บทที่ 14 14
14
มธุรสมักเรียกลูกชายของเพื่อนสนิทว่า ‘พี่นาย’ จนติดปากมาตั้งแต่สมัยอีกฝ่ายยังเป็นเด็ก
“เดี๋ยวก็มาจ้ะ เพราะอาบน้ำให้เจ้ามอมแมมแทนน้องเนยนั่นแหละเลยเปียกตามไปด้วย พลอยให้ลุงแม้นเปียกไปด้วยอีกคน ดูเหมือนตอนนี้หมาของน้องเนยเริ่มจะติดพี่นายอีกคนแล้วนะ เห็นฝากเนื้อฝากตัวกันอยู่” มนัสนันท์พูดกลั้วหัวเราะ
“มอมแมมเป็นหมานิสัยไม่ดีค่ะคุณป้า คงเหมือน...พี่นายนั่นแหละ” คำสุดท้ายอุตส่าห์พูดออกมาเบาๆ แต่ผู้เป็นแม่ก็ยังได้ยิน จึงถูกฟาดเผียะเข้าที่แขนทันที
“พูดอะไรไม่น่ารักเลยนะลูก เดี๋ยวแม่ก็ตีซะหรอก”
คนถูกตีไปแล้วหน้าบูด ก่อนบ่นอุบอิบ “แม่ตีเนยไปแล้วนี่นา และที่พูดก็เรื่องจริงด้วย”
“ยังจะมาเถียงแม่ เอาคนไปเปรียบกับหมาได้ยังไงล่ะลูก”
“อย่าไปดุลูกเลยรส ถ้าน้องเนยกินข้าวเสร็จแล้วแวะไปหาเจ้ามอมแมมมันอีกครั้งนะ ไม่งั้นคืนนี้มันคงหอนทั้งคืนแน่นอน มันคงคิดถึงหนูมาก” นนทวัชบอกยิ้มๆ
“เธอสองคนน่ะชอบให้ท้ายหลานแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วนะ” มธุรสหันไปค้อนสองสามีภรรยาอย่างหมั่นไส้
คนถูกดุหันไปยิ้มแหยๆ ให้คนเป็นลุง “ค่ะคุณลุง เอาไว้เนยจะหาที่ครอบปากมาใส่ให้มันด้วย จะได้เลิกหอนหนวกหูรบกวนชาวบ้านเสียที...”
คำพูดของหญิงสาวชะงักลงกลางคัน เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของคนที่ทำให้ตนต้องถูกดุปรากฏขึ้นในชุดนอนแบบคล้ายกัน แตกต่างกันที่สีเท่านั้น ทำให้แทบอยากกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เดี๋ยวนี้ เพราะเหมือนนัดกันไว้ไม่มีผิด
อาคิระทรุดนั่งข้างๆ มารดาแล้วเอ่ยทักทายคุณมธุรสเสียงนุ่ม
“สวัสดีครับน้ารส ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ”
“พี่นายก็ปากหวานกับน้าไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ แล้วทำไมถึงได้ตัวสูงใหญ่เป็นฝรั่งแบบนี้ล่ะจ๊ะ หน้าตาหล่อจนน้าแทบจำไม่ได้เชียว แบบนี้สาวๆ คงติดกันเกรียวละสิ” มธุรสพูดหยอกล้อบุตรชายคนเดียวของเพื่อนอย่างเอ็นดู เพราะเห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อย จะว่าไปอีกฝ่ายก็เปรียบเหมือนลูกชายของเธอคนหนึ่ง
“นั่นสิรส ปากหวานแบบนี้ไงล่ะสาวๆ ถึงได้ติดกันเกรียวตั้งแต่เริ่มเป็นหนุ่มแล้ว”
ตะวันวาดเบ้ปากเมื่อได้ยินประโยคนี้ เพราะทำให้พานนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นขึ้นมาอีก ซึ่งอาคิระหันไปเห็นเข้าพอดี แล้วก็ต้องหัวเราะเสียงทุ้มเมื่อสังเกตเห็นเสื้อผ้าของอีกฝ่ายที่บังเอิญคล้ายกันโดยไม่ได้ตั้งใจ
“น้องเนยใจตรงกับพี่นายเลยนะ” ชายหนุ่มพูดพลางส่งสายตาสื่อความนัยให้
“ใครอยากจะใจตรงกับตัว” ตะวันวาดเถียงเสียงเขียวออกไปทันควัน จึงถูกมารดาส่งเสียงดุอีกครั้ง
“ทำไมพูดกับพี่เขาไม่เพราะเลยล่ะลูก”
“เนยติดพูดแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วนี่คะ” คนถูกดุเถียง
“ถ้าติดมาตั้งแต่เด็กๆ น้องเนยต้องทำให้เหมือนเดิมทุกอย่างด้วยนะ ทำได้ไหมล่ะ” อาคิระย้อนถาม ดวงหน้าหล่อเหลาแตะแต้มรอยยิ้มพราว
คนถูกต้อนถึงกับอ้ำอึ้ง ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย จึงรีบหาทางหนีทีไล่ทันที
“คุณลุง คุณป้าขา เนยหิวข้าวแล้วค่ะ”
“น่าจะหิวอยู่หรอก เพราะวันนี้กินข้าวดึกกว่าทุกวัน ถ้างั้นเรารีบไปห้องอาหารกันเถอะ ป้านุ่มบอกว่าทำกับข้าวของโปรดของน้องเนยกับพี่นายไว้ให้หลายอย่างเชียว”
มนัสนันท์พูดแล้วหันไปสบตาเพื่อนรักอย่างรู้กัน ก่อนจูงมือหญิงสาวไปยังห้องอาหารทันที
ตะวันวาดเดินเข้าไปในห้องอันแสนจะคุ้นเคยมาตั้งแต่ยังตัวเล็กๆ แล้วตรงเข้าไปสวมกอดเอวหนาๆ ของหญิงวัยกลางคนร่างอวบใหญ่ ซึ่งเป็นแม่ครัวประจำบ้านพลางยิ้มประจบ
“ป้านุ่มจ๋า มีอะไรให้เนยกินบ้าง”
“ป้าเตรียมของที่ชอบไว้ให้ทั้งนั้นแหละค่ะ ดูเหมือนป้าเพิ่งเห็นหนูเนยตัวกลมๆ อยู่เลยนะ พอมองอีกทีเรียนจบมหาวิทยาลัยกลายเป็นสาวสวยไปซะแล้ว ดูรึ...ตั้งแต่ทำงานก็หายหน้าหายตาไม่ค่อยแวะมาที่นี่เลยนะคะ”
นางนุ่มพูดกระเซ้ายิ้มๆ มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างชื่นชม นางอยู่ที่นี่มาตั้งแต่อาคิระและตะวันวาดยังเด็กๆ เฝ้ามองการเติบโตของทั้งคู่ จนเวลานี้มองไกลไปกระทั่งถึงอนาคต คิดว่าตนเองคงมองไม่พลาดอย่างแน่นอน ดูจากสายตาของฝ่ายชายยามมองไปยังสาวสวย ก็พอจะเดาความรู้สึกได้แล้ว เห็นตามติดกันมาแต่เล็กแต่น้อย ทะเลาะกันบ้าง ดีกันบ้าง ส่วนใหญ่คนเป็นพี่มักจะชอบแกล้งหยอกคนเป็นน้องมากกว่า แต่ในที่สุดก็ต้องเป็นฝ่ายตามง้อแทบทุกครั้งอีกเช่นกัน
บรรยากาศแบบที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้ห่างหายไปตั้งแต่อาคิระไปเรียนต่อต่างประเทศ บ้านหลังใหญ่แลดูเงียบเหงา ปราศจากเสียงทะเลาะและเย้าแหย่กันเหมือนเคย ทว่าตอนนี้ช่วงเวลาดังกล่าวกำลังหวนกลับมาอีกครั้ง นางนุ่มคิดคำนึงในใจอย่างปลาบปลื้ม
“ป้านุ่มก็ยังดูเหมือนเดิมไม่เห็นแก่เลยนี่คะ ช่วงนี้เนยกลับจากทำงานหัวถึงหมอนก็หลับสนิทแล้วค่ะ เลยไม่ค่อยได้แวะมาที่นี่”
ตะวันวาดพูดพลางยิ้มให้จนตาหยี ก่อนมองปราดไปบนโต๊ะ แล้วนัยน์ตากลมโตก็พลันเบิกกว้าง ก่อนอุทานออกมาอย่างดีอกดีใจเมื่อเห็นอาหารส่วนใหญ่เป็นของโปรดตัวเองแทบทั้งสิ้น
“โอ้โฮ! เต้าหู้ทรงเครื่อง ไข่พะโล้ แกงเขียวหวานปลากราย ของโปรดเนยทุกอย่างเลย รักป้านุ่มที่สุดในโลก” หญิงสาวหอมแก้มทั้งสองข้างของแม่ครัวตัวใหญ่ดังฟอด
“ป้านุ่มไม่ได้ทำกับข้าวของโปรดผมบ้างเลยหรือครับ ลำเอียงอย่างเห็นได้ชัด”
คนตัวโตแกล้งพูดเสียงละห้อย ถ้ามีเวทมนตร์จะสลับร่างกับแม่ครัวประจำบ้านได้ แล้วหอมพวงแก้มนุ่มของคนที่กำลังออดอ้อนออเซาะกลับให้หนำใจเชียว
“มีสิคะ พี่นายไม่ได้กลับเมืองไทยมาตั้งนาน ป้าทำต้มยำกุ้งรสจัดๆ ใส่เห็ดฟางเยอะๆ และผัดโป๊ยเซียนไว้ให้ค่ะ” ป้านุ่มบอกชายหนุ่มด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
ตะวันวาดชำเลืองมองกับข้าวสองอย่างตามที่ป้านุ่มกำลังพูดถึง แล้วต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอ เพราะล้วนแล้วแต่น่ากินไม่แพ้ของตัวเอง
“วันนี้พี่นุ่มไม่ต้องอยู่ช่วยหรอก เดี๋ยวนันท์จัดการเอง” มนัสนันท์หันบอกแม่ครัวประจำบ้าน
“ได้ค่ะคุณนันท์”
อาคิระจึงรับหน้าที่เป็นผู้ตักข้าวใส่จานแจกจ่ายให้ทุกคน และคอยตักกับข้าวใส่จานให้คนเป็นน้องอย่างเอาอกเอาใจ ซึ่งคนรับแม้จะยังวางท่าปั้นปึ่งอยู่ แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางต่อต้านแต่อย่างใด อาจเป็นเพราะรสชาติอาหารที่ถูกปาก จนทำให้ลืมอาการขุ่นข้องหมองใจลงชั่วคราว ท่ามกลางรอยยิ้มของผู้ร่วมโต๊ะที่ต่างลอบมองดูด้วยความเอ็นดู
