ ใบหน้าสวยเฉี่ยวเรียบตึง แววตาคมกริบกวาดมองผู้รับเหมาสามคนที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่ฝั่งซ้ายมือ ก่อนจะปรายตาไปทางขวาซึ่งเป็นที่นั่งของ ‘หัสดิน’ อดีตคู่หมั้นที่วันนี้จงใจโผล่เข้ามาร่วมประชุมด้วยในฐานะผู้บริหารโครงการ

และตรงหน้าจอโปรเจกเตอร์นั้นเอง เด็กฝึกงานร่างสูงกำลังยืนถือเลเซอร์พอยเตอร์ ชี้จุดบกพร่องบนตารางงบประมาณด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

“จากกราฟแท่งสีแดงตรงนี้ จะเห็นว่าตัวเลขการเบิกจ่ายค่าเหล็กเส้นและปูนซีเมนต์ในเฟสสองกับเฟสสามมีความซ้ำซ้อนกันครับ” จิรายุอธิบาย รายละเอียดทุกอย่างถูกถ่ายทอดออกมาอย่างลื่นไหล ไม่มีอาการประหม่าแม้จะต้องยืนอยู่ต่อหน้าผู้บริหารระดับสูง “ผมลองเทียบใบเสร็จรับเงินกับบิลส่งของจากซัปพลายเออร์ ปรากฏว่าวันที่ลงรับสินค้าตรงกับช่วงที่ไซต์งานประกาศหยุดพักเพราะพายุเข้าพอดี ซึ่งหมายความว่า...”

“มันก็แค่ความผิดพลาดทางเอกสารนิดหน่อย” หัสดินพูดแทรกขึ้นมาเสียงดัง กอดอกเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีหยิ่งยโส “ฝ่ายบัญชีหน้างานคงลงวันที่คลาดเคลื่อนไปบ้าง ไม่เห็นจะต้องเอามาทำเป็นเรื่องใหญ่โต”

“คลาดเคลื่อนไปเกือบห้าแสนบาทนี่ไม่เรียกว่าเรื่องเล็กแล้วนะคะพี่ดิน” เจนจิราสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นเยียบขัดกับอุณหภูมิเดือดปุดในใจ

“เจน พี่ว่าเราอย่าเพิ่งด่วนสรุปเลย ผู้รับเหมาเจ้านี้ทำงานกับบริษัทเรามานาน” หัสดินหันมาปั้นยิ้มเอาใจ แต่พอหันกลับไปทางจิรายุ รอยยิ้มนั้นก็เหือดหายไปทันที แววตาของเขาเต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างปิดไม่มิด “แล้วอีกอย่าง การเอาข้อมูลสำคัญระดับนี้มาให้เด็กฝึกงานที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่วันรับรู้ มันผิดกฎบริษัทไม่ใช่เหรอ”

ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมห้องประชุมทันที

เจนจิราขมวดคิ้ว กำลังจะอ้าปากเถียง แต่หัสดินกลับชิงพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม

“นายชื่อจิรายุใช่ไหม ลูกคุณธนากรสินะ” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ “ถึงพ่อของนายจะเป็นประธานเครือสื่อโชคภักดี แต่ที่นี่คือเครือบริพัฒน์ นายเป็นแค่เด็กนักศึกษาฝึกงานที่ถูกฝากเข้ามากินเงินเดือนเล่นๆ ไม่มีสิทธิ์มานั่งจับผิดคนทำงานจริง หรือมาสอนพวกฉันว่าต้องบริหารงานยังไง เก็บเลเซอร์พอยเตอร์โง่ๆ นั่นแล้วออกไปชงกาแฟมาให้ผู้ใหญ่ซะไป”

คำพูดจงใจหักหน้ากลางโต๊ะประชุมทำเอาผู้รับเหมาแอบลอบมองตากันเลิ่กลั่ก ทุกคนในวงการต่างรู้ดีว่าหัสดินคือลูกติดแม่เลี้ยงที่พยายามสร้างผลงานแข่งกับจิรายุซึ่งเป็นสายเลือดแท้ๆ การถูกส่งมาเป็นเด็กฝึกงานก็ว่าเสียหน้าพอแล้ว นี่ยังโดนเหยียบย่ำศักดิ์ศรีต่อหน้าคนนอกอีก

เจนจิราหันขวับไปมองจิรายุทันที

ชายหนุ่มยืนนิ่ง แขนที่ถือพอยเตอร์ทิ้งลงข้างลำตัว ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเปื้อนรอยยิ้มกวนประสาทอยู่เสมอ บัดนี้เรียบตึงสนิท นัยน์ตาสีเข้มวูบไหวไปด้วยความเย็นชาและแข็งกร้าวชั่วแวบหนึ่ง มันเป็นสายตาที่น่ากลัวจนเจนจิราเผลอกลั้นหายใจ แต่เพียงเสี้ยววินาที เขาก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ ก้มหน้ารับคำด่านั้นโดยไม่โต้ตอบอะไรออกมาสักคำเดียว

ท่าทีโอนอ่อนยอมจำนนของเขา ทำให้ก้อนความโกรธในอกของประธานสาวปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง

ปัง!

มือบางตบแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังลั่นจนทุกคนในห้องสะดุ้งสุดตัว หัสดินชะงักคำพูดที่กำลังจะพ่นออกมา ถลึงตามองอดีตคู่หมั้นด้วยความตกใจ

“ใครสั่งให้คุณไล่คนของฉัน” น้ำเสียงของเจนจิราไม่ได้ตะคอก แต่เด็ดขาดและทรงอำนาจจนคนฟังขนลุกซู่ เธอจ้องหน้าหัสดินเขม็ง “จิรายุเป็นเด็กฝึกงานที่ขึ้นตรงกับฉัน การประเมินผลงานของเขาเป็นสิทธิ์ขาดของฉันเพียงคนเดียว และงานที่เขากำลังนำเสนออยู่ตรงนี้ ก็คือคำสั่งของฉัน”

“แต่เจน...”

“ในเมื่อคุณอ้างว่ามันเป็นแค่ความผิดพลาดทางเอกสาร งั้นฉันก็จะใช้ข้อมูลที่เด็กฝึกงานคนนี้หามาได้ เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาระงับการจ่ายเงินงวดต่อไป” เธอกวาดสายตามองกลุ่มผู้รับเหมาที่ตอนนี้นั่งเหงื่อแตกพลั่ก “กลับไปตรวจสอบบัญชีของพวกคุณมาใหม่ทั้งหมด บิลไหนที่ไม่มีลายเซ็นรับรองจากโฟร์แมนหน้างาน ฉันจะถือว่าเป็นการทุจริต เลิกประชุมได้!”

คำขาดของประธานบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้รับเหมาทั้งสามคนรีบก้มหัวลนลาน คว้ากระเป๋าเอกสารแล้วเดินแกมวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วราวกับหนีตาย

หัสดินหน้าตึงจัด เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สองมือกำหมัดแน่นจนข้อขาว “เจนทำแบบนี้ต้องการจะฉีกหน้าพี่ใช่ไหม แค่เรื่องถอนหมั้นยังไม่พอใจอีกหรือไง ถึงต้องเอาเด็กเมื่อวานซืนนี่มาข้ามหัวพี่!”

“เจนทำงานตามระบบค่ะ พี่ดินต่างหากที่เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงาน ถ้าพี่บริสุทธิ์ใจจริง ก็ไม่เห็นต้องเดือดร้อนที่เด็กฝึกงานมันตรวจเจอจุดรั่วไหลเลยนี่คะ” เธอเชิดหน้าขึ้น ตอบโต้ด้วยเหตุผลที่ทำเอาอีกฝ่ายเถียงไม่ออก

หัสดินกัดฟันกรอด สายตาอาฆาตตวัดมองจิรายุที่ยืนเงียบอยู่หน้าห้องสลับกับเจนจิรา ก่อนจะพ่นลมหายใจออกทางจมูกแรงๆ แล้วเดินกระแทกส้นเท้าปึงปังออกไปจากห้องประชุม ทิ้งให้บานประตูไม้กระแทกปิดตามหลังเสียงดังสนั่น

ความเงียบกลับมาเยือนห้องกว้างอีกครั้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป