บทที่ 11 11

11

“แม่ชอบภาพนี้จังเลย สื่ออารมณ์ได้ดีเหลือเกิน เด็กคนนี้คงเสียอกเสียใจมากถึงได้ร้องไห้ จนมองเหมือนน้ำตากำลังไหลพรั่งพรูลงมาจริงๆ” มนัสนันท์พูดพลางก็ปรายตามองหน้าเจ้าของหัวข้อสนทนาที่นั่งหน้างอง้ำแวบหนึ่ง

ตะวันวาดมองภาพดังกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์นัก แต่ต้องยอมรับความจริงว่าคนเขียนสื่อถึงภาพนี้ได้อย่างดีเยี่ยม และที่คิดว่าเป็นภาพของตัวเองนั้นก็ไม่ได้คิดผิดแต่อย่างใด ขณะกำลังคิดอยู่เพลินๆ คุณมนัสนันท์ก็หันขวับมาถามโดยไม่ทันให้ตั้งตัว

“น้องเนยชอบภาพนี้ไหมลูก”

“เอ่อ...ก็พอดูได้ค่ะคุณป้า” คนถูกถามตอบอึกอักไม่ตรงคำถามนัก

อาคิระมองคนพูดแล้วยิ้มพราย ก่อนจะหันไปบอกมารดา “คุณแม่รู้ไหมครับ ภาพที่น้องเนยบอกว่าพอดูได้ มีชาวต่างชาติมาขอซื้อให้ราคาตั้งแพงนายยังไม่ยอมขายเลย”

“ชาวต่างชาติคนนั้นคงตาถั่ว” เจ้าของดวงหน้าใสกระจ่างบ่นงึมงำออกมา โดยลืมไปว่าตัวเองคือคนในภาพ ซึ่งคนหูดีดันได้ยินอีก

“นั่นสินะ คงจะตาถั่วอย่างที่น้องเนยว่าจริงๆ เด็กในรูปอ้วนก็อ้วนยังกล้าใส่ชุดสีชมพูอีก แถมหน้ายังมอมเป็นแมว มิหนำซ้ำยังร้องไห้อีกแน่ะ ช่างดูไม่ได้เอาซะเลย”

คนวาดพูดพลางก็เหล่ตามองเจ้าของภาพที่นั่งหน้าบูด ปากอิ่มขมุบขมิบเหมือนกำลังแช่งชักใครอยู่ ซึ่งคงไม่พ้นตัวเขาเป็นแน่ แถมยังมีเสียงเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินเบาๆ

“ปากเสีย”

“น้องเนยว่าอะไรนะลูก” มนัสนันท์หันไปถามอย่างสงสัยด้วยได้ยินไม่ถนัด

“ปละ...เปล่าค่ะคุณป้า” พูดปฏิเสธ ก่อนหันไปค้อนคนปากเสียจนคอแทบเคล็ด

“นายเอารูปนี้ไปติดในห้องทำงานที่บริษัทดีไหมครับคุณแม่” อาคิระเอ่ยถามความเห็นด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

“ดีเลยจ้ะ แม่เห็นด้วย” คนเป็นแม่พยักหน้าก่อนจะหยิบขวดน้ำหอมยี่ห้อดังที่วางอยู่ใกล้ตัวขึ้นมาดู “แล้วน้ำหอมขวดนี้ของใครหรือจ๊ะ”

“ของคุณแม่ครับ แต่อีกขวดยังไม่รู้จะให้ใครดี หรือจะให้ป้านุ่ม” ป้านุ่มที่ว่าคือแม่ครัวประจำบ้าน

“น้องเนยชอบไหมลูก กลิ่นมิราเคิลของลังโคม หอมดีนะ ป้าเคยซื้อมาฝากหนูนี่นา” คนเป็นป้าหันไปถามความเห็น

“หอมค่ะ กลิ่นนี้คุณป้าเคยซื้อมาฝากเนยค่ะ” หญิงสาวบอกยิ้มๆ ก่อนจะทำตาวิบวับอย่างเจ้าเล่ห์ “น้ำหอมขวดนั้นของคุณป้ายกให้เนย แล้วคุณป้าเอาอีกขวดไปใช้แทนนะคะ เพราะป้านุ่มคงใช้น้ำหอมไม่เป็นหรอกค่ะ” พูดจบโดยไม่รอฟังคำตอบหญิงสาวก็รีบคว้าขวดน้ำหอมหมับแล้วนำมาวางรวมกับตุ๊กตาช้างน้อยทันที

อาคิระหัวเราะเสียงดังลั่น มองหน้าเจ้าเล่ห์อย่างรู้เท่าทัน อยากจะได้น้ำหอมแทบตายทำไมเขาจะไม่รู้ เพราะผู้เป็นแม่บอกเขาเองว่าเจ้าตัวชอบกลิ่นนี้ แต่คงกลัวเสียฟอร์ม

และแล้วบรรดาข้าวของที่อาคิระขนซื้อมาก็มีตะวันวาดเป็นเจ้าของเสียเกินครึ่ง คนปากกับใจไม่ตรงกันจะทำทีเป็นไม่สนใจ แต่มักมีเหตุผลมาหักล้างได้ทุกครั้ง ซึ่งคนตั้งใจซื้อมาฝากได้แต่แอบหัวร่อในใจด้วยความขบขัน คิดเข้าข้างตัวเองว่าสิ่งของเหล่านี้คงจะช่วยให้คนเป็นน้องหายโกรธเคืองลงได้บ้างไม่มากก็น้อย

“เดี๋ยวเนยไปหามอมแมมก่อนนะคะคุณป้า”

“ไปเถอะจ้ะ เดี๋ยวป้าจะให้เด็กถือของไปให้ที่บ้านนะจ๊ะ”

อาคิระมองตามหลังร่างระหงตาละห้อย ไม่นึกเลยว่าระยะเวลาสิบปีที่ไม่ได้เจอะเจอกัน จะทำให้เด็กตัวผอมๆ ขายาวราวนกกระยางโตเป็นสาวแล้วสวยน่ามองถึงเพียงนี้ ในใจของชายหนุ่มเวลานี้เริ่มร้อนรุ่ม กระวนกระวาย กังวลไปสารพัดกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมยกโทษให้กับเรื่องเก่าก่อนที่เขาเคยกระทำไว้โดยไม่ตั้งใจ

มนัสนันท์ซึ่งจับตามองบุตรชายอยู่เห็นอาการดังกล่าวจึงเอ่ยแซ็วยิ้มๆ

“เห็นน้องแล้วถึงกับตะลึงเชียวนะ”

“นายไม่นึกว่าน้องจะเปลี่ยนไปมากถึงขนาดนี้นี่ครับ” คนถูกจับได้พูดพลางยิ้มเจื่อนๆ

“แล้วชอบน้องหรือเปล่าล่ะ บอกแม่มาตามตรงเลยดีกว่า” มารดาคาดคั้นถามบุตรชายคนเดียวทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

“คุณแม่หมายความว่ายังไงครับ” ดวงหน้าหล่อเหลาแดงเรื่อขึ้นทันที ทว่ายังทำเฉไฉเป็นไม่เข้าใจ

“พี่นายคงไม่ต้องให้แม่อธิบายรายละเอียดปลีกย่อยให้ฟังหรอกนะ” คนเป็นแม่พูดเล่นลิ้น

“ถ้านายบอกว่าชอบน้อง คุณแม่จะทำยังไงต่อล่ะครับ” คนเป็นลูกตอบแบ่งรับแบ่งสู้เพื่อหยั่งท่าทีมารดา

“อย่างแรก...พี่นายก็ต้องทำให้น้องหายโกรธก่อนสิลูก” คำพูดดังกล่าวทำให้อาคิระถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างกลัดกลุ้ม

“ไม่รู้จะโกรธอะไรนักหนากับเรื่องแค่นั้นเอง นายไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย กลับมาทีไรก็ไม่เคยเจอตัวเลยสักครั้ง”

เสียงบ่นพึมพำของบุตรชายคนเดียวทำให้มนัสนันท์อดยิ้มเยาะไม่ได้

“สมน้ำหนานัก รู้ทั้งรู้ว่าน้องช่างจดช่างจำ เจ้าคิดเจ้าแค้นมาแต่เด็ก ยังไปทำอย่างนั้นกับน้องอีก”

“ตกลงว่าผมเป็นเด็กที่คุณแม่เก็บมาเลี้ยง ส่วนน้องเนยเป็นลูกสาวตัวจริงหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มโอดครวญอย่างไม่จริงจังนัก

“ไม่ต้องมาพูดดีเลยลูก บางครั้งสิ่งที่พี่นายคิดว่าเป็นเรื่องไม่ได้สลักสำคัญอะไร อาจจะเป็นเรื่องสำคัญของบางคนก็ได้ แล้วเรื่องวันนั้นเป็นใครก็โกรธ ลูกมัวแต่คิดเอาใจสาวจนไม่ได้สนใจไยดีตัวน้องที่ยืนหัวเข่าเลือดออก ถ้าเป็นแม่ก็คงโกรธเหมือนกัน” ผู้เป็นแม่ตอกย้ำทิ้งท้ายให้บุตรชายยิ่งใจฝ่อกว่าเดิม

ตะวันวาดเดินมุ่งหน้าตรงไปยังข้างสนามที่มีกรงสุนัขขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ภายในมีเจ้าสุนัขรูปร่างแสนจะประหลาดมหัศจรรย์ เพราะตัวมันนั้นเล็กกว่าลูกม้านิดเดียว รูปร่างสูงเหมือนพันธุ์เกรตเดน แต่หน้าตาเหมือนโกลเดน รีทรีฟเวอร์ผสมบลูด็อก แถมมีขนยาวรุงรังปิดหน้าปิดตาละม้ายสิงโตอีก

หญิงสาวพบเจ้าหมาตัวนี้ขณะถูกรถชนนอนเจ็บอยู่บนถนนหน้าบ้านเมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นตัวมันเล็กกว่านี้มาก เธอจึงไหว้วานให้คนแถวนี้ช่วยกันพาเข้ามารักษาพยาบาลในบ้าน โชคดีที่มันไม่ได้เป็นอะไรมาก บาดเจ็บแค่ไม่กี่วันก็หายดี จากนั้นเป็นต้นมาเจ้าหมาตัวนี้จึงตกเป็นสมบัติของเธอโดยปริยาย โดยที่ไม่รู้ว่าเจ้าของเดิมเป็นใครมาจนกระทั่งทุกวันนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป