บทที่ 9 ขอนะเฮีย
“แกหายไปไหนมาทั้งคืน”
“…..” ลิชาสะดุ้งเฮือกหลังจากได้ยินเสียงของฟ้าใสดังขึ้นจากทางด้านหลัง ขณะที่เธอกำลังเดินเข้ามาในตัวอาคารของหอพักอพาร์ทเม้นท์
ฟ้าใสไล่สายตามองเพื่อนสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ลิชาขาดการติดต่อหายไปตลอดทั้งคืนแบบที่ไม่เคยเป็นมามาก่อน “ฉันโทรหาก็ปิดเครื่อง รู้ไหมว่าทำให้คนอื่นเขาวุ่นวายกันไปหมด”
“ขอตัวไปพักก่อนนะ เหมือนจะไม่สบายน่ะ”
“ตอบมาก่อนว่าแกหายไปไหนมาทั้งคืน” คว้าข้อมือของลิชาไว้แน่นเพื่อไม่ให้เดินหนี มองเห็นใบหน้าซูบเซียวและรอยฟกช้ำที่ติดอยู่ตามลำตัว
“เอาไว้ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ เดี๋ยวเราจะเล่าให้ฟังนะ”
“แกหายไปกับเฮียแฟรงก์มาใช่ไหม”
“ปะ…เปล่า” คนตัวเล็กรีบใส่หน้าปฏิเสธ เธอยังจำคำพูดของเขาได้ดีว่าไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร
“อย่ามาโกหก…เฮียแฟรงก์เรียกแกไปทำอะไร”
“…..”
“สภาพแบบนี้ คงโดนมาหลายคนเลยใช่มั้ย”
“ฟ้าหมายถึงอะไร” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย เอียงคอถามเพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่ฟ้าใสพูดเลยสักนิด
“ไม่ต้องทำเป็นใสซื่อ บอกฉันมาว่าแกได้กับใครมาบ้าง” เพราะคิดว่าลิชาคงเหมือนผู้หญิงคนอื่นของเจ้านาย ถ้าแขกในร้านจ่ายหนัก บุรินทร์ภัทรจะส่งให้ไปเอนเตอร์เทนลูกค้าแบบส่วนตัว “ถ้ายังเห็นว่าฉันเป็นเพื่อนอยู่ก็เล่ามาให้หมด”
“เมื่อคืนเราอยู่กับแจ็ค”
แจ็คคือเพื่อนชายคนสนิทที่คะนิ้งและฟ้าใสต่างรู้จักดีเพราะคบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย
“แกพูดจริงเหรอ” หรี่สายตามองจับผิดอย่างไม่เชื่อในคำพูด
“เราพูดจริง เราไปค้างบ้านแจ็คมา”
“แล้วเฮียล่ะ เขาเรียกแกไปทำอะไร”
“ก็แค่เรียกไปใช้งาน”
“ฉันคิดไว้อยู่แล้วไม่มีผิด สภาพอย่างแกเฮียแฟรงก์คงเอาไม่ลงหรอก” ตั้งใจพูดกระแทกแดกดันใส่คนตรงหน้า ทั้งรสสนิยมและการแต่งตัว ลิชาสวยสู้เธอไม่ได้เลยสักนิด
“ฟ้ามีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่มั้ย เราจะได้ไปพัก รู้สึกเวียนหัวน่ะ”
“อืม…แกจะไปไหนก็ไปเถอะ”
“…..” ลิชาพยายามฝืนทำสีหน้าและร่างกายที่บอบช้ำให้เป็นปกติมากที่สุดก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา
เอส.บี.ดี เซอร์วิส
รถสปอร์ตคันหรูสีดำเงาตบไฟเลี้ยวเข้ามาจอดในลานคอนกรีตกว้างของร้านขายอะไหล่รถยนต์ขนาดใหญ่
ฐานะครอบครัวเข้าขั้นว่ารวยติดอันดับ ทั้งธุรกิจทางบ้านคือบริษัทนำเข้าอะไหล่รถยนต์ แต่บุรินทร์ภัทรกลับเลือกจะทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดและชื่นชอบคือการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร และยังมีธุรกิจสีเทาที่ลงขันร่วมหุ้นส่วนทำกับเพื่อนอีกนิดหน่อย
“ไปไหนมาป๊า ทำไมเมื่อคืนไม่กลับบ้าน” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยดังขึ้นทันทีที่ก้าวขาลงจากรถ
ดาวศุกร์อยู่ในชุดนอนลายหมีสีชมพู ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำลายเดินเข้ามาถามอย่างเอาเรื่อง
อุตส่าห์นอนรอทั้งคืน แต่ป๊าแฟรงก์ของเธอก็ไม่กลับมา
“ไปอยู่กับสาวมาเหรอ ศุกร์จะไปฟ้องป๊าฟริน จะบอกย่าด้วย”
“เป็นเด็กเป็นเล็ก ไม่ต้องยุ่งเรื่องของผู้ใหญ่นะศุกร์”
“ที่ผู้ใหญ่ยังยุ่งเรื่องของเด็กได้เลย แล้วทำไมเด็กจะยุ่งเรื่องของผู้ใหญ่ไม่ได้” ไม่พูดเปล่าแต่ยังยืนเท้าเอวแผดเสียงเล็กแหลมด้วยความไม่พอใจ
ชายหนุ่มมองหน้าหลานสาวก่อนจะถอนหายใจหนัก ทั้งท่าทางและคำพูดเหมือนคัดลอกเขาออกมาไม่มีผิดเพี้ยน “พูดมากจริง แล้วไอ้แว่นมันอยู่ไหน”
“ป๊ากำลังตีกอล์ฟอยู่ที่สวนหลังบ้าน”
“ไปนั่งดูการ์ตูนรอป๊าอยู่ในห้องห้ามออกไปไหน เดี๋ยวป๊ารีบมาอยู่ด้วย”
“วันนี้ศุกร์กับน้องอยากไปซื้อลาบูบู้ ป๊าพาไปหน่อยได้มั้ย”
“เดี๋ยวป๊าพาไป ไปบอกน้องให้แต่งตัวรอ เสร็จแล้วจะพาไปกินไอติมด้วย”
“…..” เด็กน้อยยิ้มกว้างอย่างไม่เรื่องมากรีบเดินเข้าไปในบ้านตามคำสั่งอย่างอารมณ์ดี
“แว่นน้องรัก พี่มาแล้ว”
“…..” ฟรินเหลือบสายตามองพี่ชายฝาแฝดที่เพิ่งมาใหม่ ดวงหน้าหล่อเหลาอิดโรย คล้ายกับคนที่ยังไม่ได้นอนมาตลอดทั้งคืน
“ออกกำลังกายแต่เช้าเลยเหรอ”
“สิบเอ็ดโมงบ้านกูไม่เรียกว่าเช้านะ”
“บ้านกูบ้านมึงมันก็เหมือนกันนั่นแหละ” แฟรงก์ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างน้องชาย ยกแขนขึ้นกอดอกกระดิกเท้าอย่างอารมณ์ดี
“ทำเมื่อคืนถึงไม่กลับมานอนบ้าน”
“งานที่ร้านยุ่งอ่ะดิ”
“…..” ฟรินเลิกคิ้วมองพี่ชายอย่างพิจารณา ที่ผ่านมาไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนมันก็ต้องกลับมานอนที่บ้านเพราะคิดถึงหลาน ไอ้แฟรงก์มันติดหลานยิ่งกว่าอะไรดี
“มองอะไร”
“มองรอยที่คอมึง…ปกติไม่ชอบให้ใครทำรอยไม่ใช่เหรอ” เห็นรอยเล็บข่วนอยู่ที่ลำคอหลายแผลก็พอจะรู้ถึงสาเหตุว่าเมื่อคืนมันหายไปไหนมา
“รอยอะไร”
“แล้วมึงไปเอากับใครมาล่ะ”
“…..”
“หรือว่าคนนี้จริงจัง?”
“ทำไมถึงคิดว่ากูจริงจัง…กูอยู่คนเดียวแบบนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว” ชายหนุ่มไหวไหล่อย่างไม่นึกใจใส่ ก่อนจะหยิบมวนบุหรี่ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาสูบเพื่อดับอารมณ์หงุดหงิด
ไม่รู้ว่าเด็กนั่นเผลอทำรอยไว้ตั้งแต่ตอนไหน!
“จะทำอะไรก็คิดดีๆ นะแฟรงก์”
“ไม่ต้องมาสอน กูไม่มีวันเป็นเหมือนมึงแน่นอน สบายใจได้น้องรัก” ตบบ่าน้องชายเบาๆ ก่อนจะลุกเดินหนีออกไป
“หึ…”
-2F BAR-
“วันนี้มีสาวมาใหม่อย่างแจ่ม ขาวหมวยสเปกเลย! เฮียจะเอาไว้เล่นสักสองสามคนไหมครับ” บุรินทร์ภัทรละสายตาจากสิ่งโดยรอบ เมื่อได้ยินเสียงลูกน้องคนสนิทที่เดินเข้ามาทักทาย
“ไม่อ่ะ วันนี้กูไม่มีอารมณ์”
“เฮียอย่ามาอำดิ ปกติไม่เคยพลาด”
“…..” ร่างสูงยืนเท้าเอวตรวจดูความเรียบร้อยภายในร้าน วันหยุดแขกเลยจะเยอะเป็นพิเศษ “ลิชาอยู่ไหน!”
เมื่อมั่นใจว่าคนที่มองหาไม่ได้อยู่แถวนี้จึงถามออกไป
“ลิชาโทรมาลางานสามวันครับ”
“สามวัน? ลาไปไหน”
“เห็นบอกว่าไม่ค่อยสบายครับ”
“อืม…มึงจะไปไหนก็ไป”
“คิดถึงน้องลิชาเหรอเฮีย”
“พะ…พูดบ้าอะไรของมึง ทำไมกูต้องคิดถึงยัยเด็กนั่นด้วย”
“ก็ปกติเฮียไม่เคยถามหาพนักงานคนไหน” เจ้านายเองคงไม่รู้ตัวว่าตอนนี้กำลังเผลอทำสีหน้าล่อกแล่ก อยู่ด้วยกันมาก็นานทำไมจะไม่รู้ว่าเฮียแฟรงก์กำลังสนใจเด็กเฉิ่มคนนั้น
แต่ก็อย่างว่า…
เฮียเขามันเป็นพวกหล่อรวยเข้าขั้น แถมยังชอบลองอะไรใหม่ๆ ถ้าจะเปลี่ยนคู่นอนก็แค่ดีดนิ้ว เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว
“พนักงานไม่อยู่ กูก็ต้องถามหาไหมล่ะ”
“ติดใจน้องลิชาล่ะสิ”
“อะไรของมึง”
“น้องลิชาของผมแจ่มป่ะ”
“ก็งั้นๆ แหละ”
“ถุงยางหมดไปสองกล่องขนาดนั้น น้องลิชาของผมยังอยู่ดีไหมเนี่ย” เดินเข้าไปกระซิบถามใกล้ๆ ก่อนจะยกยิ้มมองหน้าเจ้านายสุดหล่อด้วยท่าทางยียวน “เล่นซะน้องจับไข้เลยนะเฮีย เดี๋ยวก็ช้ำหมดหรอก”
“มึงอย่ามาพูดมาก มีอะไรไปทำก็ไป”
“ถ้าเบื่อแล้วผมขอนะ”
“ขออะไร…หมายถึงถุงยาง?”
“ผมหมายถึงน้องลิชาต่างหาก…ถ้าเฮียเบื่อแล้วผมขอนะ”
“…..”
