บทที่ 2 ภรรยาที่เขาจำไม่ได้

ใบหน้าของพิมพ์ดาวหายไปจากความทรงจำ

เขาจำได้ว่าเธอไม่กินต้นหอม เข้าเวรกลางคืนบ่อย ชอบถอดแหวนแต่งงานวางข้างอ่างล้างมือ บางครั้งเขาต้องเป็นคนหยิบไปเก็บ เพราะเธอลืมจนต้องเดินหาทั่วห้อง

แต่พอนึกถึงใบหน้า ภาพกลับเลือนเหมือนมองผ่านกระจกฝ้า เหลือเพียงเส้นผมยาวข้างแก้มกับเสียงหัวเราะ

“พิมอยู่ไหนครับ”

เสียงของเขาแหบ ความปวดแล่นจากขมับลงมาตามต้นคอ เมื่อพยายามหันศีรษะ โลกทั้งใบก็เอียงวูบ

ศศิซึ่งนั่งอยู่ข้างเตียงรีบวางมือบนแขนเขา

“อย่าเพิ่งขยับนะลูก”

“แม่โทรหาพิมหรือยัง”

“โทรแล้วจ้ะ”

ธาวินผ่อนลมหายใจ ทว่าสิ่งรอบตัวชวนให้รู้สึกผิดแปลก แม่ดูผอมลง เส้นผมมีสีขาวแทรกมากกว่าที่จำได้ ส่วนธาราซึ่งยืนอยู่ปลายเตียงตัดผมสั้นและสวมแว่นกรอบบาง

“ธาราไปตัดผมตั้งแต่เมื่อไร”

น้องสาวแตะปลายผมตัวเอง “นานแล้วค่ะ”

ธาวินขมวดคิ้ว

หมอเดินเข้ามาพร้อมพยาบาล เขาตรวจรูม่านตาและขอให้ธาวินบอกชื่อ วันเกิด รวมถึงวันที่ปัจจุบัน ธาวินตอบสองข้อแรกได้ แต่ตัวเลขปีที่บอกออกมาทำให้ทุกคนเงียบ

“ไม่ใช่ปีนี้หรือครับ”

หมอลากเก้าอี้มานั่งในระดับสายตา “ปีที่คุณบอกผ่านมาหลายปีแล้วครับ ตอนนี้คุณอยู่โรงพยาบาล เพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์”

ธาวินพยายามนึก ภาพหนึ่งวาบขึ้นมา  แสงจากรถคันหนึ่งพุ่งเข้ากระจกหน้า ตามด้วยเสียงโลหะบดกัน จากนั้นทุกอย่างก็ดับลง

“จำได้เท่านี้ครับ”

“ก่อนเกิดเหตุ คุณกำลังจะไปไหนครับ”

เขานึก แต่อาการคลื่นไส้พุ่งขึ้นมาจนต้องหลับตา พยาบาลขยับถาดรองเข้ามาใกล้ หมอรอให้อาการทุเลาแล้วอธิบายว่า สมองบริเวณขมับได้รับการกระทบกระเทือน มีเลือดออกเล็กน้อย ภาวะสับสนกับความทรงจำขาดหายอาจเกิดขึ้นได้

“ความจำผมหายไปกี่ปีครับ”

“ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ ต้องประเมินอีกหลายครั้ง บางส่วนอาจค่อย ๆ กลับมาเอง อย่าพยายามฝืนะครับ”

ธาวินมองมารดา “ผมแต่งงานกับพิมแล้วใช่ไหมครับ”

ศศิพยักหน้า “จ้ะ”

“เราเพิ่งย้ายเข้าอะพาร์ตเมนต์ใกล้โรงพยาบาล ห้องครัวแคบมาก”

เขาจำห้องนั้นได้ชัด จำรอยร้าวบนกระเบื้องกับผ้าม่านสีเหลืองที่พิมพ์ดาวซื้อมา วันย้ายเข้าไม่มีโต๊ะกินข้าว ทั้งคู่นั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบนพื้น เขาเคยบอกว่าสักวันจะสร้างบ้านที่มีครัวกว้างพอให้เธอเดินชนเขาได้โดยไม่ต้องเจ็บตัว

หลังจากนั้นว่างเปล่า

“บริษัทผมล่ะครับ พรุ่งนี้ผมต้องเสนองานกับลูกค้า”

“เรื่องบริษัทมีคนดูแลอยู่ค่ะ” ธาราตอบ

“ใคร”

“ทีมของพี่ค่ะ”

“แล้วทำไม”

ความปวดกระแทกขึ้นตรงขมับ ธาวินกัดฟันและยกมือจะจับผ้าพันแผล พยาบาลรีบห้าม หมอจึงขอให้ทุกคนหยุดพูดเรื่องงาน

“ถ้ามีเรื่องไหนไม่ตรงกับความทรงจำ อย่าบังคับให้ผู้ป่วยนึก และอย่าให้ข้อมูลมากเกินไปในครั้งเดียวครับ”

ธาวินมองมารดากับน้องสาว ทั้งคู่ระวังคำพูดจนเขาจับได้

“เกิดอะไรขึ้นระหว่างนั้นหรือเปล่าครับ”

ศศิลูบหลังมือเขาเบา ๆ “ตอนนี้วินพักก่อน เรื่องอื่นค่อยคุยกันนะลูก”

เขาไม่ชอบคำตอบนี้ แต่เปลือกตาหนักเกินกว่าจะซักต่อ

หมอเชิญญาติออกไปคุยด้านนอก ผ่านกระจกบานใหญ่ ธาวินเห็นมารดา น้องสาว และผู้หญิงอีกคนยืนรวมกันอยู่หน้าห้อง

เธอสวมเสื้อสีอ่อนกับกางเกงขายาว ผมรวบต่ำเรียบร้อย ขณะคนอื่นผลัดกันถามหมอ ผู้หญิงคนนั้นเพียงยืนฟัง

ไม่นานศศิก็พาเธอเข้ามา

“วิน นี่คุณดาวจ้ะ เธอเป็นพยาบาล มีความรู้เรื่องผู้ป่วยทางระบบประสาท แม่อยากให้ช่วยคุยกับวินสักหน่อย”

หญิงสาวล้างมือก่อนเข้ามาหยุดข้างเตียง ทิ้งระยะห่างไว้จนธาวินต้องเพ่งมอง

เขาไม่รู้จักใบหน้านี้ แต่ดวงตาของเธอแดงจาง ๆ เหมือนอดนอนมาทั้งคืน

“ฉันจะถามคำถามสั้น ๆ นะคะ ถ้าปวดศีรษะหรือเหนื่อยให้บอกทันที”

เสียงนั้นทำให้บางอย่างในอกเขาสะดุด

“เราเคยเจอกันหรือเปล่าครับ”

มือที่กำลังเปิดสมุดหยุดไปนิดหนึ่ง

“ฉันทำงานที่โรงพยาบาลค่ะ คุณอาจคุ้นกับวิธีพูดของพยาบาล”

คำตอบไม่ได้ช่วยให้หายสงสัย แต่เขาเหนื่อยเกินกว่าจะคิดตาม

คุณดาวถามชื่อ อายุ และสถานที่ ก่อนบอกให้เขาจำคำสามคำ บ้าน นาฬิกา ดอกแก้ว จากนั้นชวนคุยเรื่องอื่นอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงย้อนกลับมาถาม

“บ้าน...นาฬิกา”

คำสุดท้ายหายไปจากหัว แม้เขามั่นใจว่าเพิ่งได้ยิน

“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอบันทึกผลโดยไม่แสดงสีหน้าผิดหวัง “หลังสมองได้รับการกระทบกระเทือนอาจเป็นแบบนี้ได้”

“ผมจะจำได้เหมือนเดิมไหมครับ”

“ยังไม่มีใครตอบได้ค่ะ ตอนนี้คุณต้องพักก่อน”

ธาวินมองเธออยู่ครู่หนึ่ง “ผมจำภรรยาได้ แต่จำหน้าเธอไม่ได้”

ปลายปากกาหยุดนิ่งเหนือกระดาษ

“คุณจำอะไรเกี่ยวกับเธอได้บ้างคะ”

“เธอชื่อพิมพ์ดาว เป็นพยาบาลเหมือนคุณ” เขาหลับตา พยายามจับภาพที่ลอยอยู่ห่าง ๆ “พิมเข้าเวรดึก ผมจะไปรับตอนเช้าถ้าไม่ติดงาน”

ม้านั่งหน้าโรงพยาบาลปรากฏขึ้นในความคิด ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งหลับ มีถุงอาหารเช้าวางอยู่บนตัก แต่ตรงที่ควรเป็นใบหน้ากลับมีเพียงแสงสีขาวพร่า

“ครั้งหนึ่งผมปล่อยให้เธอรอนาน หลังจากนั้นพิมให้ผมสัญญาว่า ถ้าจะไปไหนหรือกลับช้า ต้องบอก ห้ามหายไปเฉย ๆ”

คุณดาวก้มลงปิดสมุด

“อย่าฝืนนึกต่อเลยค่ะ”

“คุณรู้จักพิมหรือครับ”

เธอเงียบไปชั่วขณะ ก่อนตอบว่า “ครอบครัวคุณเล่าให้ฟังบ้างค่ะ”

ฤทธิ์ยาทำให้ธาวินลืมตาแทบไม่ขึ้น แต่ความกังวลยังค้างอยู่ พิมพ์ดาวรู้ว่าเขาเกิดอุบัติเหตุแล้ว หากเป็นผู้หญิงที่เขาจำได้ เธอไม่มีทางนั่งรออยู่บ้านเฉย ๆ

คุณดาวขยับจะถอยจากเตียง เขาจึงรีบเรียก

“คุณพยาบาลครับ”

เธอหยุด

“ถ้าคุณติดต่อพิมได้ ช่วยบอกให้เธอรีบมาหน่อยนะครับ”

คราวนี้เธอหันกลับมา ดวงตาคู่นั้นแดงกว่าเดิมเล็กน้อย

ธาวินฝืนยิ้มให้คนแปลกหน้า

“ผมกลัวว่าเธอจะเป็นห่วง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป