บทที่ 7 ว่าที่คู่หมั้น
"ขอบใจคุณกายมากนะคะ ที่ดูแลน้องให้ นี่ยัยรตีกินยาแล้วหรือยังคะ"
พรอุมาถามถึงลูกสาวอย่างห่วงใย ทันทีที่เธอและสามีถึงบ้าน กรเอกที่นั่งรอพวกเขาอยู่บนโซฟาที่ห้องโถงของบ้าน ก็รายงานอาการของมีรตีให้ฟัง ทำให้อนุวัฒน์ถึงกับแอบยิ้มกับภรรยา ว่าผู้เป็นบุตรชายคงจะเริ่มห่วงน้องรักน้องบ้างแล้ว
"กินแล้วครับ ผมดูจนกินข้าวกินยาเรียบร้อย หมอบอกว่าเป็นไข้...ธรรมดาน่ะครับ"
ไม่กล้าพูดมากกว่านี้ว่าเป็นไข้เพราะอะไร เขาหลบตาพรอุมา แล้วเสทำเป็นคิ้วขมวดมองดูโทรศัพท์มือถือในมือ อนุวัฒน์สะกิดภรรยา ชวนเธอขึ้นไปบนห้องเพื่อพักผ่อน หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งวัน
"ไปดูยัยรตีนิดหนึ่งนะคะ"
"อย่าไปกวนลูกเลย ให้นอนพักไปเถอะ"
อนุวัฒน์ปราม เมื่อพรอุมาทำท่าจะเดินไปที่ห้องลูกสาว เธอถอนใจและพยักหน้า เดินตามสามีกลับห้องแต่โดยดี
"ไม่น่าเชื่อนะคะ ว่าคุณกาย จะพายัยรตีไปหาหมอ ช่วยดูแลน้องให้"
"อืม...เป็นเรื่องดีๆ แล้วล่ะ ยัยหนูรตีเป็นเด็กน่ารัก พี่คงอดรักไม่ได้หรอก นายกายไม่เคยมีน้องสาว เอ่อ...ก็พูดๆ อยู่ว่าอยากจะมี ตอนนี้มียัยรตี ก็น่าจะเอ็นดู"
อนุวัฒน์ว่า พรอุมาถอนใจเฮือก เธอพยักหน้า สีหน้านั้นยังมีความกังวลเคลือบแฝงเร้น จนสามีต้องดึงเธอไปกอดไว้
"เป็นอะไร หน้าตาไม่สู้ดีเลย"
"ฉันอาจจะระแวงอะไรนิดหน่อย คิดมากไปน่ะค่ะ"
"นายกายมาดีนั่นแหละ ถึงแม้ว่า..."
อนุวัฒน์นึกถึงใครบางคนแล้ว ก็หยุดคำพูดไปเสีย เพราะไม่อยากให้คนในอ้อมแขนไม่สบายใจ
"เอาเถอะ...เป็นอันว่า นายกายน่าจะเข้ากับหนูรตีได้"
"ถ้าแบบนั้นก็ดีค่ะ"
"จริงสิ...ลูกชายของเพื่อนคุณ ที่ว่าจะมาขอฝึกงานกับเรา กลับมาหรือยัง"
"ตาคิมนั่นหรือคะ กลับมามะรืนน่ะค่ะ"
เธอนึกถึงคนไกลที่กำลังจะเดินทางมาแล้ว สีหน้าก็เปลี่ยนไป เป็นสดชื่น จนสามีที่เห็นถึงกับเอ่ยทัก
"แนะ พูดถึงหนุ่มแล้วยิ้ม หมายความว่ายังไงกันนะคุณพร"
"เอ็นดูหลานน่ะค่ะ ตาคิมมาก็ดี จะได้มาช่วยดูแลน้อง ไม่แน่นะคะฉันอาจจะให้ลูกหมั้นไว้"
"หืม"
คิ้วเข้มของอนุวัฒน์เลิกขึ้น แล้วจิ้มนิ้วไปที่หน้าผากภรรยาที่กำลังยิ้มละไมอย่างหยอกๆ
"อะไรกัน คิดจะรวบรัดลูกหรือยังไง คุณพร คลุมถุงชนเลยหรือ"
"ไม่เชิงหรอกค่ะ" พรอุมาหัวเราะ
"กับตาคิมเห็นกันแต่เด็กแต่เล็ก เด็กดี ผู้ชายในฝันของสาวๆ เลยก็ว่าได้ ฉันกับลูกสนิทกับครอบครัวนั้นมาก ยัยแพรวกับฉันเคยคุยกันเล่นๆ ว่าอยากให้ลูกดองกัน คิมเองก็ดูจะชอบๆ น้องอยู่มาก แต่รตียังเด็กนี่ล่ะค่ะ ก็เลยอาจจะไม่คิดอะไร มาหนนี้ตาคิมอาจจะเดินหน้าจีบน้อง" คิดแล้วก็รอยยิ้มก็ยิ่งกว้างขวาง
"โอ๊ย คิดแล้วก็โรแมนติคจริงๆ "
"หึๆ ยัยหนูรตีผมเองก็เหมือนลูกสาว ถ้าเกิดว่าลูกสาวจะมีคนดีๆ มาดูแล ผมก็ดีใจด้วยนะ ผมจะช่วยสนับสนุน ถ้าเกิดว่าเด็กคนนั้นดีจริงๆ "
"ตาคิมไม่มีด่างพร้อยหรอกค่ะ ฉันสืบมาดีแล้ว รู้จักประวัติดี ถึงอยากจะดันให้ลูก และเหนือไปกว่านั้น ยัยแพรวบอกว่า ตาคิมน่ะแอบรักน้อง แอบรอน้องมานานแล้ว"
"โอ...ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็มาสนับสนุนและลุ้นกับพวกเขากันดีกว่า"
"ต้องสนับสนุนสิคะ เพราะพรจะให้คนนี้เป็นลูกเขย"
พรอุมาว่า แล้วก็เล่าเรื่องของคุณาภัทรให้สามีฟังอย่างปลาบปลื้ม
เธออยากได้เขามาเป็นลูกเขย ช่วยปกป้องดูแลยัยหนูรตีของเธอจริงๆ
บางทีอาจจะจับหมั้นกันไปเลยก็คงดี
เผื่อกลัวว่า...ใคร...อาจจะหมายปองยัยรตีอยู่
.............................................................................................
เสียงประตูห้องเปิดออกในยามดึก ทำให้คนที่กำลังนอนอยู่และหลับลึกเพียงแค่ขยับตัว ร่างสูงเดินย่องมาที่เตียงเธอ เสียงทุ้มบ่นพึมพำเบาๆ
"ขี้เซาจริงๆ แบบนี้สักวันเถอะ คงจะโดนอุ้มหายไปถ้ามัวแต่นอนแบบนี้"
คนบุกรุกกลับเผลอบ่น ทั้งที่การที่เธอหลับ มันทำให้เขาทำอะไรได้ง่ายอย่างใจมากกว่าถ้าเธอตื่นแท้ๆ
เขาค่อยๆ ทรุดลงนั่งบนเตียงเธอ มือนั้นแตะที่หน้าผาก...อา...เธอตัวเย็นลงแล้ว เจ้าหล่อนยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น เขาทำเสียงบางอย่างในลำคอ เธอตัวเย็นแล้ว...ทายาหรือยังนะ?
เขาเปิดโคมไฟหัวเตียง แล้วค่อยๆ จับเจ้าหล่อนพลิกให้นอนหงาย ระหว่างที่เขากำลังจะรูดกางเกงนอนของหล่อนลง มีรตีก็สะดุ้งตื่น แล้วทำท่าจะร้องกรี๊ด จนเขาต้องใช้มือปิดปากเธอไว้ พลางจุ๊ปาก
"ชูว์ พี่เอง"
"พี่กายเข้ามาทำไม"
"อยู่นิ่งๆ พี่จะดูแผลให้"
"ผะ แผล"
"ทายาหรือยัง" เสียงนั้นยังคงนิ่งเรียบ ตาคมดุนั่นมองไปที่บางส่วน ที่มีอาภรณ์ห่อหุ้มอยู่
"ทาแล้ว ไม่เจ็บแล้ว"
"ให้พี่ดูก่อน"
"ออกไปนะ ไม่อย่างนั้นรตีจะกรี๊ดดังๆ ไม่นะคนบ้า ไม่ให้ดู"
อายจนอยากจะร้องไห้ เสียงทุ้มนั้นกลับหัวเราะ
เธอจำต้องนอนนิ่ง ไม่อยากเห็นหน้าเขา ไม่อยากเห็นสายตานั่น
แสงไฟทำให้เขาเห็นว่าแก้มของเธอแดง หูของเธอก็แดงจัด
เขาอดยิ้มไม่ได้ทั้งที่พยายามกลั้นไว้
"อีกสองสามวันก็น่าจะหาย"
เขาเปรย แล้วลุกขึ้นยืน พลางก้าวยาวๆ ออกไปจากห้องของเธอ มีรตีลุกขึ้นนั่ง มองตามคนตัวโต แล้วเม้มปากแน่น
"คนบ้า คนผี"
เธออดด่าตามหลังเขาไม่ได้
สาวน้อยล้มตัวลงนอน อกใจยังคงเต้นระทึก เขาเข้ามาในห้องของเธอได้ยังไง ทั้งที่เธอล็อคประตูแล้ว เธออยากจะให้ช่างมาติดกลอนข้างในเพิ่ม เอาให้เขาเข้ามาไม่ได้ คงจะดี
เธอถอนใจเฮือก ตามองเพดานข้างบน ร่างกายบางส่วนฟ้อง...ว่าตอนนี้เธอไม่ใช่สาวน้อยผู้บริสุทธิ์เหมือนเดิมอีกแล้ว
ผู้ชายที่เข้ามาเป็นสมาชิกคนใหม่ในครอบครัว เขาได้พรากความไร้เดียงสาของเธอไป
เขาเป็นตัวอันตราย เป็นคนร้ายกาจที่เธอควรจะเกลียดชังให้มากที่สุด
แต่ทำไม...
เขากลับมาทำอ่อนโยนกับเธอ
เธอกัดริมฝีปากจนเจ็บ
เธอควรจะเกลียดเขา
มีรตี
เธอต้องเกลียดเขา...
