บทที่ 12 12
12
นนทวัช บิดาของอาคิระเป็นคนต่อกรงให้ และต้องขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ เพราะตัวของมันที่ใหญ่ขึ้นทุกวันๆ จนมองไม่ออกว่าตกลงเป็นสุนัขพันธุ์อะไรกันแน่
นับจากวันนั้นเป็นต้นมาเจ้าหมาตัวใหญ่หน้าตาประหลาดพิกลก็ติดเจ้านายคนใหม่ต้อยๆ เป็นเงาตามตัวยามกลับมาตอนปิดเทอม และเวลามันอยู่กับตะวันวาดจะทำตัวเชื่องราวกับแมว แต่ถ้าใครเข้ามาใกล้หรือถูกตัวเธอมันจะคอยคำรามขู่ด้วยความหวงแหน คนที่แตะต้องตัวของมันได้อีกคนนอกจากหญิงสาวแล้วคือลุงแม้นคนทำสวน แต่มันไม่เคยทำอันตรายคนในบ้าน ได้แต่ส่งเสียงขู่คำรามเพียงอย่างเดียว
“มอมแมม”
เสียงเรียกคุ้นหูทั้งยังกลิ่นกายคุ้นเคยทำให้เจ้ามอมแมมส่งเสียงเห่าหอนอย่างดีอกดีใจ ลุงแม้นซึ่งยืนอยู่บริเวณนั้นถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน
“ไอ้มอมแมมมันคงดีใจมากที่เห็นหนูเนย หลังๆ มันหงุดหงิดง่าย” ชายวัยกลางคนเล่าให้ฟังพลางเดินไปเปิดกรงเพื่อให้หมาตัวโตออกมา ซึ่งพอมันเห็นเจ้านายเท่านั้นก็จะกระโจนใส่อย่างดีอกดีใจ แต่ตะวันวาดรีบตวาดแว๊ด
“หยุดเดี๋ยวนี้มอมแมม”
เมื่อได้ยินเสียงดุ เจ้าหมาที่กำลังวิ่งรี่เข้าใส่ก็เบรกตัวโก่ง ค่อยๆ เดินกระดิกหางเข้าไปหา ก่อนจะลุกขึ้นยืนสองขาไหว้อย่างประจบ รวมทั้งร้องงี๊ดง๊าดเลียแข้งเลียขาอย่างดีใจ หญิงสาวยกมือขึ้นลูบหัวมันไปมาและเกาคอเบาๆ อย่างคิดถึง ปีสุดท้ายตอนเรียนมหาวิทยาลัย เธอเรียนหนักจนแม้แต่วันหยุดก็ยังไม่ค่อยได้กลับบ้าน ทั้งที่คิดถึงคนที่บ้านแทบแย่ยกเว้นลูกชายเจ้าของบ้านคนเดียวเท่านั้น
หลังเรียนจบก็เข้าทำงานที่บริษัทของผู้มีพระคุณเมื่อหลายเดือนก่อน กลับมาก็เหนื่อยจึงไม่ค่อยได้แวะเวียนมาหามัน อาทิตย์หนึ่งจึงจะแวะมาหาสักครั้งในวันหยุด
“เราไปวิ่งเล่นกันนะมอมแมม”
เจ้าของร่างเพรียวระหงก้มลงบอก ซึ่งมันก็รู้ความกระโดดวิ่งนำหน้าไปในสนามอย่างสนุกสนาน หญิงสาวมักจะคอยบอกลุงแม้นอยู่เสมอว่า หมาตัวใหญ่ๆ แบบเจ้ามอมแมมต้องพามันวิ่งออกกำลังกายบ้าง ไม่งั้นมันจะหงุดหงิดงุ่นง่าน อาจทำร้ายใครเอาได้
เสียงหัวเราะคิกคักพร้อมกับเสียงเห่าของหมาที่ดังแว่วมาจากในสนาม ทำให้ร่างสูงใหญ่ของอาคิระที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นกางเกงขาสั้นสีดำกับเสื้อยืดโปโลสีขาว สวมรองเท้าผ้าใบ ตั้งใจจะวิ่งออกกำลังกายรอบสนาม ต้องหยุดชะงัก และเดินตรงมายังที่มาของเสียงทันที
“มอมแมมกระโจนใส่เลยนะ”
ตะวันวาดก้มลงบอกหมาในปกครอง เมื่อเห็นร่างของคนตัวโตกำลังเดินตรงมา ซึ่งเจ้ามอมแมมก็ทำตามโดยดี วิ่งปรี่เข้าไปหาในทันใด แต่ทว่าแทนที่มันจะกระโจนใส่ตามคำสั่ง มันกลับยืนนิ่งเงยหน้าร้องงี๊ดง๊าดพลางกระดิกหางไปมาเหมือนฝากเนื้อฝากตัว มิหนำซ้ำยังยกขาหน้าทั้งคู่ขึ้นไหว้ใช้หัวใหญ่โตของมันถูไถไปตามสีข้าง เหมือนทำกับเธอไม่มีผิด
“ไอ้หมาทรยศ”
หญิงสาวยกมือขึ้นชี้หน้าเจ้าหมาทรยศที่เดินกลับมาพร้อมร่างสูงใหญ่อย่างโมโห ซึ่งเจ้ามอมแมมรีบเดินไปหลบอยู่ด้านหลังชายหนุ่ม เหมือนขอความช่วยเหลือเมื่อเห็นท่าทางของเจ้านาย
ท่าทางของเจ้ามอมแมม แม้แต่ตัวลุงแม้นยังอดประหลาดใจไม่ได้ เพราะปกติมันไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับใครง่ายนัก โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้า แล้วก็ต้องหลุดหัวเราะออกมาอย่างขบขัน เมื่อเห็นสภาพของมันที่ทำท่ากลัวตะวันวาดจนหูลู่หางตกราวหนูกลัวแมวไม่ปาน ไม่สมกับร่างอันแสนใหญ่โตของมันเอาซะเลย
เจ้าของหมายืนเม้มปากแน่น มองเจ้าหมาที่แปรพักตร์และทำท่าจ๋อยๆ อยู่ข้างหลังเจ้าของร่างสูงใหญ่อย่างขุ่นเคือง
“เม้มปากแบบนี้ไม่เห็นจะน่ารักเลย” อาคิระเอ่ยออกมาล้อๆ
“ไม่ได้อยากให้ตัวมารัก” คนถูกล้อพูดตอบด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“แต่พี่นายอยากจะรักนี่นา ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ รู้จักไหมจ๊ะสุภาษิตไทย” อาคิระแกล้งพูดยั่วพลางทำตาพราวใส่
“ตัวไม่ต้องมาพูดเลยนะ เอาหมาของเค้าคืนมาด้วย” หญิงสาวเอ่ยปากทวงหมาที่ยืนหูตกอยู่ด้านหลัง
“ถ้าเป็นหมาของน้องเนยแล้วทำไมมาอยู่ข้างหลังพี่นายล่ะจ๊ะ”
เรียวปากหยักสีสดของคนตัวโตแตะแต้มด้วยรอยยิ้มกริ่มขณะพูด ทั้งนึกอยากตวัดร่างของคนตัวเล็กตรงหน้าที่ยืนทำปากยื่นๆ มาจูบให้หายคิดถึงนัก แต่จำต้องอดใจรอไว้ก่อน
“มอมแมม!”
ตะวันวาดตวาดเจ้าหมาไม่รักดีที่ยังคงร้องครางหงิงๆ ทำท่ากลัวเธอเสียเต็มประดา แต่กลับไม่ยอมเดินมาหาเหมือนเคย เล่นแปรพักตร์กันต่อหน้าต่อตา น่าเจ็บใจนัก!
“มอมแมมกลับไปหาพี่เนยไป” อาคิระหันไปบอกเจ้าหมาหน้าตาพิกลที่ยืนแอบอยู่ด้านหลัง
“ตัวสิ...เป็นพี่มอมแมม” คนถูกว่าเป็นพี่หมาถลันเข้าไปทุบคนปากไม่ดีทันที แต่กลับถูกร่างสูงใหญ่ถือโอกาสรวบเข้าสู่อ้อมแขนกว้างเหมือนรอคอยมาตั้งแต่แรก
คนถูกกอดดิ้นขลุกขลักทั้งยกมือสองข้างทุบอีกฝ่ายไม่ยั้ง “ปล่อยเค้าเดี๋ยวนี้” แต่ดูเหมือนว่ากลับถูกรัดแน่นยิ่งกว่าเดิม
คนเห็นเหตุการณ์อย่างลุงแม้นก้มหน้าอมยิ้มแล้วรีบเดินเลี่ยงไปทางอื่นอย่างรู้งาน เจ้ามอมแมมเบิกตาโปนโตของมันมองไปยังทั้งคู่และกระดิกหางไปมา ทั้งที่ปกติถ้ามีคนแปลกหน้ามาถูกตัวตะวันวาดมักจะถูกมันคำรามใส่ทุกครั้ง
“ไอ้พี่นาย ปล่อยเค้าเดี๋ยวนี้นะ” หญิงสาวบอกเสียงเขียว
“พูดจาไม่เพราะแบบนี้ต้องถูกหอมแก้มลงโทษ” อาคิระพูดพลางก้มหน้าลงหอมแก้มนุ่มนิ่มของคนในอ้อมกอดอย่างเผลอไผล
คนถูกหอมซึ่งๆ หน้า แก้มสองข้างร้อนผ่าวทันทีด้วยความโกรธผสมความอาย เผลอพูดเหมือนเมื่อครั้งสมัยยังเป็นเด็ก
“คอยดูนะ เค้าจะฟ้องคุณป้า”
“จะฟ้องแม่พี่ว่ายังไงหรือจ๊ะ” คนถามถามจบก็ก้มลงหอมซ้ำที่เดิมอีกครั้งอย่างมันเขี้ยว ก่อนดวงหน้าหล่อเหลาจะผุดรอยยิ้มพรายแล้วก้มลงพูดกระซิบชิดแก้มนุ่ม “ตอนน้องเนยเป็นเด็กก็ถูกพี่นายหอมแบบนี้ออกบ่อยจำไม่ได้หรือไง ถ้าอยากให้ปล่อยต้องพูดกับพี่นายเพราะๆ ก่อน ไม่งั้นจะกอดให้น่วมและหอมแก้มให้ช้ำเลยคอยดู”
ร่างสูงเตรียมทำท่าอย่างที่พูด โดยมีเจ้ามอมแมมร้องครางงี๊ดง๊าดอยู่ข้างๆ คนตัวเล็กในอ้อมกอดรอจังหวะนี้อยู่ก่อนแล้ว รีบใช้เข่าขวากระแทกไปที่กลางลำตัวของคนตัวโตเต็มแรง จนร่างสูงทรุดลงไปกองกับพื้น
