บทที่ 6 กลับบ้านเดิม

กุญแจยังฝืดตรงร่องเดิม พิมพ์ดาวต้องยกมือดันบานประตูจึงหมุนได้ กลิ่นไม้จากตู้รองเท้าปนกับกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มลอยมา

เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอดรองเท้าวางชิดผนังตามความเคยชิน

บ้านนี้เป็นของธาวิน เขาซื้อหลังตั้งบริษัทได้สองปี และบอกเธอว่า ต่อไปไม่ต้องทนอยู่ในอะพาร์ตเมต์แคบ ๆ อีก

หลังออกจากโรงพยาบาล ธาวินพักที่บ้านของศศิเพื่อให้ทีมฟื้นฟูประเมินอาการ เมื่อหมอบอกว่ากลับบ้านได้ พิมพ์ดาวจึงมาก่อนเพื่อจัดพื้นที่ให้ปลอดภัย

โซฟาสีเทายังอยู่ที่เดิม ตู้หนังสือยังเต็มไปด้วยหนังสือธุรกิจ หลายอย่างเหมือนเดิม แต่ถ้วยเซรามิกสีขาวที่เธอชอบใช้หายไป แจกันบนชั้นถูกแทนด้วยประติมากรรมโลหะ เหนือโซฟามีรอยจางรูปสี่เหลี่ยม ครั้งหนึ่งตรงนั้นเคยมีรูปแต่งงาน

“คุณพิมคะ ราวจับติดตรงนี้ได้ไหม”

เสียงนักกิจกรรมบำบัดทำให้เธอละสายตาจากผนัง พิมพ์ดาวเดินไปดูตำแหน่งราวจับข้างทางเดิน ก่อนขอให้เพิ่มแถบกันลื่นหน้าห้องน้ำ และย้ายโต๊ะข้างโซฟาให้พ้นทาง

เธอเปิดตู้เก็บยาโดยไม่ถามว่าอยู่ตรงไหน ของทุกอย่างยังเรียงตามชั้น ต่างเพียงยี่ห้อยากับวันที่บนฉลาก

“คุณพิมเคยมาที่นี่หรือครับ”

ช่างที่กำลังติดราวจับถามขึ้น

มือของเธอหยุดอยู่บนบานตู้ “ค่ะ”

อีกฝ่ายพยักหน้าแล้วทำงานต่อ ไม่ได้สนใจว่า ‘เคย’ ของเธอหมายถึงอะไร

ช่วงบ่าย รถของศศิเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้าน ธาวินลงจากรถโดยมีนักกายภาพยืนข้างซ้าย เขาใช้ไม้เท้า แขนขวายังคล้องผ้าพยุง แต่วันนี้ยอมรอให้คนช่วยโดยไม่ฝืนลุกหรือเร่งฝีเท้า

ทันทีที่ก้าวเข้าประตู เขาก็หยุด

“นี่บ้านผมหรือครับ”

“บ้านวินจ้ะ” ศศิตอบ

ธาวินกวาดตามองทั่วโถง สีหน้าบอกชัดว่าเขาไม่รู้จักสิ่งที่เห็น แต่เมื่อหันไปทางซ้ายกลับพูดขึ้นว่า

“ห้องครัวอยู่ทางนั้น”

เขาชี้ไปหลังบันได “ห้องทำงานอยู่ตรงโน้น”

“จำได้หรือคะ”

“ไม่เชิงครับ ผมแค่รู้สึกว่ามันควรอยู่ตรงนั้น”

ธาวินขยับจะเดินต่อ พิมพ์ดาวยกมือห้าม “พักก่อนค่ะ เพิ่งนั่งรถมา”

“ผมอยากดูบ้าน”

“บ้านไม่หนีไปไหนหรอกค่ะ”

เขาหันมามองเธอเหมือนประโยคนั้นคุ้นหู ก่อนยอมเดินไปนั่งบนเก้าอี้ที่จัดไว้

ระหว่างทาง สายตาของธาวินหยุดตรงตู้รองเท้า

“ตรงนี้เคยมีม้านั่งตัวเล็ก”

พิมพ์ดาวมองพื้นที่ว่างข้างผนัง

ม้านั่งไม้ตัวนั้นเธอเป็นคนซื้อมาเพราะธาวินชอบยืนใส่รองเท้าแล้วเสียหลักชนตู้ วันที่ขนของออกจากบ้าน เธอหยิบมันติดรถไปโดยไม่ทันคิด

“ของในบ้านคงถูกย้ายไปบ้างค่ะ” เธอตอบ

ธาวินใช้นิ้วลูบขอบตู้รองเท้า “ผมจำได้ว่ามีเบาะสีเหลือง”

พิมพ์ดาวหันไปตรวจความสูงของเก้าอี้ ไม่ยอมบอกว่าเบาะใบนั้นยังอยู่ แต่สีซีดจนแทบไม่เหลืองแล้ว

“พิมรู้ไหมครับว่าผมกลับมาวันนี้”

คำถามเดิมกลับมาอีกครั้ง ศศิขยับเข้ามาใกล้ แต่พิมพ์ดาวส่ายหน้าเบา ๆ

“วันนี้คุณมีหลายอย่างต้องทำนะคะ กินยา พัก แล้วฝึกเดินช่วงเย็น”

“ผมถามถึงพิม”

“ได้ยินค่ะ”

“แล้วทำไมไม่ตอบ”

พิมพ์ดาวเลื่อนแก้วน้ำบนโต๊ะเข้าใกล้มือเขา “เพราะฉันไม่มีคำตอบให้คุณ”

ธาวินไม่แตะแก้ว เขามองไปทางประตูบ้านซึ่งธารากำลังปิด

“ถ้าที่นี่เป็นบ้านของเรา ทำไมพิมถึงไม่อยู่”

ไม่มีใครตอบ

เขาหัวเราะสั้น ๆ “พวกคุณทำหน้าเหมือนผมถามอะไรผิด”

“คุณไม่ได้ถามผิดค่ะ” พิมพ์ดาวบอก “แต่ความทรงจำของคุณยังขาดไปหลายช่วง ถ้าฝืนนึกตอนนี้ อาการอาจกำเริบ”

“ผมไม่ได้พยายามนึก ผมแค่อยากรู้ว่าภรรยาผมอยู่ไหน”

“วันนี้พักก่อนนะคะ”

ธาวินเม้มปาก เห็นชัดว่าไม่พอใจ แต่ความเหนื่อยจากการเดินทางทำให้เขาไม่มีแรงเถียง

หลังดื่มน้ำ พิมพ์ดาวพาเดินสำรวจชั้นล่าง เขาจำตำแหน่งห้องต่าง ๆ ได้เกือบทั้งหมด เมื่อผ่านผนังข้างห้องอาหาร เขาหยุดมองรอยขีดเหนือบัวพื้น

“รอยนี้เกิดจากโต๊ะ”

พิมพ์ดาวหันไปมอง รอยนั้นยังอยู่จริง มีตัวเลขเล็ก ๆ เขียนด้วยดินสออยู่ข้างกัน จางจนต้องเพ่งจึงเห็น

วันที่ย้ายเข้าบ้าน ธาวินลากโต๊ะอาหารผ่านทางเดินแคบ ขอบโต๊ะกระแทกผนังดังลั่น เขาหน้าซีดเพราะทำบ้านใหม่เป็นรอย ส่วนเธอนั่งหัวเราะอยู่บนพื้น แล้วเขียนวันที่กำกับไว้ บอกว่าอย่างน้อยบ้านจะได้จำว่าพวกเขามาถึงวันไหน

“ผมได้ยินเสียงคนหัวเราะ” ธาวินพูด “ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนี้”

เขาหลับตา สีหน้าค่อย ๆ เกร็งขึ้น

“พอแล้วค่ะ” พิมพ์ดาวแตะข้อศอกซ้ายเขา

ธาวินลืมตา “คุณรู้ได้อย่างไรว่าผมกำลังนึกอะไร”

“คุณขมวดคิ้วทุกครั้งที่พยายามนึก”

“คุณสังเกตละเอียดจังนะ”

เธอปล่อยมือจากแขนเขา “เป็นงานของฉันค่ะ”

โต๊ะอาหารตัวเดิมยังอยู่กลางห้อง เหลือเก้าอี้เพียงสี่ตัว พิมพ์ดาวขยับเก้าอี้หัวโต๊ะออกเล็กน้อย ให้ธาวินนั่งและลุกได้ง่ายขึ้น

เขามองไปยังที่นั่งฝั่งใกล้ครัว

“พิมเคยนั่งตรงนั้นใช่ไหม”

พิมพ์ดาววางกล่องยาลงตรงหน้า “ได้เวลากินยาแล้วค่ะ”

“คุณเปลี่ยนเรื่องอีกแล้ว”

“วันนี้เปลี่ยนมาหลายเรื่องแล้ว เพิ่มอีกเรื่องคงไม่เป็นไร”

ธาวินส่ายหน้า แต่ยอมรับยาจากมือเธอ

หลังพัก พิมพ์ดาวพาเขาเดินต่อ เธอเลือกเฉพาะทางเรียบ เมื่อมาถึงทางเดินด้านหลัง ทั้งคู่หยุดหน้าประตูไม้สีขาวบานหนึ่ง

ลูกบิดขุ่นจากการไม่ถูกแตะมานาน

ห้องนี้เคยเป็นห้องทำงานของเธอ หลังหย่า เธอเอาของจำเป็นออกไป ส่วนที่ไม่รู้จะจัดการอย่างไรถูกเก็บไว้ข้างใน ศศิส่งกุญแจให้เธอเมื่อเช้า แต่เธอยังไม่ได้เปิด

“ห้องอะไรครับ” ธาวินถาม

“ห้องเก็บของค่ะ”

เขายื่นมือไปจับลูกบิด

“ประตูล็อกค่ะ” พิมพ์ดาวรีบห้าม

ธาวินไม่ปล่อยมือ ใบหน้าที่เพิ่งมีสีเลือดกลับซีดลง

“คุณธาวิน”

เขาเอียงศีรษะเหมือนกำลังฟังเสียง

“ในนั้นมีใครอยู่หรือเปล่า”

“ไม่มีค่ะ”

“แต่ผมได้ยิน”

นิ้วของเขากระชับรอบลูกบิด ก่อนหันมามองเธอด้วยแววตาตื่นกลัว

“มีผู้หญิงร้องไห้อยู่ในนั้น”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป