บทที่ 9 พายุในงานเลี้ยงและสายตาของสังคมไฮโซ
เสียงนาฬิกาเรือนโบราณในห้องโถงชั้นสามตีบอกเวลาบ่ายสองโมงตรง ธาราที่พักผ่อนไปได้เพียงสองชั่วโมงลุกขึ้นจากเตียงนอนกว้าง ล้างหน้าชำระล้างความเหนื่อยล้าจากพิธีช่วงเช้า ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับห้องหอ ทว่าสิ่งที่รอเธออยู่กลับไม่ใช่ทีมช่างแต่งหน้าชั้นนำหรือชุดราตรีแบรนด์หรูอย่างที่ควรจะเป็น
บนราวห้อยเสื้อผ้า มีเพียงชุดราตรีสีครีมหมอง ๆ ตัวหนึ่งที่ตัดเย็บด้วยผ้าลูกไม้ทรงโบราณ รสนิยมดูเก่ายกชุด พร้อมกับถาดเครื่องประดับมุกทรงกลมเม็ดเล็กไร้ความเงางาม วางคู่กับจดหมายฉบับเล็กจากซ้อกิ่งที่ฝากคนรับใช้ขึ้นมาส่ง
‘ชุดนี้เป็นชุดประเพณีประจำตระกูลอัครวารินสำหรับสะใภ้ใหญ่ ใส่ชุดนี้ออกงานเย็นเพื่อแสดงความนอบน้อมถ่อมตนและเจียมเนื้อเจียมตัว’
ธารามองชุดตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย เธอรู้ทันทีว่านี่คือศึกรอบใหม่ที่แม่ผัวตั้งใจจัดฉาก หากเธอใส่ชุดนี้ออกงานเลี้ยงฉลองแต่งงานที่มีแขกเหรื่อระดับมหาเศรษฐีและสื่อมวลชนนับร้อย สื่อจะลงข่าวทันทีว่า
‘สะใภ้ใหญ่ตระกูลวราลินแต่งตัวซอมซ่อ ราวกับคนรับใช้ในคฤหาสน์หรู’ ซึ่งเป็นการดิสเครดิตทั้งตัวเธอและตระกูลวราลินอย่างรุนแรง
“คิดจะใช้กลอุบายเด็ก ๆ แบบนี้กดฉันให้จมดินงั้นหรือคะซ้อกิ่ง...” ธารารำพึงกับตัวเองด้วยรอยยิ้มบาง ๆ นัยน์ตาทอประกายเด็ดเดี่ยว
ธาราเดินไปเปิดกระเป๋าเดินทางส่วนตัวของเธอที่ยกมาจากบ้านวราลิน หยิบถุงผ้ากำมะหยี่สีดำยาวซึ่งเธอเตรียมไว้ล่วงหน้าสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน มันคือชุดราตรีปักดิ้นทองทรงยาวสีแดงก่ำตัดเย็บด้วยผ้าซาตินเกรดพรีเมียมจากดีไซเนอร์ส่วนตัว คอเสื้อเว้าลึกอย่างพอเหมาะเน้นช่วงคล่องตัวและไหล่ที่ตั้งตรงอย่างสง่างาม พร้อมชุดเครื่องประดับทับทิมล้อมเพชรที่คุณยายมอบให้เป็นมรดกประจำตระกูล
เมื่อทีมช่างแต่งหน้าชุดใหม่ที่ซ้อกิ่งส่งมาถึงห้อง ธาราไม่ได้ปฏิเสธ แต่สั่งการด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจและนุ่มนวล
“ช่วยรวบผมฉันขึ้นเป็นมวยต่ำดั่งทรงหงส์โบราณ แต่งหน้าเน้นริมฝีปากสีแดงสดอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องลงแป้งหนาเกินไป... ฉันต้องการลุคที่เรียบหรูและทรงพลังที่สุด”
ช่างแต่งหน้าถึงกับชะงักเมื่อเห็นกิริยาและสายตาของธารา ความกดดันบางอย่างทำให้พวกเขายินยอมทำตามคำสั่งแต่โดยดี โดยไม่มีใครกล้าทักท้วงเรื่องชุดราตรีสีแดงสดที่เธอเลือกสวมแทนชุดของซ้อกิ่งแม้แต่คำเดียว
เวลาหกโมงเย็น ณ ห้องบอลรูมสุดหรูของโรงแรมอัครวารินแกรนด์
บรรยากาศในงานเลี้ยงฉลองแต่งงานเต็มไปด้วยความครึกครื้นและหรูหรา แสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟระย้าเจียระไนสะท้อนกับแก้วแชมเปญของบรรดานักธุรกิจชั้นนำ ผู้มีอิทธิพล และไฮโซตระกูลดังที่มาร่วมงาน สื่อมวลชนสายสังคมและธุรกิจต่างตั้งกล้องรอเก็บภาพ “เจ้าสาวสายฟ้าแลบ” ที่มีข่าวลือหนาหูว่าแต่งงานเพราะตระกูลกำลังจะล้มละลาย
ซ้อกิ่งในชุดราตรีสีทองปักลายหงส์หรูหรา ยืนเคียงข้างเจ้าสัวไพศาล คอยต้อนรับแขกผู้ใหญ่ด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข ข้าง ๆ ซ้อกิ่งคือ ‘เอวาลิน’ หญิงสาวลูกตระกูลดัง มหาเศรษฐีด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นหญิงสาวที่ซ้อกิ่งเคยหมายตาไว้ให้เป็นสะใภ้ใหญ่ก่อนที่ตระกูลวราลินจะยื่นข้อเสนอสัญญากับเจ้าสัว
“ซ้อคะ... หนูได้ยินมาว่าตระกูลวราลินต้องขายหุ้นเกือบทั้งหมดเพื่อใช้หนี้ จริงไหมคะ” เอวาลินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดัดจริต ปรบมือเบา ๆ
“น่าสงสารน้องธารานะคะ แต่งงานเข้ามาคงต้องเจียมตัวน่าดู” ซ้อกิ่งยิ้มรับด้วยความพึงพอใจ
“หงส์จะผงาดได้ มันต้องมีขนที่งดงาม เอวาเอ๋ย... คนเราถ้าไม่มีต้นทุน ถมอย่างไรก็ไม่เต็มหรอก คืนนี้แกคอยดูเถอะ เดี๋ยวสะใภ้ใหญ่ของฉันก็คงเดินออกมาในชุดเรียบๆ เจียมตัวอย่างที่ฉันสั่งไว้”
ทว่ายังไม่ทันที่ซ้อกิ่งจะพูดจบ เสียงฮือฮาและเสียงชัตเตอร์จากกล้องถ่ายรูปของสื่อมวลชนก็ดังขึ้นระงมทั่วทั้งงาน!
สายตาทุกคู่ในห้องบอลรูมหมุนหันไปมองที่ประตูทางเข้าใหญ่พร้อมกันราวกับนัดหมาย
ร่างระหงของ ธารา วราลิน ปรากฏตัวขึ้นในชุดราตรีสีแดงก่ำทรงยาว ตัดกับผิวขาวผ่องราวนมสด ผ้าซาตินพริ้วไหวตามจังหวะการเดินที่มั่นคงและสง่างาม รอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากสีแดงสดรับกับนัยน์ตากลมโตที่ส่องประกายทระนง เครื่องประดับทับทิมล้อมเพชรบนคอระหงส่งแสงวับแวมสู้แสงไฟ รัศมีแห่งความสูงศักดิ์และความเป็น "นางหงส์" แผ่ซ่านจนคนทั้งงานตกอยู่ในความเงียบกริบ
ไม่มีร่องรอยของความซอมซ่อ ไร้ซึ่งความประหม่าหรือความเจียมตัวแบบหญิงสาวผู้พ่ายแพ้!
ซ้อกิ่งหน้าซีดลงทันที มือที่ถือแก้วแชมเปญสั่นสะท้านด้วยความกรุ่นโกรธ ขณะที่เอวาลินถึงกับอ้าปากค้างด้วยความอิจฉาริษยา
“สวยเหลือเกิน... สง่างามสมกับเป็นสะใภ้ใหญ่ตระกูลอัครวารินจริง ๆ” เจ้าสัวไพศาลหัวเราะในลำคอด้วยความชอบใจ เอ่ยชมอย่างไม่กักเก็บ
ธาราก้าวเดินลงมาจากบันไดหรูอย่างเชิดหน้าชูตา ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะถูกนักข่าววิ่งเข้ามาห้อมล้อมเพื่อถามคำถามบีบคั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสากลทักซิโด้สีดำสนิทเนี๊ยบกริบก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางอย่างแม่นยำ
ธาริน เดินทางกลับมาจากบริษัทได้ทันเวลาพอดี!
ชายหนุ่มก้าวมายืนเคียงข้างธารา วงแขนแข็งแกร่งตระกองกอดเอวบางของเธอไว้แนบชิด แสดงความเป็นเจ้าของต่อหน้าสื่อมวลชนและแขกเหรื่อทั้งงาน กลิ่นหอมสะอาดสะอ้านจากตัวเขาเข้ามากระทบประสาทสัมผัสของธารา ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด
“คุณธารินคะ! มีข่าวลือว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงการแต่งงานแก้เคล็ดและอุ้มธุรกิจตระกูลวราลิน จริงไหมคะ!” นักข่าวสาวคนหนึ่งยื่นไมโครโฟนถามอย่างจาบจ้วง
ธารากำลังจะเอ่ยปากตอบด้วยชั้นเชิง ทว่าธารินกลับเป็นฝ่ายกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มทรงพลังที่ดังฟังชัดไปทั่วบริเวณ
“ตระกูลอัครวาริน และ ตระกูลวราลิน ร่วมมือกันทางธุรกิจมานานหลายทศวรรษ... การแต่งงานของผมกับธารา ไม่ใช่เรื่องการอุ้มหรือการแก้เคล็ด แต่เป็นการรวมกันของสองตระกูลที่คู่ควรที่สุด” ธารินสบตานักข่าวด้วยสายตาเย็นชาทว่าจริงจัง
“และที่สำคัญที่สุด... ธาราคือผู้หญิงคนเดียวที่ผมเลือกให้มานั่งตำแหน่งสะใภ้ใหญ่และภรรยาของผม”
คำตอบของธารินสร้างความตกตะลึงให้แก่คนทั้งงาน โดยเฉพาะซ้อกิ่งและมินตราที่ยืนอยู่ไม่ไกล ธารามองใบหน้าคมคายของสามีตามสัญญาด้วยความประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าชายหนุ่มผู้เย็นชาและมองทุกอย่างเป็นเพียงตัวเลข จะออกตัวปกป้องเธออย่างเปิดเผยและเด็ดขาดขนาดนี้
“ขอบคุณที่ช่วยพูดนะคะ... คุณสามี” ธารากระซิบชิดไหล่กว้างของเขาเบา ๆ เมื่อนักข่าวเริ่มถอยออกไป
ธารินก้มลงสบตาเธอ นัยน์ตาคู่คมสะท้อนภาพหญิงสาวในชุดสีแดงสดด้วยความลึกล้ำ ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยระดับเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"ฉันไม่ได้ช่วยเธอ...ฉันแค่ปกป้องเกียรติของตระกูลอัครวาริน ถ้าภรรยาของฉันถูกมองว่าโดนกดขี่ คนที่จะเสียชื่อเสียงก็คือฉัน”
แม้คำพูดจะยังคงเย็นชาและเป็นงานเป็นการ ทว่ามือของธารินกลับไม่ยอมปล่อยออกจากเอวบางของเธอเลยแม้แต่นาทีเดียวตลอดการเดินทักทายแขกในงาน
ซ้อกิ่งเดินตรงเข้ามาหาทั้งคู่ด้วยใบหน้าที่พยายามเก็บอารมณ์สุดชีวิต
“ธารา... ฉันบอกให้ใส่ชุดประเพณีที่ฉันเตรียมไว้ไม่ใช่หรือ ทำไมถึงกล้าขัดคำสั่งฉัน!” ซ้อกิ่งกระซิบถามด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน
ธารายกยิ้มหวาน นอบน้อมแต่สายตาท้าทาย
“ธาราทราบดีค่ะว่าม๊าหวังดี... แต่ชุดประเพณีที่คุณม๊าเตรียมให้ เหมาะสำหรับงานภายในครอบครัวมากกว่าค่ะ งานระดับประเทศที่มีสื่อมวลชนและนักธุรกิจระดับโลกมาร่วมงานแบบนี้ ธาราคิดว่าการแต่งตัวให้สง่างามและสมเกียรติอัครวาริน คือสิ่งที่สะใภ้ใหญ่ควรกระทำที่สุดค่ะ... หวังว่าคุณม๊าจะเข้าใจในความตั้งใจของธารานะคะ”
คำตอบที่ไร้ที่ติประกอบกับคำว่า ‘คุณม๊า’ ที่ธาราเลือกใช้ได้อย่างถูกต้องตามประเพณี ทำให้อาการโกรธของซ้อกิ่งถูกแช่แข็ง เจ้าสัวไพศาลที่เดินตามมาถึงกับยิ้มตบหัวไหล่ลูกชาย
“อาตี๋... ตาแหลมคมเหมือนป๊าไม่มีผิด ได้ภรรยาที่ทั้งสวย ฉลาด และมีศักดิ์ศรีขนาดนี้ ถือเป็นโชคดีของอัครวารินแล้ว”
ตลอดทั้งคืน งานเลี้ยงฉลองจบลงด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม ธาราสามารถสยบทุกคำปรามาสของสังคมไฮโซลงได้อย่างหมดจด เธอแสดงให้ทุกคนเห็นว่า ‘ธารา วราลิน’ ไม่ใช่เหยื่อที่ใครจะมารังแกได้ง่ายๆ
เมื่อเวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงคืน ทั้งสองกลับขึ้นมายังห้องหอชั้นสามอีกครั้ง
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องกว้าง ธารินถอดเสื้อสูททักซิโด้ออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมคอ ส่วนธาราเดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกแต่งตัว พยายามเอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อปลดซิปชุดราตรีที่อยู่ลึกเกินกว่าจะเอื้อมถึง
ธารินมองภาพหญิงสาวในกระจกผ่านเงาสะท้อน ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหยุดอยู่ด้านหลังเธอช้า ๆ
“ให้ฉันช่วยไหม...” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นกลางความเงียบ
ธารามองเงาของเขาในกระจก หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ
“รบกวนด้วยค่ะ...”
นิ้วมือยาวและอบอุ่นของธารินสัมผัสลงบนแผ่นหลังเนียนนุ่ม ค่อย ๆ รูดซิปชุดราตรีสีแดงสดลงมาช้า ๆ สัมผัสเบาบางทว่าแฝงไปด้วยความรุ่มร้อน ทำให้บรรยากาศในห้องหอเริ่มเปลี่ยนไป... พายุศึกในงานเลี้ยงจบลงแล้ว ทว่าพายุแห่งความรู้สึกระหว่างเขากับเธอกำลังจะเปิดฉากขึ้นในห้องหอนี้!
