บทที่ 6 ขบวนของไหว้ตีสาม
เข็มนาฬิกาโบราณบนเรือนไม้สักเรือนกลางตีบอกเวลาตีสามตรง เสียงกังวานทุ้มต่ำดังก้องท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน ลมยามดึกพัดเอื่อย ๆ ปะทะบานหน้าต่างไม้ของบ้านตระกูลวราลิน บรรยากาศรอบข้างยังคงถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด ทว่าภายในบ้าน ไฟทุกดวงกลับถูกเปิดจนสว่างไสวราวกับเป็นเวลากลางวัน
ธารานั่งอยู่หน้ากระจกแต่งหน้าไม้สักทรงโบราณ ช่างแต่งหน้ามืออาชีพและช่างทำผมกำลังช่วยกันดูแลความเรียบร้อยรอบสุดท้าย ใบหน้างามคมคายถูกแต่งแต้มอย่างพิถีพิถัน ริมฝีปากสีแดงสดตัดกับผิวขาวเนียนละเอียด เรือนผมดำขลับถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยอย่างประณีต ประดับด้วยปิ่นทองคำโบราณลายหงส์ห้อยพู่มุกที่ทอดตัวลงมาข้างปรางแก้ว
เธอยังสวมชุดคลุมซาตินเนื้อนุ่ม ทว่าสายตาจับจ้องไปยัง ชุดแต่งงานสีแดงสดสไตล์จีน ที่ถูกแขวนเตรียมไว้ตรงมุมห้อง ปักดิ้นทองคำลายหงส์ผงาดฟ้าส่องประกายวาววับยามสะท้อนแสงไฟ
เสียงประตูห้องนอนถูกเปิดออกเบา ๆ คุณพจน์เดินก้าวเข้ามาในชุดสูทสากลสุภาพสีเข้ม ใบหน้าของชายวัยกลางคนดูอิดโรยเล็กน้อยจากการนอนไม่หลับ แต่สายตาที่มองลูกสาวกลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความรักอันเปี่ยมล้น
“ธารา... ช่างบอกว่าแต่งหน้าใกล้เสร็จแล้วใช่ไหมลูก” คุณพจน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ใกล้เสร็จแล้วค่ะพ่อ” ธารายิ้มบางๆ สบตาผู้เป็นพ่อผ่านเงากระจก
“พ่อตื่นเช้าขนาดนี้ จะไปงานเช้าไหวไหมคะ”
“พ่อไหวสิลูก วันสำคัญของลูกทั้งที...” คุณพจน์ถอนหายใจยาวเล็กน้อย ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้
“เมื่อครู่ผู้ช่วยของคุณธาริน โทรศัพท์มาแจ้งว่า ขบวนของไหว้และขบวนรับตัวจากตระกูลอัครวารินกำลังเดินทางมาถึงหน้าบ้านแล้วนะลูก”
ธาราชะงักมือที่กำลังจับปิ่นทองเล็กน้อย
“ตีสามเนี่ยนะคะ ตามกำหนดการเดิม พิธีรับตัวต้องเป็นช่วงเช้าไม่ใช่เหรอคะพ่อ”
“เห็นบอกว่าเจ้าสัวไพศาลท่านเป็นคนลงความเห็นเอง ว่าต้องการทำตามประเพณีจีนตระกูลใหญ่แบบโบราณอย่างเคร่งครัด... การส่งของไหว้และรับตัวสะใภ้ใหญ่เข้าบ้านอัครวาริน ต้องทำในยามมงคลก่อนยามเถาะ (ช่วงตีสามถึงตีห้า) เพื่อให้ฤกษ์ของสะใภ้เกื้อหนุนดวงชะตาตระกูล และที่สำคัญ...” คุณพจน์เว้นจังหวะ น้ำเสียงมีร่องรอยของความประหลาดใจ
“คนที่เดินทางมาส่งของไหว้และรับตัวหนูด้วยตัวเอง... คือเจ้าสัวไพศาล”
ดวงตาคู่สวยของธาราสายตาฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง เจ้าสัวไพศาล ผู้นำสูงสุดของตระกูลอัครวาริน มหาเศรษฐีระดับประเทศผู้ทรงอำนาจ ถึงขั้นเดินทางมาด้วยตัวเองในยามตีสามเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความให้เกียรติแก่ตระกูลวราลินอย่างยิ่งยวด หรือไม่ก็... เป็นการส่งสัญญาณบางอย่างเพื่อควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามเจตจำนงของตระกูลใหญ่
“ถ้าอย่างนั้น ธาราขอเวลาเปลี่ยนชุดห้านาทีค่ะพ่อ เดี๋ยวจะลงไปรับผู้ใหญ่ค่ะ” ธาราลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางสง่างามและเด็ดเดี่ยว
ปี๊ด! ปี๊ด!
เสียงแตรรถยนต์ดังขึ้นเป็นสัญญาณเบา ๆ ที่หน้าประตูรั้วบ้านวราลิน ไม่ใช่เสียงแตรดังโผงผาง ทว่าคือความนิ่งสงบที่ทรงพลัง รถยนต์ Mercedes-Benz สีดำเงางามสามคันแล่นเข้ามาจอดเรียงรายอย่างเป็นระเบียบภายในบริเวณลานบ้าน ตามด้วยรถตู้คอนเทนเนอร์ปรับอากาศขนาดเล็กสำหรับขนส่งของมงคล
ประตูรถคันกลางถูกเปิดออก ชัยก้าวลงมาสวมสูทเนี๊ยบ ก่อนจะเอี้ยวตัวเปิดประตูเบาะหลังด้วยความนอบน้อมสูงสุด
ร่างสูงใหญ่ทรงภูมิฐานของ เจ้าสัวไพศาล ก้าวลงจากรถ แม้จะอยู่ในวัยหกสิบกว่าปี ทว่าดวงตาคู่คมกริบและราศีความทรงอำนาจกลับไม่ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ท่านแต่งกายด้วยชุดจีนโบราณ ผ้าไหมสีแดงเข้มปักลายมังกรทองอย่างเลอค่า แสดงถึงความเป็นสิริมงคลและความเป็นผู้นำตระกูลอย่างชัดเจน
ด้านหลังของเจ้าสัวไพศาล คือขบวนผู้ติดตามและคนรับใช้ในชุดสุภาพ นำโดยขบวนถาดของไหว้มงคลตามประเพณีจีนโบราณแท้ๆ ถูกยกตามเข้ามาอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งถาดส้มมงคลแปดสิบแปดผล ถ่านมงคล ขนมเปี๊ยะมงคลชิ้นใหญ่สลักลายหงส์มังกร ชุดชาจีนชั้นเลิศ และกล่องไม้สักทองโบราณบรรจุสินสอดและเครื่องเพชรชุดใหญ่
คุณพจน์รีบก้าวออกมาต้อนรับตรงบันไดบ้าน ยกมือไหว้ด้วยความเคารพผู้ใหญ่
“สวัสดีครับท่านเจ้าสัว... ไม่คิดเลยว่าเจ้าสัวจะให้เกียรติเดินทางมาด้วยตัวเองในยามดึกขนาดนี้”
เจ้าสัวไพศาลยิ้มกว้าง รอยยิ้มของท่านเปี่ยมไปด้วยความเมตตาทว่าทรงพลัง ยกมือรับไหว้คุณพจน์อย่างเป็นกันเอง
“ตื่นเช้าหน่อยจะเป็นไรไปคุณพจน์ วันนี้เป็นวันมงคลใหญ่ของตระกูลเรา การแต่งงานของสะใภ้ใหญ่แห่งอัครวาริน จะทำเล่น ๆ สุกเอาเผากินได้ยังไงกัน ตามตำราตระกูลฉัน ยามตีสามคือฤกษ์มังกรเปิดฟ้า การนำของไหว้มามอบและรับตัวสะใภ้เข้าบ้านด้วยตัวเอง เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตระกูลเราให้เกียรติหนูธาราและตระกูลวราลินมากแค่ไหน”
“ขอบพระคุณเจ้าสัวมากครับ... เชิญด้านในก่อนครับ” คุณพจน์ผายมือเชิญด้วยความซาบซึ้งใจ ความกังวลในอกเบาบางลงเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีให้เกียรติของผู้นำตระกูลฝ่ายชาย
ทว่า ในใจของคุณพจน์ก็รู้ดีว่า แม้เจ้าสัวไพศาลจะเอ็นดูธารา แต่คนที่รออยู่ที่คฤหาสน์อัครวาริน... คือซ้อกิ่ง ผู้เป็นแม่ผัว และธาริน เจ้าบ่าวผู้เย็นชา การไปทำพิธีรับไหว้ที่คฤหาสน์ใหญ่แต่เช้าตรู่เช่นนี้ ย่อมต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันระลอกใหญ่แน่นอน
ขณะที่เจ้าสัวไพศาลกำลังนั่งจิบชาและตรวจดูถาดของไหว้มงคลร่วมกับคุณพจน์ในห้องโถง เสียงก้าวเท้าเบา ๆ สม่ำเสมอดังลงมาจากบันไดไม้สักทอง
ความเงียบครอบงำห้องโถงในทันที สายตาทุกคู่หันไปจับจ้องยังทิศทางเดียวกัน
ธารา ก้าวลงมาจากบันไดช้า ๆ เธออยู่ใน ชุดแต่งงานทรงจีนสีแดงสด ตัดเย็บจากผ้าไหมจีนเกรดพรีเมียม ปักดิ้นทองคำบริสุทธิ์เป็นรูปหงส์ผงาดฟ้าสยายปีกอย่างวิจิตรอลังการ คอจีนทรงสูงรับกับลำคอระหง ชายกระโปรงยาวลากพื้นพริ้วไหวตามทุกจังหวะการเดิน ตัวชุดเข้ารูปเน้นส่วนโค้งเว้าอันสมบูรณ์แบบ
ปิ่นทองคำโบราณบนมวยผมส่องประกายสว่างไสว แววตาคู่สวยของธาราเรียบตึง มั่นคง และส่องประกายวาววับไปด้วยความเชิดรั้งในศักดิ์ศรี ไม่มีร่องรอยของความง่วงหรือความประหม่าแม้แต่น้อย เสมือนนางหงส์ทรงอำนาจที่พร้อมจะก้าวเข้าสู่สนามรบ
เจ้าสัวไพศาลวางแก้วชาลงบนโต๊ะทันที ดวงตาของชายชราสว่างวาบขึ้นด้วยความประทับใจอย่างปิดไม่มิด ท่านลุกขึ้นยืนมองสะภ้อใหญ่คนใหม่ด้วยรอยยิ้มพอใจสูงสุด
“งดงาม... สง่างาม สมกับเป็นสะใภ้ใหญ่ตระกูลอัครวารินจริง ๆ” เจ้าสัวไพศาลเอ่ยชมเสียงดังฟังชัด
ธาราก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเจ้าสัวไพศาลและคุณพจน์ เธอโค้งกายลงย่อตัวไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยท่วงท่าอ่อนช้อย ทว่าทระนงและถูกต้องตามหลักประเพณีจีนโบราณทุกประการ
“สวัสดีค่ะเจ้าสัวไพศาล... ขอบพระคุณอย่างยิ่งที่ให้เกียรติเดินทางมารับธาราด้วยตัวเองในยามนี้ค่ะ” น้ำเสียงของธารานุ่มนวล หนักแน่น และชัดถ้อยชัดคำ
“ฮ่า ๆ เรียกเจ้าสัวทำไมกันหนูธารา อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ หนูต้องเรียกว่า ‘ป๊า’ แล้วนะ” เจ้าสัวไพศาลหัวเราะลั่นห้องด้วยความชอบใจ
“แต่งตัวเสร็จสรรพเรียบร้อย ท่าทางพร้อมเต็มที่แบบนี้ ป๊าชอบจริง ๆ! เด็กสมัยนี้หาคนที่รู้จักกาลเทศะและรักษาศักดิ์ศรีได้เป๊ะขนาดนี้น้อยมาก” เจ้าสัวหันไปมองคุณพจน์
“คุณพจน์อบรมลูกสาวมาได้ประเสริฐแท้ ๆ ไม่เสียทีที่อัครวารินกับวราลินมีสายสัมพันธ์อันดีต่อกันมาเนิ่นนาน” คุณพจน์ยิ้มรับด้วยความตื้นตันใจ
“ขอบพระคุณครับเจ้าสัว... ฝากธาราด้วยนะครับ”
“ไม่ต้องกังวลไปคุณพจน์!” เจ้าสัวไพศาลยกมือขึ้นปราม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลัง
“ตราบใดที่ฉัน ไพศาล อัครวาริน ยังมีชีวิตอยู่ ใครหน้าไหนในบ้านนั้นก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายหรือดูถูกหนูธาราเด็ดขาด พิธีรับไหว้สะใภ้ในยามเช้าวันนี้ ฉันจะเป็นคนนำพิธีด้วยตัวเอง”
คำพูดของเจ้าสัวไพศาลประหนึ่งเกราะคุ้มกันชั้นดี ทว่าธาราก็รู้ดีว่า ในโลกความจริงของตระกูลใหญ่ คำว่า 'คนในบ้าน' ย่อมหมายถึงซ้อกิ่ง ผู้เป็นแม่ผัว และธาริน ผู้เป็นเจ้าบ่าว การที่เจ้าสัวออกตัวปกป้องเธอตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวเข้าประตูบ้าน ยิ่งเป็นการจุดไฟความไม่พอใจในใจของซ้อกิ่งให้โหมกระหน่ำขึ้นไปอีก
เมื่อถึงเวลามงคลตีสามสี่สิบห้านาที เจ้าสัวไพศาลเดินนำขบวนออกจากบ้านวราลิน ชัยและผู้ติดตามช่วยกันยกถาดของไหว้และเครื่องมงคลขึ้นรถ
ธาราเดินตามออกมาที่ลานหน้าบ้าน ลมยามดึกพัดปะทะชายกระโปรงสีแดงสดให้สะบัดพริ้ว คุณพจน์เดินมาส่งลูกสาวถึงประตูรถคันหรู สายตาของผู้เป็นพ่อเต็มไปด้วยความรักและความกังวลอันทับถม
“ธารา...” คุณพจน์จับมือเรียวของลูกสาวไว้แน่น
“ไปถึงคฤหาสน์อัครวารินแล้ว สำรวมและอดทนนะลูก พิธีรับไหว้ตอนเช้าตรู่นี้ สำคัญมากสำหรับตำแหน่งสะใภ้ใหญ่... ซ้อกิ่งเขาคงจัดเตรียมพิธีไว้ทดสอบหนูสารพัด”
ธาราสบตาผู้เป็นพ่อ ยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ บีบมือตอบผู้เป็นพ่อหนักแน่น
“พ่อไม่ต้องห่วงธาราเลยค่ะ” ธาราเอ่ยเสียงเบาทว่าฟังชัด
“ธาราไม่ได้ไปในฐานะเหยื่อที่ยอมให้ใครมารังแก ธาราไปในฐานะสะใภ้ใหญ่ที่มีเกียรติของวราลิน ไม่ว่าพิธีรับไหว้จะตึงเครียดแค่ไหน หรือซ้อกิ่งจะตั้งเงื่อนไขอะไร... ธาราจะผ่านมันไปให้ได้ และจะไม่มีวันทำให้ตระกูลเราต้องอับอายเด็ดขาดค่ะ” คุณพจน์พยักหน้ารับ น้ำตาคลอเบ้า
“พ่อเชื่อมั่นในตัวหนูเสมอ... โชคดีนะลูก” เจ้าสัวไพศาลผายมือเชิญ
“ขึ้นรถเถอะหนูธารา... ได้เวลาเดินทางไปทำพิธีรับไหว้สะใภ้เข้าตระกูลอัครวารินแล้ว”
ธาราก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังแท้ฝั่งหลังของรถอย่างสง่างาม เจ้าสัวไพศาลก้าวขึ้นตามมานั่งฝั่งตรงข้าม ประตูรถถูกปิดลงเบาๆ เสียงเครื่องยนต์ทำงานนุ่มนวลก่อนที่รถยนต์คันหรูจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากบ้านวราลิน กลืนหายไปกับความมืดมิดของถนนยามดึก
