บทที่ 9 9

9

ไม่ถึงอึดใจบังอรก็เดินนำหน้าชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งเข้ามาในห้องนั่งเล่น ทั้งสองยกมือขึ้นทำความเคารพเจ้าของบ้านอย่างนอบน้อม

“แกเองหรือไอ้คีย์” อาคิระทักทายเพื่อนสนิทแล้วจึงหันไปทักหญิงสาวอีกคนที่มาด้วย “แล้วมากับเพชรได้ยังไง”

เพชรรุ้งรีบทรุดลงนั่งข้างๆ คนถามพลางเอ่ยเสียงอ่อนหวาน “นายขา ทำไมกลับมาเมืองไทยไม่บอกกันบ้างล่ะคะ เพชรจะได้ไปรอรับที่สนามบิน”

น้ำเสียงหวานๆ ที่ได้ยิน ทำให้ตะวันวาดเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ที่กำลังอ่าน แล้วจึงเห็นเจ้าของเสียงในชุดแต่งกายหรูหรา ดวงหน้าแต่งอย่างจัดจ้าน

ยายเพชรรุ้งนี่เองนึกว่าใคร

ครั้นเห็นหน้าแล้วก็ทำให้หวนนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้นขึ้นมาในบัดดล พานให้ไม่อยากนั่งอยู่ต่อเพราะหมั่นไส้ทั้งคู่กรณีเก่าและคนที่ทำให้โกรธ

“คุณลุง คุณป้าขา เนยขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ”

แขกมาใหม่ทั้งสองต่างพากันหันมามองคนพูดเป็นตาเดียว เพราะตอนเดินเข้ามาไม่ทันสังเกตเห็น เพชรรุ้งที่ปัจจุบันเป็นนางเอกละครชื่อดัง มองดวงหน้าสวยกระจ่างไร้ที่ติอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็จำได้ ว่าเป็นเด็กเมื่อวานซืนที่ตัวเองเคยนึกดูถูกไว้นั่นเอง ทำให้ความริษยาก่อเกิดขึ้นในฉับพลัน ส่วนคีตภัทร เพื่อนสนิทของอาคิระมองหญิงสาวอย่างตกตะลึงตาค้าง

“ไม่เอา ป้าไม่ให้กลับ กินข้าวด้วยกันที่นี่แหละ เมื่อตะกี้โทร.ไปชวนแม่เราแล้วแต่ไม่ยอมมา บอกว่ากำลังติดละคร เอ๊ะ…” มนัสนันท์ชะงักคำพูดค้างไว้แค่นั้น เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ก่อนหันขวับไปจ้องหน้าหญิงสาวผู้มาใหม่ “หนูเป็นดาราที่เล่นเรื่องรักลวงหรือเปล่าจ๊ะ”

“ใช่ค่ะคุณแม่ หนูชื่อเพชรรุ้งไงคะ” ดาราสาวตอบเสียงหวานทำนองฝากเนื้อฝากตัว

“ถึงว่าสิ ทำไมหน้าคุ้นๆ นัก” มนัสนันท์พึมพำกับตัวเองแล้วจึงหันไปถามตะวันวาดน้ำเสียงอ่อนโยน “น้องเนยเคยดูหรือเปล่าลูก”

น้ำเสียงอ่อนโยนที่ได้ยินสร้างความไม่พอใจให้กับเพชรรุ้งอย่างยิ่งยวด นึกขุ่นเคืองคนพูดอยู่ในใจ ตัวเธอเพียรแวะเวียนมาที่นี่เพื่อถามข่าวคราวของอาคิระอยู่เนืองๆ แต่อีกฝ่ายมักจะบ่ายเบี่ยงอยู่เสมอ ไม่เคยให้ความร่วมมือเลยสักครั้ง ถ้าวันนี้ไม่แวะมาที่นี่และบังเอิญพบกับคีตภัทร คงยังไม่ทราบว่าชายหนุ่มที่เธอหมายปองกลับมาเมืองไทยแล้ว

ตอนนี้ยังจะมาบอกว่าเราหน้าคุ้นๆ อีก น่าเจ็บใจนัก เหมือนไม่เห็นเราอยู่ในสายตาเลยสักนิด

แล้วดาราสาวก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบ

“เนยไม่ชอบดูละครน้ำเน่าพวกนั้นหรอกค่ะคุณป้า นางเอกดูโง้...โง่ แถมยังไม่สู้คน เนื้อเรื่องก็ไม่เห็นจะประเทืองปัญญาตรงไหน มีแต่ตบตีแย่งผู้ชายกันทั้งเรื่อง ดูแล้วเพลียค่ะ” หญิงสาวตอบตามความรู้สึกของตัวเองทั้งเหน็บแนมใครบางคนไปด้วย

คีตภัทรหลุดหัวเราะก๊ากออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มองคนพูดอย่างเห็นด้วยและตามมาด้วยความพึงพอใจ ซึ่งการแสดงออกดังกล่าวหาได้รอดพ้นสายตาของอาคิระ สร้างความขุ่นขวางให้เกิดกับเขาโดยไม่รู้ตัว

แต่สำหรับดาราสาวนั้นโกรธจนดวงหน้าแดงก่ำ นั่งกำมือแน่นอย่างพยายามระงับโทสะที่กำลังเกิดขึ้นเป็นริ้วๆ ก่อนจะปั้นหน้าทักตะวันวาดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“สวัสดีค่ะ น้องจำพี่ได้หรือเปล่า พี่ชื่อเพชรรุ้งไงคะ ตอนนั้นน้องยังตัวผอมเก้งก้างอยู่เลย แถมยังเดินซุ่มซ่ามมาชนพี่จนเสื้อผ้าเปื้อนไปทั้งตัว”

คำพูดของดาราสาวที่จงใจพูดถึงวันนั้น ทำให้ตะวันวาดนิ่งไปชั่วขณะ แล้วจึงคลี่ยิ้มกว้าง ทว่าดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย

“จำได้สิคะ พี่เพชรดูแก่ขึ้นมากจนตอนแรกเนยเกือบจำไม่ได้เลยค่ะ เอ...แล้วทำไมจมูกของพี่ดูเบี้ยวๆ ล่ะคะ”

เพชรรุ้งสะดุ้งโหยงเพราะรับมุกไม่ทัน รีบหยิบตลับแป้งจากในกระเป๋าสะพายขึ้นมาส่องดูหน้าตัวเองทันที ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้ตะวันวาดหลุดหัวเราะคิกออกมา แล้วหันไปยกมือไหว้คีตภัทรพร้อมกับทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“สวัสดีค่ะพี่คีย์ จำเนยได้หรือเปล่าคะ”

“จำได้สิครับ ใครจะจำคนที่เคยฉีดน้ำใส่พี่ไม่ได้ล่ะครับ” คีตภัทรตอบเสียงหวานไม่แพ้กัน

เพชรรุ้งโมโหจนตัวสั่นเมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกแกมล้อเลียน พลางนึกในใจอย่างขุ่นเคือง นังเด็กนี่รู้ได้ยังไงว่าเธอเพิ่งไปทำศัลยกรรมจมูกมาใหม่ ยิ่งมองเห็นสันจมูกโด่งสวยของอีกฝ่ายแล้วยิ่งพานให้นึกอิจฉา

อาคิระมองท่าทางกระดี๊กระด๊าของเพื่อนรักแล้วเกิดอาการหมั่นไส้เหลือกำลัง จึงแกล้งส่งเสียงกระแอมกระไอออกไป

“แฮ่ม...”

คีตภัทรหันไปมองคนกระแอมกระไอแล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้ายียวนกวนโทโส

“อะไรติดคอหรือครับไอ้นาย”

คนถูกถามข่มกลั้นความรู้สึกลง ก่อนจะเอ่ยถามคำถามเดิมที่ยังไม่ได้รับคำตอบเสียงเข้ม

“แกยังไม่ตอบฉันเลยนะไอ้คีย์ว่ามาพร้อมกับเพชรได้ยังไง”

ความจริงเรื่องที่ถามไม่ได้อยากรู้คำตอบเท่าไรนัก แต่ถามไปอย่างนั้นเอง ทั้งยังนึกขัดอกขัดใจกับท่าทีของตะวันวาด

ดูสิ! ทีกับเขาไม่ยอมจะพูดดีด้วย แต่กับคีตภัทรกลับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

ดังนั้นความรู้สึกที่กำลัง เกิดขึ้นตอนนี้คือ หวงโว้ย!

คนเคยเป็นคนสำคัญตะโกนก้องอยู่ในใจอย่างหงุดหงิด

คีตภัทรยังไม่ทันจะตอบคำถามเพื่อน เพชรรุ้งก็ชิงพูดในทำนองฟ้องขึ้นมาซะก่อน

“เจอกันหน้าบ้านของนายนี่แหละค่ะ แหม...น่าโมโหนักนะคุณคีย์ เมื่อวันก่อนก็เจอกับเพชร แต่ไม่ยักยอมปริปากบอกเรื่องของนายให้เพชรรู้บ้างเลย ขอเบอร์โทร.ก็ไม่ยอมให้ เดือนที่แล้วเพชรเพิ่งไปถ่ายแบบที่อเมริกาเสียดายไม่รู้ที่อยู่ของนาย ไม่งั้นแวะไปหาแล้วค่ะ” ดาราสาวพูดพลางหันไปมองหน้าคีตภัทรอย่างขุ่นเคือง

ตะวันวาดฟังคำพูดดังกล่าวแล้วแอบเบ้ปาก คิดหยันๆ ในใจ เชอะ! เป็นแฟนกันประสาอะไรเบอร์โทรศัพท์ก็ไม่มี ที่อยู่ก็ไม่รู้อีก คิดแล้วอดชำเลืองมองไปยังตัวต้นเหตุด้วยสายตาขุ่นขวางไม่ได้ แต่อีกฝ่ายกลับส่งยิ้มกว้างมาให้จนต้องเบือนหน้ากลับโดยเร็ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป