บทที่ 8 แก้วน้ำด้านซ้าย

บทที่ 8 แก้วน้ำด้านซ้าย

“ไม่กิน”

ธาวินเลื่อนถาดยาออกไป แก้วน้ำสั่นจนน้ำกระฉอกเปียกขอบถาด

ศศิซึ่งกำลังตักข้าวต้มเงยหน้าขึ้น “หมอสั่งให้กินหลังอาหารนะวิน”

“ผมรู้ครับ”

“รู้แล้วทำไมไม่กิน”

“ก็ผมไม่อยากกิน”

เช้านี้แสงลอดม่านเข้ามาเป็นเส้นจนแสบตา กลิ่นข้าวต้มทำให้คลื่นไส้ ขมับข้างที่มีแผลเต้นตุบ ๆ ตั้งแต่ลืมตา ทุกคนยังผลัดกันบอกให้เขานั่งตรงไหน ห้ามเดินไปไหน และต้องทำอะไรต่อ

อย่างน้อยยาสามเม็ดตรงหน้า เขาน่าจะเป็นคนเลือกเองได้

“พี่วินอย่าดื้อสิคะ” ธาราวางช้อน “เมื่อวานก็เกือบล้ม วันนี้ยังจะไม่กินยาอีก”

“สองเรื่องนี้เกี่ยวกันตรงไหน”

“ก็พี่ไม่ยอมทำตามที่หมอบอกสักอย่าง”

“ถ้ารำคาญก็ไปทำงาน ไม่ต้องมาเฝ้า”

ธาราหน้าเสีย ก่อนผลักเก้าอี้ลุกออกจากโต๊ะ ศศิเรียกบุตรสาวไว้ แต่เจ้าตัวเดินหายเข้าไปในครัวแล้ว

ธาวินรู้ว่าพูดแรง ทว่าความปวดทำให้เสียงจานชามและคำพูดทุกคำรบกวนไปหมด เขายกมือกดขมับแล้วหลับตา

“ปวดระดับไหนคะ”

เสียงพิมพ์ดาวดังขึ้นใกล้โต๊ะ

เขาลืมตา เห็นเธอยืนถือแฟ้มอยู่ “หกครับ”

“คลื่นไส้ไหม”

“นิดหน่อย”

“เห็นภาพซ้อนหรือแขนขาอ่อนแรงกว่าเมื่อวานไหมคะ”

“ไม่มี”

พิมพ์ดาวไม่แตะถาดยา เธอเดินไปปิดม่านให้เหลือช่องแสงเพียงครึ่งเดียว ปิดโทรทัศน์ที่ศศิเปิดทิ้งไว้ แล้วขอให้แม่บ้านยกชามข้าวต้มออกก่อน

ห้องเงียบลง กลิ่นอาหารจางไปพร้อมอาการคลื่นไส้

“คุณไม่บอกให้ผมกินยาหรือครับ” ธาวินถาม

“บอกไป คุณจะกินไหมล่ะคะ”

เขาไม่ตอบ

พิมพ์ดาวเลื่อนถาดกลับมา แต่ไม่วางตรงหน้า เธอย้ายแก้วน้ำไปด้านซ้าย แยกยาเม็ดใหญ่ออกจากสองเม็ดเล็ก แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม

“คุณจะนั่งเฝ้าผมหรือ”

“ฉันจะรอให้อาการคลื่นไส้ลดลงค่ะ”

เธอก้มบันทึกอาการ ไม่ได้เงยหน้ามากดดันอย่างที่เขาคิด

“ถ้าผมไม่กินจริง ๆ ล่ะครับ”

“ฉันก็จะแจ้งหมอว่าคุณปฏิเสธยา แล้วถามว่าเลื่อนได้ไหม”

“แค่นั้น?”

“ถ้าหมอบอกว่าเลื่อนไม่ได้ ฉันจะกลับมาอธิบายอีกครั้ง แต่จะไม่แอบบดยาใส่ข้าวต้มให้หรอกค่ะ”

ธาวินเหลือบมองมารดา ศศิรีบส่ายหน้า “แม่ไม่ทำนะ”

“ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลยครับ”

พิมพ์ดาวก้มมองนาฬิกา “ฉันให้เวลาคุณสิบนาที ถ้ายังไม่กิน เราจะโทรหาหมอพร้อมกัน”

“ทำไมต้องพร้อมกัน”

“คุณจะได้ฟังเอง ไม่ต้องคิดว่าฉันแต่งคำหมอมาหลอก”

เธอพูดจบก็เปิดแฟ้มอ่าน ปล่อยให้เขาอยู่กับยาตรงหน้า

ธาวินมองแก้วน้ำซึ่งวางอยู่ใกล้มือซ้าย หยิบได้โดยไม่ต้องเอื้อมผ่านถาด ยาสองเม็ดเล็กถูกแยกไว้ข้างกัน ส่วนเม็ดใหญ่ซึ่งกลืนยากอยู่ท้ายสุด

ตั้งแต่เด็กเขาไม่ชอบกินยาเม็ดใหญ่ก่อน หากติดคอขึ้นมา เม็ดที่เหลือจะกินไม่ลง ศศิมักลืมเรื่องนี้และเทยาทั้งหมดใส่มือให้พร้อมกัน

ผู้หญิงตรงหน้ากลับจัดไว้ถูกลำดับ

“เหลือกี่นาทีครับ”

พิมพ์ดาวดูนาฬิกา “หกค่ะ”

ธาวินหยิบยาเม็ดเล็กสองเม็ดเข้าปาก จิบน้ำตาม แล้วพักจนแน่ใจว่าไม่คลื่นไส้เพิ่มจึงหยิบเม็ดใหญ่

ไม่มีเสียงชม ไม่มีใครบอกว่าแค่นี้เอง

พิมพ์ดาวเพียงจดเวลา “ถ้าปวดเพิ่มหรืออาเจียนให้บอกนะคะ อีกครึ่งชั่วโมงฉันจะมาประเมินซ้ำ”

ธาราโผล่หน้าจากครัว “พี่วินยอมคุณดาวคนเดียวจริง ๆ ด้วย”

“ธารา” ศศิปราม

“ก็จริงนี่คะ แม่พูดตั้งนานไม่ฟัง คุณดาวมาปุ๊บยอมกินเลย”

ธาวินวางแก้วแรงกว่าปกติ “พี่กินเพราะอยากกิน”

“ค่ะ ๆ” ธาราลากเสียง ก่อนสายตาจะมองลงบนถาด “คุณดาวรู้ได้ยังไงคะว่าพี่วินต้องกินเม็ดเล็กก่อน”

ปากกาของพิมพ์ดาวหยุดเหนือกระดาษ

“ฉันเห็นตอนอยู่โรงพยาบาลค่ะ”

ธาวินมองเธอ “คุณอยู่ตอนพยาบาลให้ยาด้วยหรือครับ”

“บางครั้งค่ะ”

“ทำไมผมจำไม่ได้”

“ตอนนั้นคุณยังสับสนและได้ยาหลายชนิด จำไม่ได้ก็ไม่แปลกค่ะ”

คำตอบไม่มีช่องโหว่ชัดเจน แต่สายตาเธอกลับรีบหลบลงที่แฟ้มจนเร็วเกินไป

หลังยาออกฤทธิ์ อาการปวดลดลงเหลือระดับสี่ พิมพ์ดาวพาเขาไปนั่งเก้าอี้ข้างหน้าต่าง วางแก้วน้ำด้านซ้าย ปรับหมอนรองแขนขวา และหยิบรีโมตออกจากใต้ข้อศอก

“หมอนต่ำไปครับ”

เธอดึงขึ้นอีกนิดโดยไม่ต้องถามว่าต้องการสูงแค่ไหน

ธาวินมองมือของเธอ “เรื่องหมอน คุณก็เห็นจากโรงพยาบาลอีกหรือครับ”

“ถ้าวางต่ำ แผลไหล่คุณจะตึงค่ะ ใครเห็นก็ปรับ”

“แล้วน้ำอุณหภูมิห้องล่ะ”

“เราคุยเรื่องนี้กันไปแล้ว”

“แต่คุณยังไม่ได้ตอบ”

พิมพ์ดาวถอนหายใจ “คุณต้องการคำตอบแบบไหนคะ”

“แบบจริง”

“ฉันกำลังทำงานอยู่ค่ะ สิ่งไหนช่วยให้คนไข้สบายขึ้น ฉันก็จำ”

“คุณจำเรื่องของคนไข้ทุกคนละเอียดแบบนี้หรือครับ”

เธอสบตาเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปปิดแฟ้ม “เฉพาะคนไข้ที่ถามเก่ง และมันเป็นหน้าที่ค่ะ”

โทรศัพท์ดังขึ้นพอดี พิมพ์ดาวขอตัวออกไปคุยกับนักกิจกรรมบำบัดด้านนอก วางแฟ้มบันทึกยาไว้บนโต๊ะข้างเก้าอี้

ลมจากเครื่องปรับอากาศพัดมุมกระดาษเปิดขึ้น ธาวินเอื้อมมือไปกดไว้ สายตาเหลือบเห็นบรรทัดบันทึกเวลาให้ยา

ตรงกลางประโยคมีคำหนึ่งถูกขีดทับ แต่หมึกยังไม่หนาพอจะปิดข้อความเดิม

วินปฏิเสธยาหลังอาหารเช้า

เหนือรอยขีดนั้น เธอเขียนแก้ใหม่ว่า ผู้ป่วยปฏิเสธยา

ธาวินใช้นิ้วลูบกระดาษเบา ๆ แล้วเงยหน้ามองผู้หญิงที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่นอกประตู

เธอไม่ได้เขียนว่า ‘คุณธาวิน’

เธอเขียนว่า ‘วิน’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป