บทที่ 2  คู่สัญญาไร้เสน่หา

สองวันต่อมา... ก่อนงานแต่งงานที่ผู้คนทั้งเมืองกำลังจับตามองจะเริ่มต้นขึ้นเพียงยี่สิบสี่ชั่วโมง

บรรยากาศภายในห้องรับรองพิเศษชั้นสูงสุดของโรงแรมหรูในเครืออัครวารินเงียบสงบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงานเบา ๆ ผนังกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นทัศนียภาพของตึกสูงตระหง่านใจกลางเมืองหลวง ทว่าความหรูหราอลังการเหล่านั้นกลับไม่ช่วยลดทอนความอึดอัดที่อบอวลอยู่ภายในห้องได้เลย

‘ธารา’ เดินเข้ามาภายในห้องรับรองด้วยท่วงท่าสง่างาม เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูสีขาวครีมตัดเย็บอย่างประณีต ผมยาวสลวยถูกรวบเก็บเป็นมวยต่ำอย่างเป็นระเบียบ เผยให้เห็นลำคอระหงและกรอบหน้ารูปไข่ที่คมคายงดงาม หญิงสาวพยายามเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดึงความมั่นใจทั้งหมดที่มีออกมาสวมไว้เป็นเกราะป้องกัน เพื่อซ่อนความประหม่าและความเจ็บปวดในโชคชะตาที่กำลังรุมสกรัมชีวิตเธอ

ทว่าทันทีที่สายตาคู่สวยประสานเข้ากับร่างสูงโปร่งของ ‘ธาริน’ ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เกราะความมั่นใจของเธอกลับสั่นคลอนไปเสี้ยววินาที

ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มเนื้อดี ท่าทางนิ่งสงบ แอบแฝงความเย็นชาและแรงกดดันอันมหาศาลออกมารอบตัว รังสีอำนาจที่ปราศจากความอบอุ่นนั้นทำให้ธารารู้สึกเหมือนกำลังก้าวขาเข้าไปในห้องแช่แข็งมากกว่าห้องรับรองของโรงแรมห้าดาว

ธารินละสายตาจากเอกสารในมือ ช้อนสายตาขึ้นมองหญิงสาวผู้มาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความนิ่งเฉย สายตาของเขาไม่ได้มีความพิศวาส ความเสน่หา หรือแม้แต่ความประทับใจในรูปร่างหน้าตาอันโดดเด่นของเธอเลยสักนิด มันเป็นสายตาของนักธุรกิจผู้เจนโลก... สายตาที่ใช้ประเมินมูลค่าสินค้าชิ้นหนึ่งที่จำใจต้องซื้อเข้าพอร์ตเพื่อผลประโยชน์ทางบัญชีและการเมืองในองค์กร

“เชิญนั่งครับ คุณธารา” ธารินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งโทนเสียงต้อนรับหรือความตื่นเต้นใด ๆ

ธาราก้าวเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขาอย่างรักษากิริยา เธอวางประสานมือไว้บนตักและกำเข้าหากันแน่นเพื่อไม่ให้มันสั่นไหวต่อหน้าชายหนุ่ม 

“ขอบคุณค่ะ คุณธาริน”

ไม่มีการเกริ่นนำตามมารยาท ไม่มีการถามสารทุกข์สุกดิบตามมารยาทของคนกำลังจะแต่งงานกัน ธารินใช้นิ้วเรียวยาวเลื่อนเอกสารสัญญาข้อตกลงเบื้องต้นของเขาเอง จำนวนห้าหน้ากระดาษส่งมาตรงหน้าเธอทันที ตัวอักษรบนกระดาษปอนด์อย่างดีถูกพิมพ์ไว้อย่างเป็นระเบียบ ระบุรายละเอียดการใช้ชีวิตคู่ของพวกเขาไว้อย่างยิบย่อยจนน่าตกใจ

“พ่อของผมคงแจ้งรายละเอียดเรื่องการช่วยเหลือด้านการเงินกับบริษัทของคุณแล้ว และนี่คือข้อตกลงระหว่างเราสองคน” 

ธารินเอนหลังพิงเบาะเก้าอี้หนังนุ่ม เขายกมือขึ้นประสานกันไว้บนตัก สายตาจ้องมองเธออย่างเปิดเผย 

“งานแต่งงานจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ทุกอย่างถูกเตรียมไว้หมดแล้วที่ห้องแต่งตัวของคุณ รวมไปถึงทั้งสถานที่ สื่อมวลชน และแขกเหรื่อ คุณแค่ไปปรากฏตัว ทำหน้าที่เจ้าสาวให้สมบูรณ์แบบที่สุดต่อหน้าสายตาคนภายนอก... เท่านั้น”

ธาราก้มมองตัวอักษรที่เรียงรายอยู่บนกระดาษตรงหน้า สายตาเฉียบคมกวาดอ่านเงื่อนไขทีละข้อ มันระบุชัดเจนเรื่องการแยกทรัพย์สินอย่างเด็ดขาด การวางตัวต่อหน้าสังคม การห้ามยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนตัวของตระกูลอัครวาริน และข้อที่สำคัญที่สุด... การไม่ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของกันและกันไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม

“ดูเหมือนคุณจะเตรียมการไว้พร้อมและรัดกุมมากเลยนะคะ” ธาราเอ่ยประชดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองเขา 

“สมกับเป็นนักธุรกิจมืออาชีพจริง ๆ คิดเผื่อไว้ทุกทางจนฉันแทบไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากนั่งเซ็นชื่อให้จบ ๆ ไป”

“ผมชอบความชัดเจน” ธารินตอบหน้าตาเฉย ไม่สะทกสะท้านหรือรู้สึกผิดกับคำเหน็บแนมนั้นเลยแม้แต่น้อย 

“เพราะผมไม่อยากเสียเวลามานั่งแก้ปัญหาทีหลัง โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากความเข้าใจผิด... หรืออาการเพ้อฝันของคู่สัญญาที่คิดว่าการแต่งงานบังคับนี้จะกลายเป็นเรื่องรักหวานซึ้ง โรแมนติก”

ธาราจ้องมองตรงเข้าไปในดวงตาคมกริบคู่นั้น เธอเห็นความเย่อหยิ่ง ความถือดี และความดูแคลนซ่อนอยู่ในความเย็นชาของเขาอย่างเต็มเปี่ยม เขากำลังมองว่าเธอเป็นเพียงลูกสาวตระกูลที่กำลังจะล้มละลาย ไม่มีทางเลือก ไม่มีปากมีเสียง และต้องยอมก้มหัวรับข้อเสนอของตระกูลอัครวารินอย่างจำใจและไม่มีเงื่อนไข

‘ฝันไปเถอะว่าฉันจะยอมให้คุณกดขี่และมองเป็นของไร้ค่าอยู่ฝ่ายเดียว’ ธารานึกในใจพลางเหยียดยิ้มบาง ๆ ที่ริมฝีปาก

เธอหยิบปากกาหรูที่วางอยู่ข้างเอกสารขึ้นมา ถือไว้ในมือ ทว่ายังไม่ยอมจรดปลายปากกาลงไปในทันที เธอจ้องหน้าธารินด้วยสายตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือความประหม่าอย่างที่เขาคงคาดหวังจะเห็น

“ฉันเข้าใจดีค่ะว่านี่คือข้อตกลงของการแต่งงานระหว่างเรา” ธาราใช้น้ำเสียงกังวาน มั่นคง และชัดเจนทุกคำ 

“คุณต้องการภาพลักษณ์ผู้นำครอบครัวที่สมบูรณ์แบบเพื่อความมั่นคงในตำแหน่งประธานบริหาร ส่วนครอบครัวของฉันต้องการเงินทุนมาพยุงธุรกิจและกอบกู้ชื่อเสียง... ต่างคนต่างได้ผลประโยชน์ที่ต้องการ เพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องกังวลหรอกค่ะว่าฉันจะสร้างปัญหาให้คุณ หรือเรียกร้องความรัก ความใส่ใจ หรืออะไรก็ตามที่ไม่ได้ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้”

ธารินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาประหลาดใจปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีกับท่าทีไม่ยอมคน น้ำเสียงที่ไม่มีความสั่นคลอน และสายตาที่จ้องตอบเขาอย่างท้าทาย หญิงสาวตรงหน้าไม่ได้อ่อนแอและว่าง่ายอย่างที่เขานึกปรามาสไว้ในตอนแรก

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรับปกสูทราคาแพงให้เข้าที่ อย่างเป็นระเบียบ เขามองต่ำลงมาที่ธาราด้วยสายตาเรียบเฉย ผิวพรรณและใบหน้าของเธออาจจัดได้ว่างดงามสะกดตาจนหาตัวจับยาก ทว่าในสายตาของนักธุรกิจอย่างเขา ความสวยงามภายนอกไม่มีราคามากพอจะนำมาแลกกับหัวใจและความรู้สึก

เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะ เอื้อมมือไปหยิบสัญญาที่เธอจรดปลายปากกาเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วขึ้นมาถือไว้

“ผมดีใจที่คุณเป็นคนเข้าใจอะไรได้ง่าย ๆ” ธารินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ทว่าทุกคำพูดกลับบาดลึก 

“งั้นผมจะพูดให้ชัดเจนตั้งแต่วันนี้เลยแล้วกัน...”

ธารายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเช่นกัน เธอสบตาเขาในระดับเดียวกัน ไม่ยอมลดตัวหรือหลบสายตาแม้แต่องศาเดียว

“ผมจะทำหน้าที่สามีให้ดีที่สุด... แต่จะทำในฐานะ ‘หน้าที่’ เท่านั้น ทั้งเรื่องเงินทอง ชื่อเสียงตระกูล และภาพลักษณ์ทางสังคม แต่คุณอย่าได้คาดหวังเรื่องความรัก ความรู้สึก หรือหัวใจจากผมเด็ดขาด เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่คุณจะไม่มีวันได้ไป”

คำพูดนั้นชัดเจน ตัดรอน และ ตรงไปตรงมา จนคนฟังปกติอาจจะรู้สึกหน้าชาด้วยความอับอาย แต่ธารากลับไม่ได้แสดงอาการสะท้านแม้แต่น้อย ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มบาง ๆ เป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความถือดีและความเชิดรั้งที่ไม่แพ้เขาเลยแม้แต่นิดเดียว

“สบายใจได้ค่ะ คุณธาริน...” ธาราเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความประชดประชันอย่างนุ่มลึก 

“เพราะฉันเอง... ก็ไม่ได้อยากได้หัวใจจากคุณมาให้หนักใจเหมือนกัน”

ทั้งคู่จ้องหน้ากันท่ามกลางความเงียบที่กดดัน สายตาที่ประสานกันเต็มไปด้วยกระแสคลื่นแห่งการต่อรองและความไม่ยอมกัน สงครามชีวิตคู่ภายใต้เงื่อนไขสัญญา... ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่ยังไม่ทันได้เข้าพิธี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป