บทที่ 5 คุณดาวกับพิมของเขา

“ดาวค่ะ”

พิมพ์ดาวไม่คิดว่าการแนะนำตัวเองด้วยชื่อที่ขาดไปจะฝืดคอขนาดนี้

ธาวินนั่งบนเก้าอี้ในห้องรับแขก รอยช้ำบนใบหน้าจางลงแล้ว ผ้าปิดแผลข้างขมับยังอยู่ เขาเงยหน้ามองเธอครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“คุณพยาบาลที่โรงพยาบาลใช่ไหมครับ”

“ค่ะ ฉันจะมาช่วยดูแลช่วงพักฟื้นสิบสี่วัน”

เขามองเลยไหล่เธอไปยังประตูบ้าน ศศิกับธารากำลังเดินเข้ามา

“พิมไม่ได้มาด้วยเหรอครับ”

คำถามนั้นเร็วจนพิมพ์ดาวไม่ทันได้ตั้งตัว

หลังผลตรวจคงที่ หมออนุญาตให้กลับมาพักที่บ้าน เขาเดินระยะสั้นได้โดยใช้ไม้เท้า แต่ยังเสียการทรงตัวเมื่อเปลี่ยนท่าเร็ว และชอบลุกเองโดยไม่เรียกใคร ส่วนความทรงจำยังหยุดอยู่ในช่วงที่เขากับพิมพ์ดาวเพิ่งแต่งงานกัน

“ตอนนี้คุณต้องทำตามแผนฟื้นฟูไปก่อนค่ะ” พิมพ์ดาวตอบ

“ผมถามว่าพิมอยู่ไหน”

“ฉันตอบเรื่องนั้นไม่ได้ค่ะ”

สีหน้าของธาวินเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขามองศศิ แต่มารดากลับก้มหน้าจัดถุงยาบนโต๊ะ

“ทุกคนรู้กันหมด ยกเว้นผมใช่ไหมครับ”

ไม่มีใครตอบ

ธาวินใช้มือซ้ายจับพนักเก้าอี้ เตรียมดันตัวขึ้น พิมพ์ดาวก้าวเข้าไปหาโดยไม่ทันคิด

“อย่าเพิ่งลุกค่ะ”

“ผมจะไปห้องน้ำ”

“เรียกฉันก่อน”

“ผมเดินเองได้”

เขาลุกขึ้นจนตัวเกือบตรง แล้วก็เซ พิมพ์ดาวคว้าข้อศอกซ้ายไว้ทัน ธาวินขืนตัว แต่เมื่อโลกตรงหน้าเริ่มเอียง เขาจึงยอมนั่งลงอย่างไม่เต็มใจ

“นี่หรือคะที่เรียกว่าเดินเองได้”

เขาเงยหน้ามอง เธอจำสายตาแบบนี้ได้ เขาไม่ชอบถูกขัด

“ถ้าคุณจับ ผมก็ไม่มีทางรู้ว่าตัวเองทำได้หรือไม่ได้”

“เมื่อกี้เกือบเอาหน้าฟาดพื้น น่าจะพอรู้แล้วค่ะ”

ธาราหลุดหัวเราะ ก่อนรีบทำเป็นไอเมื่อพี่ชายหันไปมอง

“ถ้าจะลุก เรียกฉันหรือคนที่อยู่ใกล้ก่อน จนกว่านักกายภาพจะประเมินว่าปลอดภัย”

“คุณพูดกับคนไข้ทุกคนแบบนี้หรือครับ”

“เฉพาะคนไข้ดื้อค่ะ”

ธาวินนิ่งไป แต่สุดท้ายก็ยอมจับไม้เท้า เธอพาเขาไปห้องน้ำโดยเดินอยู่ด้านซ้าย เว้นระยะจนไม่ทำให้รู้สึกว่าถูกประคองทุกก้าว

เมื่อกลับมานั่ง พิมพ์ดาวเปิดกระเป๋านำกล่องยา เครื่องวัดความดัน และตารางกิจกรรมออกมา

“ฉันจะอยู่ตั้งแต่เช้าถึงหนึ่งทุ่ม กลางคืนจะมีพยาบาลอีกคนมารับช่วง”

“คุณพักที่ไหน”

“บ้านฉันค่ะ”

“ถ้าพิมกลับมาตอนคุณไม่อยู่ล่ะ”

มือที่กำลังแยกยาหยุดชั่วครู่

“ครอบครัวคุณจะจัดการเองค่ะ”

“คุณรู้จักพิมหรือเปล่า”

“ค่ะ”

ธาวินเอนหลังพิงเก้าอี้ “เธอยังทำงานที่เดิมไหม”

“ไม่แล้วค่ะ”

“ย้ายไปไหน”

“คุณควรถามจากเจ้าตัวเองดีกว่าค่ะ”

“ก็ทุกคนไม่ยอมให้ผมเจอพิม”

พิมพ์ดาวกดฝาปิดกล่องยาแรงไป ศศิมองเธอ แต่ไม่เข้ามาแทรก

“วัดความดันนะคะ”

“คุณกำลังเปลี่ยนเรื่อง”

“ใช่ค่ะ”

คำตอบนั้นทำให้ธาวินเงียบ เขายอมยื่นแขนซ้ายมาให้ พิมพ์ดาวพันสายรัดรอบต้นแขน ดึงชายเสื้อขึ้น แล้วกดปุ่ม

ระหว่างรอ เขามองเสี้ยวหน้าของเธอไม่วางตา

“เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าครับ”

“ฉันพบคนไข้เยอะค่ะ คุณอาจจำสับสน”

“เสียงคุณคุ้นมาก”

“คุณเคยพบฉันที่โรงพยาบาลแล้ว”

“ก่อนเกิดอุบัติเหตุสิครับ”

เสียงเครื่องดังขึ้นพอดี พิมพ์ดาวปลดสายรัดออก

“ความดันสูงกว่าตอนเช้านิดหน่อย พักก่อนค่ะ”

ธาวินถอนหายใจ “คุณก็เหมือนคนอื่น”

“คะ”

“พอผมถามเรื่องพิม ทุกคนก็พูดเรื่องอื่น”

เธอไม่รู้จะบอกเขาอย่างไรว่าผู้หญิงที่เขาตามหากำลังนั่งอยู่ห่างออกไปไม่ถึงช่วงแขน เพียงแต่ไม่ใช่พิมคนเดิมที่เขาจำได้แล้ว

“เธอสบายดีค่ะ” พิมพ์ดาวพูด “ยังเป็นพยาบาล ยังทำงาน และดูแลตัวเองได้”

ไหล่ของธาวินคลายลงหรอก

“พิมดูแลตัวเองไม่เก่งครับ”

เธอเงยหน้าขึ้น “ทำไมคะ”

“เธอชอบบอกว่าไม่เหนื่อย”

เขาก้มมองมือซ้ายของตัวเอง ราวกับภาพนั้นกำลังเกิดขึ้นบนฝ่ามือ

“ครั้งหนึ่งพิมเข้าเวรดึก กลับมาทำข้าวเช้าให้ผม ยืนหลับอยู่หน้าตู้เย็นแล้วยังเถียงว่าไหว ผมต้องพาไปนอน”

พิมพ์ดาวจำเช้าวันนั้นได้ เขาอุ้มเธอจากครัวไปวางบนเตียงแล้วห่มผ้าให้ ก่อนออกไปซื้อโจ๊กกลับมากินด้วยกัน

เหตุการณ์แบบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย

“คุณยิ้มหรือครับ”

เธอรีบก้มดูตารางยา “เปล่าค่ะ”

“เมื่อกี้คุณยิ้ม”

“คุณน่าจะมองผิด”

ธาวินหัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วต้องยกมือแตะขมับเมื่ออาการปวดแล่นขึ้น

พิมพ์ดาวขยับเข้าไปทันที “ปวดมากไหมคะ”

“ระดับสามครับ ทนได้”

“อย่าพยายามนึกต่อ ถ้าปวดเพิ่มต้องบอก”

เขาหลับตาพักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้นมาอีก “พิมสวยไหมครับ”

“อะไรนะคะ”

“ผมจำหน้าเธอไม่ได้ เลยอยากรู้ว่าพิมสวยไหม”

พิมพ์ดาวหันไปมองศศิกับธารา ทั้งคู่พร้อมใจกันหลบสายตา

“คุณเคยแต่งงานกับเธอ ก็คงมีคำตอบของตัวเองแล้วนี่คะ”

“ผมจำได้ว่าพิมชอบขมวดคิ้วเวลาไม่พอใจ” ธาวินยิ้มบาง ๆ

พิมพ์ดาวคลายหัวคิ้วโดยไม่รู้ตัว

“ผมรักเธอครับ” เขาพูด “ถึงจะจำหน้าไม่ได้ แต่เรื่องนั้นผมจำได้”

เธอหยิบเอกสารขึ้นมาจัดใหม่ ทั้งที่มันเรียงตรงอยู่แล้ว

“พิมไม่ค่อยโกรธผมหรอกครับ ต่อให้ผมกลับช้า เธอก็เงียบแค่คืนเดียว เช้ามาก็หาย”

“คุณรู้ได้อย่างไรว่าหาย”

“พิมไม่พูดอะไรอีก”

“นั่นอาจเป็นเพราะพูดแล้วคุณไม่ฟังก็ได้ค่ะ”

ธาวินมองเธอนิ่ง รอยยิ้มเมื่อครู่หายไป

“คุณรู้เรื่องของเรามากแค่ไหนกันแน่”

ก่อนพิมพ์ดาวจะตอบ แม่บ้านยกถาดน้ำกับยามาวาง แก้วน้ำเย็นจัดมีหยดเกาะเต็มข้างแก้ว เธอหยิบมันออก แล้วเปลี่ยนเป็นน้ำอุณหภูมิห้องจากเหยือกอีกใบ

ธาวินรับยาจากมือเธอ กลืนทีละเม็ดตามที่บอก

“พักครึ่งชั่วโมงนะคะ แล้วนักกายภาพจะมา”

พิมพ์ดาวถือถาดเตรียมลุก แต่เขาเรียกไว้

“คุณดาวครับ”

เธอหันกลับมา

ธาวินมองแก้วน้ำในมือ ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นมายังใบหน้าของเธอ

“ผมไม่ได้บอกใครเรื่องกินน้ำเย็นไม่ได้ คุณรู้ได้ยังไงครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป