บทที่ 4 คืนก่อนวันพิธี...หลังตระกูลใหญ่
หลังจากที่ร่างสูงของธารินเดินก้าวออกจากร้านเครื่องเพชรระดับไฮเอนด์ไปอย่างไม่แยแส ธารายังคงนิ่งสงบอยู่ในห้อง VIP ชั่วครู่ เธอถอดแหวนลองสวมวงนั้นวางกลับลงบนถาดเพชรด้วยความระมัดระวัง แม้ริมฝีปากสวยจะคลี่ยิ้มบาง ๆ ให้กับชัยผู้ช่วยส่วนตัวของธาริน ที่เดินเข้ามาดูแลต่อ แต่ดวงตาคู่สวยกลับเต็มไปด้วยความครุ่นคิด
“คุณธาราครับ รถของทางอัครวารินจอดรออยู่ด้านหน้าแล้วครับ ผมจะให้คนขับรถไปส่งคุณธาราที่บ้านครับ” ชัยเอ่ยด้วยท่าทางนอบน้อม
“ขอบคุณค่ะคุณชัย แต่ไม่เป็นไรค่ะ” ธารายิ้มรับพลางปฏิเสธอย่างนุ่มนวลทว่าเด็ดขาด
“ฉันให้คนขับรถที่บ้านมารอรับอยู่แล้วค่ะ คุณชัยไปจัดการเรื่องของคุณธารินต่อเถอะค่ะ”
“รับทราบครับคุณธารา... หากมีสิ่งใดขาดเหลือสำหรับงานแต่งงานในวันพรุ่งนี้ สามารถแจ้งผมได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะครับ”
ธาราพยักหน้ารับคำเบา ๆ ก่อนจะเดินออกมารอบริเวณหน้าโรงแรมหรู ลมยามบ่ายพัดผ่านปะทะใบหน้าคมคาย สายตาของเธอมองออกไปบนถนนใหญ่ เห็นรถยนต์คันหรูของธารินเลี้ยวเคลื่อนตัวกลืนหายไปกับสายรถที่หนาแน่น ชายหนุ่มคนนั้นไม่เคยคิดจะหันกลับมามอง หรือแม้แต่จะเอ่ยถามว่าเธอจะกลับบ้านอย่างไร
เขาช่างเป็นผู้ชายที่ไร้หัวใจและเย็นชาอย่างหาตัวจับยาก ทว่าในความเย็นชาตึงตังนั้น ธารากลับสัมผัสได้ถึงบางอย่าง... เขาไม่ใช่คนไร้เหตุผล และเขาก็ไม่ได้โง่เกินกว่าจะมองไม่เห็นความจริง เพียงแต่เขาเลือกจะปิดกั้นตัวเองไว้ด้วยกำแพงแห่งประโยชน์ทางธุรกิจ
‘ก็ดี... ยิ่งเย็นชา ยิ่งไร้ความรู้สึก สัญญาชีวิตคู่ต่อจากนี้จะได้ไม่อึดอัดเกินไป’ หญิงสาวคิดในใจก่อนจะก้าวขึ้นรถของตระกูลที่มารอรับ
ณ คฤหาสน์ตระกูลอัครวาริน สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปคลาสสิกตระหง่านยิ่งใหญ่บนเนื้อที่หลายสิบไร่ รถยนต์ของธารินแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบันไดหินอ่อนกว้างใหญ่ ชายหนุ่มก้าวลงจากรถ ปลดกระดุมสูทเม็ดบนออกเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดตลอดทั้งวัน
ทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในห้องโถงกลาง เสียงหัวเราะอารมณ์ดีของ เจ้าสัวไพศาล ผู้เป็นพ่อก็ดังขึ้นจากห้องรับแขกใหญ่
“กลับมาแล้วเหรอลูกชาย มานี่สิ มานั่งคุยกันหน่อย”
ธารินเดินเข้าไปในห้องรับแขก บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความหรูหราทรงอำนาจ เจ้าสัวไพศาลนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่ ข้าง ๆ กันคือ ซ้อกิ่ง หรือ กิ่งกาญจน์ ผู้เป็นแม่ ซึ่งกำลังจิบชาจีนในแก้วกระเบื้องเคลือบพอร์ซเลนด้วยท่าทางสง่างาม ทว่าแววตาของเธอกลับเรียบตึงเมื่อเห็นลูกชายเดินเข้ามา
“เลือกแหวนเรียบร้อยดีไหมอาตี๋” เจ้าสัวเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มพอใจ
“ตาชัยโทรมาบอกป๊าแล้วว่าแกยอมเลือกแหวนวงใหม่ตามที่หนูธาราชอบ ป๊านึกว่าแกจะบังคับยัดเยียดแหวนไร้หัวใจให้หนูเขาซะอีก”
“ผมก็แค่เลือกตามความเหมาะสมครับป๊า ไม่อยากให้มีปัญหาทีหลัง” ธารินตอบพลางนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม “หนูธาราของคุณป๊าเถียงเก่งไม่ใช่ย่อย ถ้าผมไม่ยอมตัดบท งานคงไม่จบง่ายๆ”
“ฮ่า ๆ!” เจ้าสัวหัวเราะลั่นห้อง
“นั่นแหละคือสิ่งที่ป๊าชอบในตัวหนูธารา! เด็กคนนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ฉลาด ทันคน มีความเชิดรั้งในศักดิ์ศรี ไม่ใช่พวกผู้หญิงเหยียบขี้ไก่ไม่กลบที่ยอมก้มหัวให้ผู้ชายแค่เพราะเห็นแก่เงิน คนแบบนี้แหละที่จะมาเป็นช้างเท้าหลังที่ช่วยพยุงแกได้ เวลาแกเพลี่ยงพล้ำในโลกธุรกิจ”
“แต่ฉันไม่เห็นด้วยกับคุณค่ะ!”
เสียงเย็นชาและทรงอำนาจของซ้อกิ่งดังขัดขึ้นทันควัน เธอนำแก้วชาวางลงบนจานรองเสียงดัง แกร๊ก ก่อนจะปักษ์สายตาตึงเครียดมาที่ธาริน
“ตระกูลอัครวารินของเราเป็นตระกูลใหญ่ มีทั้งเกียรติยศและหน้าตาในสังคม แต่ทำไมเราต้องไปคว้าเอาลูกสาวของตระกูลที่กำลังจะล้มละลายมาเป็นสะใภ้ใหญ่ด้วยคะเจ้าสัว ผู้หญิงคนนั้นยอมแต่งงานกับลูกชายเราก็เพราะเงินทั้งนั้น ถ้าบริษัทพ่อเขาไม่ถังแตก มีหรือจะยอมคลุมถุงชนง่าย ๆ แบบนี้” ซ้อกิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยามเหยียดอย่างเปิดเผย
“คุณกิ่ง... พูดจาให้มันมีเกียรติหน่อย” เจ้าสัวปรามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปทันที
“ตระกูลของหนูธาราเคยมีพระคุณและช่วยเหลือเราในอดีต ตอนนี้ธุรกิจเขาเจอปัญหาชั่วคราว การที่เราเข้าไปอุ้มชูและได้เด็กดี ๆ อย่างหนูธารามาแต่งงานกับอาตี๋ มันคือความคุ้มค่าทั้งเรื่องธุรกิจและเรื่องตระกูล”
“คุ้มค่าเหรอคะ” ซ้อกิ่งเหยียดยิ้ม
“เงินตั้งกี่ร้อยล้านที่คุณประเคนไปพยุงบริษัทที่ใกล้ตายพวกนั้น แล้วตัวหนูธาราอะไรนั่น... ฉันมองออกตั้งแต่วันแรกที่เจอแต่ความเย่อหยิ่ง ถือดี ไม่รู้จักเจียมตัวว่าเป็นฝ่ายมาขอความช่วยเหลือ คนแบบนี้แต่งเข้ามา เดี๋ยวก็สร้างเรื่องให้ตา ริน ต้องปวดหัว!”
ธารินนั่งฟังพ่อกับแม่ปะทะคารมกันด้วยสีหน้าราบเรียบ ไร้ความรู้สึก เขาชินชาซึมซับความขัดแย้งภายในครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก
“ม้าครับ...” ธารินเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังพอจะทำให้แม่ของเขาหยุดพูด
“ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ผมกับคุณธาราเรามีข้อตกลงและสัญญาชัดเจนระหว่างกัน การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องของภาพลักษณ์และธุรกิจ ผมไม่ได้ยกหัวใจหรือทรัพย์สินส่วนตัวให้เธอแม้แต่บาทเดียว”
ซ้อกิ่งมองหน้าลูกชายคนโต ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนัก ๆ
“แกพูดเองนะอาตี๋ ... พรุ่งนี้พิธีแต่งงานเปิดตัวต่อหน้าสื่อและผู้ใหญ่ระดับประเทศ อย่าให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด ม้ายอมให้เด็กคนนั้นชูคอในฐานะสะใภ้อัครวารินได้แค่ในพิธีเท่านั้น แต่หลังจากนี้... ฉันจะทำให้แม่นั่นรู้ว่า การเข้ามานั่งตำแหน่งสะใภ้ใหญ่โดยใช้เงินแลกมา มันไม่ได้สบายอย่างที่คิด!”
“กิ่งกาญจน์!” เจ้าสัวไพศาลเสียงเข้ม ทว่าซ้อกิ่งกลับลุกขึ้นยืนแล้วเดินสะบัดหน้าขึ้นชั้นบนไปทันที
เจ้าสัวถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมามองลูกชายด้วยสายตาซับซ้อน
“อาตี๋... ป๊ารู้ว่าแกมองการแต่งงานครั้งนี้เป็นแค่กลยุทธ์ แต่ป๊าอยากให้แกเปิดใจมองหนูธาราให้ดี ๆ เด็กคนนี้มีอะไรมากกว่าที่แกคิด อย่าปล่อยให้ความเย็นชาของแกทำร้ายคนที่ไม่ได้ทำผิดอะไร”
“ผมจะทำตามหน้าที่ครับป๊า... พรุ่งนี้ผมจะไม่ทำให้ตระกูลเราต้องอับอาย” ธารินตอบเพียงเท่านั้น ก่อนจะขอตัวลุกเดินกลับเข้าห้องทำงานของตนเอง
