บทที่ 3 คำขอจากบ้านที่เคยจากมา
บทที่ 3 คำขอจากบ้านที่เคยจากมา
“แม่อยากให้พิมกลับไปช่วยดูแลวินที่บ้าน”
พิมพ์ดาววางแก้วน้ำลง เสียงก้นแก้วกระทบโต๊ะเสียงดังกว่าที่ตั้งใจ
“พิมทำไม่ได้ค่ะ”
ห้องพักญาติชั้นเจ็ดเงียบลงทันที ศศินั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตาบวมจากการอดนอน ส่วนธารายืนพิงตู้เอกสาร ก้มหน้ากดโทรศัพท์ทั้งที่หน้าจอดับไปแล้ว
พิมพ์ดาวยังสวมเสื้อผ้าชุดเดิมจากเมื่อคืน เธอควรกลับไปนอนตั้งแต่ธาวินพ้นช่วงอันตราย แต่หมอต้องการข้อมูลเกี่ยวกับความทรงจำของเขา เธอจึงอยู่ต่อ
ไม่คิดว่าจะต้องมานั่งฟังคำขอนี้
“แม่ไม่ได้จะให้พิมดูแลคนเดียวนะลูก” ศศิรีบพูด “จ้างพยาบาลเพิ่มก็ได้ หรือจะให้อยู่ศูนย์ฟื้นฟูก่อนก็ได้ แม่แค่คิดว่า ถ้ามีคนที่วินคุ้นเคยอยู่ด้วย อาการอาจดีขึ้น”
“เขายังอยู่ห้องวิกฤตค่ะ เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไร”
“หมอบอกว่าถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนก็ต้องวางแผนฟื้นฟูต่อ”
“นั่นเป็นหน้าที่ของทีมรักษาค่ะ”
คำตอบของเธอทำให้ศศิหลุบตาลง
“เมื่อเช้าวินถามหาพิมสามรอบ”
พิมพ์ดาวกำมือบนตัก
“เขาจำได้แค่ว่าเราเพิ่งแต่งงานกัน”
“แม่รู้ แต่พอหาไม่เจอ เขาก็ไม่ยอมนอน ความดันขึ้น พยาบาลต้องเรียกหมอ”
“คุณแม่คะ”
“แม่ไม่ได้เอาเรื่องนี้มาบังคับพิมนะ แม่แค่...ไม่รู้จะทำยังไงจริง ๆ”
พิมพ์ดาวมองคนตรงหน้า ศศิไม่เคยเป็นคนเจ้าเล่ห์ บางครั้งอาจทำร้ายคนอื่นด้วยความหวังดี และไม่รู้ตัวว่าคำขอของตนหนักเพียงใด
“เมื่อคืนทุกคนบอกเขาว่าติดต่อภรรยาได้แล้ว แต่พอพิมเข้าไปกลับแนะนำว่าเป็นคุณดาว” เธอถาม “ถ้าวันนี้เขาถามอีก จะตอบว่าอะไรคะ”
“ก็บอกว่าพิมติดงาน”
“แล้วพรุ่งนี้ล่ะคะ”
ศศิอ้าปาก ก่อนจะเงียบไป
ธาราเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วเดินมานั่งข้างมารดา “พี่พิม พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะหลอกพี่วินนะคะ หมอบอกว่าอย่าเพิ่งให้ข้อมูลเยอะไป เขายังสับสนอยู่ ธากลัวว่า ถ้ารู้เรื่องหย่า อาการจะหนักกว่าเดิม”
“พี่เข้าใจ เมื่อคืนถึงยังไม่พูด” พิมพ์ดาวตอบ “แต่การยังไม่บอก ไม่ได้แปลว่าเราควรปล่อยให้เขาเชื่อว่าภรรยากำลังจะกลับมา”
“ถ้าความจำเขากลับมาก่อนล่ะคะ”
“แล้วถ้าไม่กลับล่ะ”
ธารานิ่งไป
“แม่รู้ว่าพิมลำบากใจ แต่แม่มองไม่เห็นใครแล้ว วินไม่ยอมให้คนอื่นเข้าใกล้ พอได้ยินเสียงพิม เขาก็สงบ ถ้าพิมช่วยแค่ช่วงแรก...”
“เหมือนเมื่อก่อนหรือคะ”
ศศิเงยหน้าขึ้น
“ตอนเขากลับบ้านดึก คุณแม่ก็ขอให้พิมเข้าใจ ตอนเขาลืมนัด คุณแม่บอกว่าคนทำงานหนักก็หลงลืมกันได้ พอพิมเข้าเวรหลายวัน คุณแม่ขอให้ลดงาน เพราะธาวินไม่มีคนดูแล”
เสียงพิมพ์ดาวไม่ได้ดัง แต่ธารากลับขยับมานั่งตัวตรง
“ทุกครั้งคุณแม่บอกว่าขอแค่นิดเดียวค่ะ” เธอพูดต่อ “แต่คนที่ต้องขยับชีวิตตัวเองทุกครั้งคือพิม”
ศศิก้มมองมือ
“แม่จำได้”
“ตอนนั้นพิมเคยคิดว่าถ้าพยายามอีกหน่อย ทุกอย่างคงดีขึ้น”
“แม่ก็คิดอย่างนั้น”
“ค่ะ แต่คนที่ต้องพยายามคือพิมคนเดียว”
น้ำตาหยดหนึ่งตกลงบนหลังมือศศิ นางรีบเช็ดออกแล้วหันหน้าไปทางหน้าต่าง
พิมพ์ดาวไม่ได้ยื่นกระดาษทิชชูให้ บนโต๊ะมีกล่องวางอยู่ใกล้มืออยู่แล้ว
“หลังพวกหนูหย่ากัน แม่โกรธพิมอยู่พักหนึ่ง” ศศิพูดโดยยังไม่หันกลับมา “แม่คิดว่าพิมใจร้อน วินกำลังตั้งบริษัท ทุกอย่างกำลังไปได้ดี ทำไมถึงรออีกหน่อยไม่ได้”
พิมพ์ดาวฟังเงียบ ๆ
“จนแม่เข้าไปที่บ้านวันหนึ่ง” ศศิสูดจมูก “บนโต๊ะมีจานสองใบ อาหารยังอยู่ในหม้อ แต่ธาราบอกว่าวินไปต่างจังหวัดตั้งแต่สามวันก่อน”
พิมพ์ดาวจำอาหารมื้อนั้นได้ เธอทำต้มจืดเต้าหู้ที่ธาวินชอบ เขาส่งข้อความมาว่าจะกลับค่ำ เธอจึงอุ่นซ้ำอยู่สองครั้ง ก่อนเททิ้งในเช้าวันที่สาม
“แม่เพิ่งรู้ตอนนั้นว่าพิมคงรอมานานแล้ว”
ศศิดึงทิชชูออกมาเช็ดน้ำตาอย่างลวก ๆ
“แม่ขอโทษ”
คำสองคำที่พิมพ์ดาวเคยอยากได้ วันนี้กลับฟังแล้วไม่มีความหมาย
“พิมรับรู้นะคะ”
ศศิพยักหน้า ก่อนถามเสียงเบาลง “แต่เรื่องวิน...พิมช่วยคิดอีกทีได้ไหม”
พิมพ์ดาวเกือบหัวเราะออกมา ทั้งเหนื่อยทั้งขมขื่น สมกับเป็นศศิ ต่อให้รู้สึกผิดจริง นางก็ยังเป็นแม่ที่นั่งอยู่หน้าห้องผู้ป่วยของลูกชาย
“พิมจะคุยกับหมอเรื่องแผนฟื้นฟูให้ค่ะ ช่วยหาพยาบาลหรือสถานที่ที่เหมาะสมได้ แต่ยังรับปากเรื่องไปดูแลไม่ได้”
“แค่นั้นก็ได้ลูก”
“แล้วต้องคุยกับหมอเรื่องบอกความจริงด้วย จะเรียกพิมว่าคุณดาวไปเรื่อย ๆ ไม่ได้”
รอยโล่งใจบนใบหน้าศศิจางลงเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็พยักหน้า
ทั้งสามออกจากห้องพักญาติพร้อมกัน พิมพ์ดาวบอกลาตรงหน้าหอผู้ป่วย เธอเหลือเวลานอนไม่ถึงหกชั่วโมงก่อนเข้าเวรคืนนี้
ยังไม่ทันเดินถึงลิฟต์ เสียงสัญญาณเตือนก็ดังจากห้องของธาวิน
พิมพ์ดาวหันกลับไปเห็นเจ้าหน้าที่สองคนกำลังช่วยกันจับแขนข้างที่ไม่มีเฝือก เขาดิ้นทั้งที่ยังไม่ลืมตา มือกำผ้าห่มแน่น
“คุณธาวินครับ คุณอยู่โรงพยาบาลนะครับ”
เขาส่ายหน้า พึมพำบางอย่างซ้ำ ๆ
พิมพ์ดาวก้าวกลับไปใกล้ประตู จึงได้ยินคำนั้นชัดขึ้น
“พิม...พิมอย่าไป”
เท้าของเธอหยุดตรงเส้นสีแดงบนพื้น
“ธาวิน”
คนบนเตียงชะงักทันที
“คุณอยู่โรงพยาบาลค่ะ” เธอบังคับเสียงไม่ให้สั่น “หลับเถอะ ไม่มีใครไปไหน”
มือที่กำผ้าห่มค่อย ๆ คลาย จังหวะหัวใจบนหน้าจอลดลงทีละน้อย เขาหันหน้ามาทางประตู แต่เปลือกตายังคงปิดสนิท
พิมพ์ดาวยืนอยู่ตรงนั้น กระทั่งพยาบาลด้านในพยักหน้าให้ว่าอาการสงบแล้ว
ประตูลิฟต์เปิดรออยู่ปลายทางเดิน ก่อนปิดลงโดยไม่มีใครก้าวเข้าไป
