บทที่ 7 ก้าวเข้าสู่บ้านอัครวาริน

ภายในรถยนต์ Mercedes-BenZ บรรยากาศเงียบสงบและเงียบเชียบ แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางส่องกระทบใบหน้างามคมคายของธาราเป็นระยะๆ เจ้าสัวไพศาลนั่งมองสะใภ้ใหญ่ด้วยสายตาพิจารณาพลางเอ่ยขึ้นนุ่มนวล

“หนูธารา... ป๊ารู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ มันเริ่มต้นมาจากเงื่อนไขทางธุรกิจและพันธสัญญา” เจ้าสัวถอนหายใจเบา ๆ 

“ป๊ารู้ว่าอาตี๋ของป๊า... เอ่อ เจ้าธารินมันเป็นคนยังไง มันเย็นชา มะนาวไม่มีน้ำ มักมองทุกอย่างเป็นแค่ตัวเลขและผลประโยชน์ เพราะป๊าเคี่ยวกรำมันมาในโลกธุรกิจหนักเกินไป”

ธารานิ่งฟังอย่างตั้งใจ ไม่เอ่ยขัด

“แต่นิสัยจริงๆ ของมัน ไม่ใช่คนใจร้ายหรือไร้เหตุผล...” เจ้าสัวไพศาลเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง 

“ป๊าถึงได้เลือกหนู... เพราะป๊ารู้ว่า คนที่จะสยบความเย็นชาของอาตี๋ และคนที่จะยืนหยัดเป็นสะใภ้ใหญ่แห่งอัครวารินได้อย่างภาคภูมิ มีแค่หนูธาราคนเดียวเท่านั้น”

“ขอบพระคุณท่านเจ้าสัว... เอ่อ ขอบพระคุณ คุณป๊าค่ะที่ไว้ใจธาราค่ะ” ธาราตอบรับอย่างนอบน้อม 

“แต่ธารากับคุณธาริน เรามีข้อตกลงชัดเจนระหว่างกันค่ะ ธาราจะทำหน้าที่สะใภ้ให้ดีที่สุดตามสัญญา”

“หึ ๆ ... เรื่องสัญญาปีอะไรนั่น มันแค่สร้างหักหน้าตัวมันเอง ป๊าพอจะรู้มาบ้าง” เจ้าสัวยิ้มอย่างมีเลศนัย 

“แต่เรื่องของหัวใจและความรู้สึก... สัญญากระดาษพวกนั้นมันบังคับไม่ได้หรอกนะหนู”

ขณะเดียวกัน... ณ คฤหาสน์อัครวาริน

ไฟในห้องโถงใหญ่และห้องพิธีบรรพบุรุษถูกเปิดไว้สว่างไสว ซ้อกิ่ง ในชุดเช้าทรงจีนสีเข้มหรูหรา นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวใหญ่ ใบหน้าเรียบตึงและเต็มไปด้วยความตึงเครียด ข้าง ๆ กันคือ ธาริน ในชุดสูทเจ้าบ่าวสไตล์จีนประยุกต์สีเข้มประดับดิ้นทอง ร่างสูงยืนกอดอก มองออกไปทางประตูคฤหาสน์ด้วยสายตาเย็นชาทว่าแฝงความครุ่นคิด

“คุณป๊าของแกนี่จริง ๆ เลย!” ซ้อกิ่งถอนหายใจอย่างหงุดหงิด วางแก้วชาลงบนโต๊ะดัง แกร๊ก 

“ถึงขั้นถ่อสังขารไปรับแม่นั่นด้วยตัวเองตอนตีสาม ทำเหมือนผู้หญิงคนนั้นเป็นเจ้าหญิงมาจากไหน แค่สะใภ้ที่แต่งเข้ามาแลกหนี้แท้ ๆ”

ธารินไม่ได้ตอบคำถามแม่ของเขา ชายหนุ่มหมุนแหวนทองคำขาวในนิ้วเบา ๆ สายตามองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ ตีสี่สิบห้านาที

ขบวนรถยนต์ของท่านเจ้าสัวไพศาลเคลื่อนตัวผ่านประตูเหล็กดัดอาละวาดขนาดใหญ่ของคฤหาสน์อัครวาริน ความเงียบสงบในยามตีสี่สี่สิบห้าสลายลงเมื่อแสงไฟหน้ารถส่องกระทบตัวอาคารสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิกผสมจีนโบราณอันโอ่อ่า ตึกสูงสามชั้นตระหง่านกว้างขวาง ประดับด้วยโคมไฟตรุษจีนทรงกลมสีแดงสดอยู่ตามชายคา ส่องแสงสีส้มทองสะท้อนพื้นหินอ่อนขัดเงาเรียบสนิท

ช่างภาพและทีมงานพิธีการในชุดแต่งกายสุภาพรอกระจายตัวอยู่บริเวณรอบนอก ลมเช้าตรู่พัดเย็นเยือกจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่พวยพุ่งออกจากลมหายใจ

ชัยรีบก้าวลงมาจากรถคันหน้าเพื่อเปิดประตูเบาะหลังให้กับเจ้าสัวไพศาลและธารา

ธาราก้าวเท้าลงจากรถเป็นคนแรก ชายกระโปรงสีแดงสดปักดิ้นทองคำรูปหงส์ผงาดฟ้าทอดตัวพริ้วไหวสัมผัสพื้นหินอ่อน เสียงส้นสูงกระทบพื้นเบา ๆ แต่ทว่ากังวานและมั่นคง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก รับเอาอากาศยามเช้าตรู่ที่ตึงเครียดเข้าสู่ปอด ใบหน้างามคมคายเชิดขึ้นเล็กน้อย สายตาสะท้อนความสงบนิ่งและถือดีอันเป็นเอกลักษณ์

เจ้าสัวไพศาลก้าวตามลงมา ยิ้มรับอย่างพึงพอใจพร้อมผายมือ 

“เชิญหนูธารา... ก้าวเข้าสู่บ้านอัครวารินอย่างเป็นทางการ”

ธาราเดินเคียงข้างเจ้าสัวไพศาล ก้าวผ่านธรณีประตูไม้สักทองขนาดใหญ่ของห้องโถงกลาง บรรยากาศภายในห้องโถงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของควันกำยานจีนโบราณและดอกกล้วยไม้สีขาว ไฟแชนเดอเลียร์คริสตัลขนาดใหญ่บนเพดานส่องแสงระยิบระยับ ทว่าบรรยากาศโดยรอบกลับเย็นเยียบราวกับอยู่ในห้องแช่แข็ง

ที่กลางห้องโถงใหญ่ โต๊ะแท่นบูชาบรรพบุรุษตระกูลอัครวารินถูกจัดตั้งไว้อย่างอลังการ กระถางธูปทองเหลืองโบราณ ป้ายชื่อบรรพบุรุษแกะสลักด้วยทองคำ และแจกันโบราณวางเรียงตามตำราประเพณีจีนอย่างเคร่งครัด

บนเก้าอี้ไม้แกะสลักสไตล์จีนโบราณสี่ตัวที่ตั้งอยู่ตรงกลางพิธี ซ้อกิ่ง นั่งอยู่ตรงนั้นในชุดเช้าทรงจีนสีน้ำเงินเข้มปักลายโบตั๋นด้วยเส้นด้ายเงิน ผิวหน้าขาวเนียนถูกแต่งแต้มอย่างเฉียบคม ทว่ามุมปากเรียบตึง ดวงตาคู่คมกริบมองตรงมายังธาราด้วยสายตาประเมิน ละเอียด และเต็มไปด้วยความอคติอย่างไม่ปิดบัง

ข้าง ๆ กันคือ ธาริน ในชุดสูทสไตล์จีนประยุกต์สีเทาเข้มตัดดิ้นทองตรงคอเสื้อ ร่างสูงโปร่งยืนกอดอกอยู่ข้างเก้าอี้ของแม่ สายตาคมกริบเย็นชาจับจ้องมองธาราตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นความงดงามและท่วงท่าอันสง่างามของธาราในชุดสีแดงสด แต่ก็ปรับกลับมาเป็นความตึงเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว

“ท่านเจ้าสัว... มาถึงตรงเวลาดีจังเลยนะคะ” ซ้อกิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำ ทว่าแฝงความประชดประชันเล็กน้อย 

“ไปรับถึงบ้านตอนตีสาม นึกว่าจะช้ากว่านี้เสียอีก”

เจ้าสัวไพศาลเดินเข้ามาหยุดยืนกลางห้องด้วยท่าทางทรงอำนาจ 

“วันมงคลใหญ่ของตระกูลทั้งที เรื่องฤกษ์ยามจะชักช้าได้ยังไงกันซ้อกิ่ง หนูธาราแต่งกายเรียบร้อย พร้อมทำพิธีรับไหว้และกราบไหว้บรรพบุรุษแล้ว”

ซ้อกิ่งปรายสายตามองธารา ตั้งแต่ปิ่นทองคำบนมวยผม จนถึงปลายกระโปรงสีแดง 

“งดงามดี... แต่ความงดงามภายนอก มันไม่ได้พิสูจน์ว่าเหมาะจะเป็นสะใภ้ใหญ่ของอัครวารินหรอกนะ”

ธาราสบตาซ้อกิ่งโดยไม่หลบสายตา รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากไม่ได้แสดงถึงความยอมแพ้ แต่กลับแฝงความทระนง 

“ขอบพระคุณสำหรับคำชมค่ะซ้อกิ่ง... ธาราทราบดีว่าตำแหน่งสะใภ้ใหญ่ต้องพิสูจน์ด้วยคุณค่าและการกระทำ ไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตาหรือเสื้อผ้า”

คำตอบที่นิ่มนวลแต่บาดลึกทำให้ซ้อกิ่งชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมของซ้อกิ่งหรี่ลง ท่าทางไม่พอใจฉายชัดขึ้นอีกระดับ ธารินที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ข้าง ๆ แค่นยิ้มบาง ๆ ในลำคอ 

'ปากคอกระด้างไม่เปลี่ยนจริงๆ คุณธารา'

บทก่อนหน้า
บทถัดไป