บทที่ 8 พิธีชงชาและเงื่อนไขสะใภ้ใหญ่
ตามประเพณีจีนโบราณ การชงชาคารวะผู้ใหญ่ของสะใภ้ใหม่ ไม่ใช่แค่การยกแก้วชาให้ดื่ม ทว่าคือการทดสอบกิริยา ความอดทน และความนบนอบ ธาราจะต้องคุกเข่าลงบนหมอนขวานสีแดงสด รินชาด้วยมือตัวเอง และประคองถาดชาส่งให้พ่อผัวแม่ผัวด้วยความเคารพสูงสุด
“เอาล่ะ เมื่อพร้อมแล้ว ก็เริ่มพิธีชงชาคารวะผู้ใหญ่กันได้แล้ว” เจ้าสัวไพศาลเอ่ยขัดบรรยากาศตึงเครียด ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ประธานข้างภรรยาอย่างซ้อกิ่ง
คนรับใช้ในบ้านรีบยกถาดชาดินเผาโบราณและกาน้ำชาที่ควันฉุยเข้ามา วางลงบนโต๊ะเล็กด้านข้าง
ธาราย่อตัวลง คุกเข่าลงบนหมอนสีแดงอย่างสง่างาม ชายกระโปรงสีแดงสดคลุมทับพื้นหินอ่อนอย่างเป็นระเบียบ มือเรียวสวยเอื้อมไปจับกาน้ำชาดินเผา รินน้ำชาร้อนจัดลงในแก้วใบเล็กสองใบ ควันความร้อนพวยพุ่งขึ้นมาสัมผัสผิวหน้า เธอประคองถาดไม้สักยกแก้วชาใบแรกขึ้นด้วยสองมือ ส่งให้เจ้าสัวไพศาล
“คุณป๊าคะ... ดื่มชาค่ะ” ธาราเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลไพเราะ
เจ้าสัวไพศาลรับแก้วชาไปด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม ยกขึ้นจิบช้า ๆ ก่อนจะวางซองอั่งเปาสีแดงหนาหนักและกล่องเครื่องประดับมุกโบราณลงบนถาด
“ขอให้หนูธาราและอาตี๋ครองคู่กันด้วยความเข้าใจ พึ่งพาอาศัยกัน นำพาตระกูลเราให้เจริญรุ่งเรืองนะลูก”
“ขอบพระคุณค่ะคุณป๊า” ธารายกมือไหว้รับพร
จากนั้น ธารารินชาแก้วที่สอง ควันความร้อนของน้ำชาร้อนจัดยังคงพวยพุ่ง เธอประคองถาดชายกขึ้นส่งให้ซ้อกิ่งด้วยความสำรวม
“ซ้อกิ่งคะ... ดื่มชาค่ะ”
"หนูธาราต้องเรียก ม๊าสิลูก ไม่ใช่เรียกซ้อ" ท่านเจ้าสั่วเอ่ยท้วง
ซ้อกิ่งยังคงนั่งนิ่ง ไม่ยอมยื่นมือมารับแก้วชาในทันที สายตาจ้องมองแก้วชาร้อนจัดและมือของธาราที่ประคองถาดไว้อย่างมั่นคง เวลาผ่านไปหลายวินาที ความเงียบในห้องโถงหนักอึ้งจนน่าอึดอัด
"ม๊าค่ะ...ดื่มชาค่ะ"
“ชาร้อนขนาดนี้... คิดจะลวกปากฉันหรือไง” ซ้อกิ่งเอ่ยเสียงเย็น
ธารายังคงประคองถาดชาไว้อย่างมั่นคง ไม่แสดงอาการสั่นสะท้านหรือหงุดหงิดแม้แต่น้อย
“น้ำชาอุณหภูมิตามตำราจีนโบราณสำหรับการคารวะผู้ใหญ่ในยามเช้า ต้องใช้น้ำเดือดแรกเพื่อดึงรสชาติและกลิ่นหอมของชาอู่หลงชั้นเลิศค่ะ หากม๊าคิดว่าร้อนเกินไป ธารายินดีรอให้ชาอุ่นลงในระดับที่พอดีค่ะ” เจ้าสัวไพศาลขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ซ้อกิ่ง ดื่มชาเถอะ ยามมงคลอย่าทำให้เสียเวลา”
ซ้อกิ่งยื่นมือที่ประดับด้วยแหวนหยกเม็ดใหญ่ไปยกแก้วชาขึ้นจิบเพียงเล็กน้อย ก่อนจะวางแก้วลงบนถาดดัง ก๊อก ไม่ได้มอบซองอั่งเปาในทันที ทว่ากลับจ้องหน้าธาราด้วยสายตาจริงจัง
“ฉันจะรับชาแก้วนี้ไว้... แต่จำไว้นะธารา” ซ้อกิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
“การเข้ามาอยู่ในบ้านอัครวาริน ในฐานะสะใภ้ใหญ่ เธอต้องเรียนรู้กฎระเบียบทุกอย่างของบ้านนี้ บ้านนี้ไม่ต้องการคนที่เข้ามาเพื่อสูบผลประโยชน์ หรือใช้ชื่อเสียงตระกูลเราไปกอบกู้บ้านตัวเอง งานบ้าน งานครัว พิธีการ และการดูแลธาริน แกต้องทำด้วยตัวเองทั้งหมด ห้ามใช้คนรับใช้ทำแทนในส่วนที่เป็นหน้าที่ของภรรยา”
ธาราสบตาซ้อกิ่ง นัยน์ตาฉายแววเด็ดเดี่ยว
“ธารามาที่นี่เพื่อทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ อะไรที่เป็นหน้าที่ของธารา ธาราไม่เคยเกี่ยง และไม่เคยยอมให้ใครทำแทนอยู่แล้วค่ะ”
ซ้อกิ่งเหยียดยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงส่งให้
“งั้นก็ดี... หวังว่าแกจะทำได้อย่างที่พูด ไม่ใช่ดีแต่ปาก”
เมื่อพิธีคารวะผู้ใหญ่เสร็จสิ้น ธาราลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ชายกระโปรงสีแดงปัดผ่านพื้นหินอ่อน เจ้าสัวไพศาลหันไปมองธารินที่ยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง
“อาตี๋... ถึงเวลาทำพิธีสวมแหวนและรับตัวเจ้าสาวเข้าห้องหอแล้ว” เจ้าสัวสั่งการ
ธารินก้าวเดินเข้ามาหาธารา ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทจีนประยุกต์ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นหอมสะอาดของน้ำหอมเปลือกไม้และแอลกอฮอล์บางเบาจากตัวเขาลอยมาแตะนกจมูกของธารา ทั้งสองสบตากันในระยะใกล้ ดวงตาคมกริบของธารินเต็มไปด้วยความลึกล้ำที่ยากจะคาดเดา
ชายหนุ่มหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินออกจากกระเป๋าเสื้อ เปิดออกเผยให้เห็น แหวนแต่งงานทองคำขาวสลักชื่อ วงที่เขาเลือกเองกับมือ
ธารายื่นมือซ้ายออกไป นิ้วเรียวสวยตึงแน่น ธารินจับมือเรียวของเธอไว้ สัมผัสจากฝ่ามือของเขาทั้งอบอุ่นและแข็งแกร่งอย่างประหลาด ชายหนุ่มค่อย ๆ บรรจงสวมแหวนทองคำขาวลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของธาราอย่างพอดีราวกับจับวาง
“แหวนพอดีไหม” ธารินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ระดับเสียงได้ยินกันเพียงสองคน
ธารามองแหวนบนนิ้วนางข้างซ้าย ตัวเรือนทองคำขาวเรียบหรูสลักอักษรย่อชื่อของเขาและเธออย่างประณีต
“พอดีค่ะ... ไม่คิดว่าคนที่มองทุกอย่างเป็นแค่ตัวเลขอย่างคุณ จะเลือกไซส์แหวนได้แม่นยำขนาดนี้” ธารินแค่นยิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอดมองใบหน้างามที่แต่งแต้มอย่างวิจิตร
“ฉันบอกแล้วไง... ว่ารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการทำสัญญา ฉันไม่เคยพลาด” ชายหนุ่มก้มลงนิดหน่อย เอ่ยชิดใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“ยินดีต้อนรับสู่คฤหาสน์อัครวารินอย่างเป็นทางการ... คุณภรรยาตามสัญญา”
ธาราสบตาเขากลับ เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นไม่แพ้กัน
“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันค่ะ... คุณสามีที่เย็นชาที่สุดในโลก”
ภายหลังจากพิธีรับไหว้และพิธีสวมแหวนสิ้นสุดลง ชัยและคนรับใช้เดินนำธาราและธารินขึ้นไปยังชั้นสามของคฤหาสน์ ซึ่งเป็นโซนห้องนอนใหญ่และห้องหอที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับคู่แต่งงานใหม่
ประตูไม้สักทองขนาดใหญ่ของห้องหอถูกเปิดออก ภายในห้องกว้างขวางถูกตกแต่งด้วยโทนสีครีมและทองคำหรูหรา เตียงนอนขนาดใหญ่บนห้องนอนของธารินครอบด้วยผ้าปูเตียงสีแดงสดสลักลายมังกรหงส์คู่ ตามประเพณีแต่งงานจีนโบราณ บนโต๊ะแต่งหน้ามีถาดส้มมงคลและขนมมงคลวางเตรียมไว้
ธารินเดินนำเข้าไปในห้อง ถอดเสื้อสูทตัวนอกออกแล้วพาดไว้บนเก้าอี้ไม้ ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ดอย่างผ่อนคลาย ก่อนจะหมุนตัวกลับมามองธาราที่ยืนอยู่กลางห้อง
“พิธีการช่วงเช้าจบลงแค่นี้... ช่วงเย็นจะมีงานเลี้ยงฉลองแต่งงานแขกเหรื่อประมาณร้อยกว่าคน” ธารินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ
“คุณมีเวลาพักผ่อนสี่ชั่วโมง ก่อนที่ช่างแต่งหน้าชุดใหม่จะมาทำผมสำหรับชุดราตรีช่วงเย็น”
ธารามองไปรอบ ๆ ห้องหอ ก่อนจะมองหน้าเขา
“แล้วคุณล่ะคะ จะไปไหน”
“ฉันมีประชุมด่วนที่บริษัทตอนเก้าโมงเช้า” ธารินหยิบนาฬิกาเรือนหรูขึ้นสวมที่ข้อมือ
“ผมไปเดินเรื่องบริษัทวราลิน... ทีมกฎหมายและฝ่ายบัญชีของฉันเริ่มเข้าไปจัดการโครงสร้างหนี้สินตามสัญญาเรียบร้อยแล้ว เงินงวดแรกจะถูกโอนเข้าบัญชีบริษัทพ่อคุณภายในบ่ายนี้”
คำพูดของธารินทำให้หัวใจของธาราคลายความกังวลลงไปได้ระดับหนึ่ง อย่างน้อยชายหนุ่มก็ทำตามสัญญาอย่างตรงไปตรงมาและรวดเร็ว
“ขอบคุณค่ะ... ที่รักษาสัญญา” ธาราเอ่ยเสียงนุ่มลงเล็กน้อย
ธารินมองหน้าเธอนิ่ง ชั่วครู่หนึ่งสายตาของเขาอ่อนลงอย่างประหลาด ก่อนจะกลับมาตึงเรียบดังเดิม
“ฉันทำตามสัญญาเสมอ... แต่เตือนไว้ก่อนนะ ช่วงเย็นในงานเลี้ยง ซ้อกิ่งเตรียมจัดฉากให้สื่อมวลชนและบรรดาไฮโซในงานจับตาดูคุณทุกก้าว ถ้าคุณหลุดหรือทำอะไรผิดพลาด ตระกูลวราลินของคุณจะถูกหัวเราะเยาะทันที” ธารายิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่สวยงามและเต็มไปด้วยความทระนงอันเด็ดเดี่ยว
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะคุณธาริน” ธาราเชิดหน้าขึ้น
“ถ้าซ้อกิ่งหรือใครในงานคิดจะจัดฉากเล่นละคร... ธาราจะแสดงบทสะใภ้ใหญ่แห่งอัครวารินให้สมบูรณ์แบบ จนทุกคนต้องปรบมือให้เลยทีเดียว!”
ธารินมองหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มพึงพอใจจุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มเย็นชาโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว พายุในพิธีแต่งงานและงานเลี้ยงช่วงเย็นกำลังจะเริ่มต้นขึ้น... แต่ในยามนี้ ทั้งสองต่างรู้ดีว่า สงครามศักดิ์ศรีครั้งนี้ จะไม่มีใครยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว!
