บทที่ 5 ศักดิ์ศรีที่ต้องแบกรับ
ในเวลาเดียวกัน ณ คฤหาสน์ทรงไทยกึ่งปูนอันกว้างขวางของตระกูลวราลิน แม้ตัวบ้านจะเคยงดงามและเปี่ยมไปด้วยบารมี ทว่าบรรยากาศในยามนี้กลับอบอวลไปด้วยความเงียบเหงา ชวนให้อึดอัดอย่างประหลาด แสงไฟสีอบอุ่นในห้องรับแขกเปิดไว้สว่างไสว สะท้อนภาพเฟอร์นิเจอร์ไม้สักเก่าแก่ที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น
ธาราเดินก้าวเข้ามาในบ้าน เสียงก้าวขาบนพื้นไม้ราคาแพงทำให้ คุณพจน์ ผู้เป็นพ่อซึ่งนั่งหน้าเครียดอยู่ตรงโซฟาไม้สักรีบเงยหน้าขึ้นมอง
“ธารา... กลับมาแล้วเหรอลูก” คุณพจน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อย ใบหน้าของชายวัยกลางคนดูซูบผอมและซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัดจากความเครียดเรื่องหนี้สินและวิกฤตการเงินของบริษัทตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
“กลับมาแล้วค่ะพ่อ” ธารายิ้มบาง ๆ เดินเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ ผู้เป็นพ่อ เอื้อมมือไปจับมือที่หยาบกร้านของท่านไว้เบา ๆ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นไหวเล็ก ๆ จากฝ่ามือของพ่อ
“พ่อยังไม่นอนอีกเหรอคะ ดึกมากแล้วนะ”
“พ่อ... พ่อนอนไม่หลับหรอกลูก” คุณพจน์มองหน้าลูกสาวคนเดียวด้วยความรู้สึกผิดเต็มอก น้ำตาคลอเบ้าตาช้า ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว
“พรุ่งนี้... พรุ่งนี้ก็ถึงวันแต่งงานแล้ว พ่อรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพ่อที่แย่ที่สุดในโลก ที่ต้องส่งลูกสาวคนเดียวไปแต่งงานกับคนเย็นชาอย่างคุณธาริน เพื่อแลกกับเงินร้อยล้านมาช่วยพยุงบริษัทของพ่อ”
“พ่อคะ...” ธาราน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความหนักแน่นอย่างถึงที่สุด “อย่าพูดแบบนั้นสิคะ ธาราตัดสินใจเองทั้งหมด ธาราเต็มใจทำเพื่อครอบครัวของเรา บริษัทนี้คือหยาดเหงื่อแรงกายและชีวิตของพ่อกับแม่ที่สร้างกันมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย ธาราจะยอมปล่อยให้มันโดนยึดหรือล้มละลายไปต่อหน้าต่อตาได้ยังไงกันคะ”
“แต่ตระกูลอัครวาริน... โดยเฉพาะซ้อกิ่ง แม่ของคุณธาริน เขามองพวกเราด้วยสายตาดูถูกมากนะลูก” คุณพจน์เอ่ยด้วยความกังวลใจ
“พ่อกลัว... กลัวว่าเมื่อหนูแต่งงานเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์หลังนั้น หนูจะต้องเผชิญหน้ากับความใจร้าย สายตาตึงเครียด และคำพูดหยามเหยียดสารพัด ซ้อกิ่งเขาไม่ชอบพวกเราตั้งแต่แรก เพราะคิดว่าเราใช้เรื่องอดีตมาเป็นข้ออ้างสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลเขา”
ธารายิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและความถือดีอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ ดวงตาคู่สวยไม่มีรอยย่นย่อแม้แต่น้อย
“พ่อไม่ต้องเป็นห่วงธาราหรอกค่ะ” ธาราสบตาผู้เป็นพ่อด้วยความมั่นใจ
“ธาราไม่ใช่คนอ่อนแอที่จะยอมให้ใครมากดหัวหรือดูถูกได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นซ้อกิ่ง หรือแม้แต่คุณธารินเองก็ตาม ธาราไปที่นั่นในฐานะคู่สัญญาที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี ไม่ใช่ผู้หญิงถังแตกที่เข้าไปขอทานความเมตตา ธาราจะทำหน้าที่เจ้าสาวและสะใภ้ให้สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลวราลินเรากลับคืนมาให้ได้ค่ะ”
“พรุ่งนี้วันแต่งงานแล้ว... อย่าให้มีอะไรผิดพลาดนะลูก” คุณพจน์ลูบหัวลูกสาวด้วยความรักและความห่วงใยสุดหัวใจ
“จำไว้นะธารา ถ้าวันไหนที่นั่นมันใจร้ายกับหนูจนทนไม่ไหว หรือเขากดดันหนูเกินไป... บ้านหลังนี้ พ่อคนนี้ พร้อมจะรับหนูกลับมาเสมอ ไม่ว่าบริษัทจะล้ม หรือผลลัพธ์จะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม พ่อจะไม่ยอมเสียลูกไปเด็ดขาด”
คำพูดของผู้เป็นพ่อทำให้อนุภาพความแข็งแกร่งในหัวใจของธาราสั่นคลอนไปชั่วขณะ ขอบตาของเธอร้อนผ่าว ความขมขื่นจุกขึ้นมาที่ลำคอ ทว่าเธอสูดหายใจเข้าลึก สะกดกั้นหยดน้ำตาเอาไว้ใต้รอยยิ้มกว้าง ไม่ยอมให้มันไหลออกมาให้พ่อต้องเป็นห่วงเด็ดขาด
“ขอบคุณค่ะพ่อ... ธาราจะจำไว้ค่ะ พ่อไปพักผ่อนได้แล้วนะคะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”
กลางดึกคืนนั้น... บรรยากาศเงียบสงัด เวลาล่วงเลยเข้าสู่เข็มนาฬิกาบอกเวลาตีหนึ่ง
ณ ห้องนอนใหญ่บนชั้นสูงสุดของคฤหาสน์อัครวาริน ธารินยืนอยู่ตรงระเบียงกว้าง สายลมยามค่ำคืนพัดปะทะเรือนร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองสีเข้ม ผมทรงสวยสะบัดพลิ้วตามแรงลม ในมือของเขาถือแก้วบรั่นดีสลับหมุนวนเบา ๆ ยืนมองออกไปบนทัศนียภาพตึกสูงของเมืองหลวงที่ส่องแสงวิบวับยามค่ำคืน
ทว่าในความเงียบสงบนั้น ภาพใบหน้างามคมคายของธารา สายตาท้าทายที่ไม่ยอมคน และประโยคที่เธอพูดกับเขาที่ร้านเพชรยังคงแล่นวนเวียนอยู่ในหัวของเขาไม่หยุดหย่อน
‘ฉันแค่กำลังบอกว่า คุณมองทุกอย่างเป็นแค่ตัวเลข ตัวอักษร และกลยุทธ์ จนลืมไปว่าการใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มันคือสิ่งที่มนุษย์ปกติเขาทำกัน’
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ยกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบ รสชาติกลมกล่อมแต่บาดคอของแอลกอฮอล์ยิ่งทำให้จิตใจของเขานิ่งสงบขึ้น
“มนุษย์ปกติงั้นเหรอ... ในโลกธุรกิจจริง มันไม่มีพื้นที่ให้ความรู้สึกของมนุษย์ปกติหรอก คุณธารา ทุกอย่างมันคือการเดิมพันและผลประโยชน์ทั้งนั้น” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง
เขาวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกข้างระเบียง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว สายตามองไปยังกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินหรูหราที่วางอยู่กลางโต๊ะ ภายในนั้นคือแหวนแต่งงานทองคำขาวเรียบหรูสลักชื่อภายในที่เขาเพิ่งสั่งให้คนนำมาส่งเมื่อช่วงเย็น... แหวนวงที่เขาเป็นคนตัดสินใจเลือกให้เธอเองกับมือ แหวนที่เขาสัมผัสได้ลึก ๆ ว่ามันเข้ากับนิ้วเรียวสวยและตัวตนอันทรงศักดิ์ศรีของเธออย่างประหลาด
ธารินใช้นิ้วเรียวยาวลูบไล้ขอบกล่องกำมะหยี่เบา ๆ แววตาคมกริบฉายร่องรอยความครุ่นคิด
‘การแต่งงานครั้งนี้อาจจะเป็นแค่สัญญาธุรกิจ... แต่เธอก็ไม่ใช่คู่แข่งที่เคี้ยวง่ายจริง ๆ ธารา’
ขณะเดียวกัน ณ ห้องนอนของธารา หญิงสาวนั่งอยู่หน้ากระจกแต่งหน้าไม้โบราณ บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาเดินเป็นจังหวะ
ข้าง ๆ กระจกนั้น ชุดเจ้าสาวสีแดงสดหรูหราตามสไตล์จีน ตัดเย็บจากผ้าไหมเนื้อดี ปักดิ้นทองคำลายหงส์ผงาดฟ้าอย่างละเมียดละไมอันเป็นชุดพิธีแต่งงานแบบจีน ถูกแขวนโดดเด่นส่องประกายระยิบระยับอยู่ตรงมุมห้อง สีแดงสดของชุดประดั่งเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกความดูถูกเหยียดหยาม
ธารามองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก เธอเอื้อมมือไปลูบไล้นิ้วนางข้างซ้ายที่ยังคงว่างเปล่า ไร้สิ่งประดับใด ๆ ในเวลานี้
"พรุ่งนี้แล้ว... พรุ่งนี้ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปตลอดกาลนะธารา" หญิงสาวพึมพำกับเงาสะท้อนของตัวเอง
พรุ่งนี้เธอจะต้องก้าวเข้าสู่พิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการ ยิ้มรับสายตาของสื่อมวลชนนับร้อยที่จ้องมองจับผิด ต้องกลายเป็น ‘เจ้าสาว’ ของผู้ชายที่เย็นชาและมองทุกอย่างเป็นแค่ตัวเลขอย่างธาริน และที่สำคัญ... เธอต้องก้าวเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์อัครวารินที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและสายตาเกลียดชังจากซ้อกิ่ง
ธาราเหยียดยิ้มบาง ๆ ให้กับตัวเองในกระจก แววตาที่เคยไหวระริกกลับกลายเป็นส่องประกายวาววับไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว
“เจ้าบ่าวเย็นชา... กับซ้อกิ่งแม่ผัวที่ไม่ชอบหน้า” เธอแค่นยิ้ม
“ก็เอาสิ... อยากรู้นักว่าตระกูลอัครวารินจะแน่สักแค่ไหน วราลินอย่างฉันก็ไม่ได้เคี้ยวง่าย ๆ เหมือนกัน”
แสงดาวในยามค่ำคืนเริ่มเลือนหายไป ความมืดมิดครอบงำทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบ ก่อนที่พายุใหญ่ในวันแต่งงานจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในวันรุ่งขึ้น!
