บทที่ 8 ยุแยง
"หึ ก็คงจะมารยา ทำให้พ่อของแกรักหลงยังไงล่ะ ตากาย นี่แม่ได้ข่าวว่า นังนั่นอ้อนให้พ่อแกไปซื้อที่ไว้อีกสองแปลง แล้วก็ยังออดอ้อน ให้รับลูกของเพื่อนมันมาทำงานฝึกงานด้วย คงเตรียมจะฮุบกิจการพ่อของแกล่ะ"
"ผมก็ดูๆ อยู่น่ะครับ"
กรเอกถอนใจน้อยๆ แล้วกรอกเสียงตอบไป
"แกจะแค่ดูๆ อย่างนั้นหรือ ตากาย แกต้องช่วยพ่อด้วยสิ" ตันหยงกรอกเสียงแหลมไปตามสาย พลางถอนใจนิดๆ
"นังนั่นไม่ใช่คนดี ลูกสาวของมันด้วย แม่เคยให้นักสืบตาม มันก็ออดอ้อนออเซาะพ่อของแกไม่ต่างจากแม่ของมัน มันเป็นเด็กแรดคนหนึ่ง หึ! คงจะกะปรนเปรอให้พ่อแกด้วย จะได้ยิ่งหลง ยิ่งอยู่มือ"
"เอ่อ..."
ถ้าเป็นตอนที่เขายังไม่รู้ เบื้องลึกของมีรตี เขาก็อาจจะเออออไปกับท่าน แต่เด็กแรด ร่าน ที่มารดาว่า ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องจนมาถึงมือเขานี่สิ มันทำให้กรเอก รู้สึกเปลี่ยนไป
เขากำลังรู้สึกเปลี่ยนไป ทีละน้อย ทีละน้อย กับเธอ...
"แม่น่ะ รักพ่อของแก" ทางนั้นเริ่มคร่ำครวญ
"แม่กำลังจะขอคืนดี แต่ว่า...เขาก็มีนังตอแหลนี่มาก่อน กาย แกต้องช่วยแม่นะ แม่รู้ว่าพ่อก็ยังรักแม่อยู่ แค่หลงนังนี่เท่านั้นเอง แล้วนังนี่ก็ไม่ใช่คนดี กาย...แกต้องช่วยแม่ เราจะได้กลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง"
"ผม...จะพยายาม"
น้ำเสียงที่ไม่ค่อยหนักแน่นเหมือนเดิม ทำให้ตันหยงกัดริมฝีปาก ระงับใจที่จะพ่นกล่าวคำต่อว่าตัดพ้อลูกชายไป ตอนนี้เธอจะต้องใช้เขา...
"ช่วยแม่ด้วยนะ ตากาย แม่อยากให้เรา พ่อแม่ลูก มาเป็นครอบครัวกันอีกหน"
เอ่ยร่ำไรร้องไห้กับลูกอีกสองสามประโยคแล้ว เธอก็วางสาย สีหน้านั้นบูดบึ้งนัก ดูเหมือนว่ากรเอกจะดูอ่อนลง ไม่แข็งขันเหมือนทีแรกๆ ที่จะไปเข้าบ้านนั้น
หรือทางนั้นป้ายยาอะไรเอาล่ะนั่นลูกชายเธอถึงเปลี่ยนไป
เธอไม่ยอมหรอก
ตันหยงถอนใจเฮือกใหญ่ อดีตสามีคือตัวเลือกสุดท้ายของเธอ เธอคิดจะหวนคืนกลับไปหาเขา ทว่า...เขากลับประกาศแต่งงานกับนังพรอุมาใหญ่โต และรับลูกของมันเข้ามาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวอย่างหน้าชื่นตาบาน
เธออดทนรอ ค่อยๆ กล่อมลูกชาย จนเขาเชื่อว่าเธออยากกลับไปคืนดีกับอนุวัฒน์ จนเขาเชื่อว่าแม่นั่นจะมาปอกลอกทำร้ายอดีตสามี กรเอกจึงออกหน้า อาสาไปทำงานนี้ให้เธอ นั่นก็คือแทรกซึมและทำลายครอบครัวทางฝ่ายนั้น
เธอต้องการอดีตสามีกลับคืนมา
และต้องการเงินของเขาด้วย
ทั้งหมด!
.......
"วันนี้ พี่คิมจะมานะหนูรตี"
มารดาเอ่ยขึ้น ขณะที่รับประทานอาหารเช้าร่วมกัน เจ้าของชื่อยิ้มกว้างออกมาทันที แล้วอุทานอย่างดีใจ
"พี่คิมจะมาหรือคะ ที่แม่บอกไว้ว่าพี่คิมจะมาฝึกงาน? ที่บริษัทของคุณพ่อใช่ไหมคะ ดีใจจัง รตีคิดถึงพี่คิม"
สาวน้อยว่าเสียงสดใส หน้าตาของเธอนั้นหรือก็สดชื่นนัก ยามเอ่ยถึงผู้ชายคนนั้น
คิ้วเข้มของคนที่นั่งใกล้เธอขมวดมุ่น เขาเม้มริมฝีปาก แล้วเผลอกระแทกแก้วกาแฟของตนแรงไปนิด จนบิดาต้องเหลือบตามอง
"จ้ะ มาหนนี้คงอยู่เมืองไทยนาน"
คนพูดมองดูสีหน้าของบุตรสาวไปด้วย ดูเหมือนว่ามีรตีจะยินดีจริงๆ ที่ได้เจอกับคุณาภัทร แบบนี้เรื่องที่เธอกับเพื่อนสนิทวางแผนกันไว้ ก็คงจะราบรื่นนั่นแหละ
"ว้าว"
มีรตรีปรบมือเข้าหากัน เธอรู้สึกดีๆ กับเพื่อนรุ่นพี่คนนี้มาก เธอรักเขาเหมือนพี่ชาย ใช่...คุณาภัทรให้ความรู้สึกแบบนั้น พี่ชายช่างปกป้อง ดูแลน้อง เมื่อก่อนเขาและเธออยู่ใกล้บ้านกัน เล่นขลุกอยู่ด้วยกัน ตั้งแต่เยาว์วัย เขาอายุห่างจากเธอเจ็ดปี ทุกวันนี้เขาก็ยังติดต่อกับเธอไม่ห่าง แม้จะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ความสัมพันธ์นี้สำหรับมีรตี คือความอบอุ่น คือความรักแบบฉันท์พี่น้อง
"จริงสิ" พรอุมาหันไปหาสามี แล้วเอ่ยขึ้น
"ยัยแพรวฝากลูกชายไว้กับเราสักสองอาทิตย์ก่อนนะคะคุณนุ คุณจะว่าอะไรไหมคะ ถ้าเกิดว่าพรจะให้ตาคิมมาอยู่กับเราก่อน เพราะบ้านที่ยัยแพรวซื้อไว้ ยังจัดการเรื่องตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ไม่เรียบร้อยเลย"
"ไม่ว่าหรอกครับ"
"ดีจังเลยค่ะ" มีรตียังคงยิ้มเบิกบานเมื่อนึกถึงคนที่เป็นเหมือนพี่ชายของเธอ
"รตีจะได้ชวนพี่คิมเที่ยว"
"หืม...จะพากันไปไหนจ๊ะ นี่ใกล้จะสอบแล้วนะ ส่วนพี่คิมของเราก็มาขอฝึกงาน ต้องทำงานสิไม่ใช่มาเที่ยวเล่น"
มารดาว่าปรามๆ มีรตียักไหล่ แล้วเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ
"ความลับค่ะ พี่คิมสัญญาไว้ว่าถ้ามาเมืองไทย จะพารตีไปที่นั่น รตีจะสอบให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปค่ะ ขออนุญาตแม่ล่วงหน้าเลยนะ"
"ถ้าไปกับคิม แม่อนุญาตจ้ะ"
"อะแฮ่ม! "
เสียงกระแอมเรียกร้องความสนใจดังขึ้น ทุกคนหันไปมองทางต้นเสียง กรเอกยิ้มน้อยๆ ส่งให้ทุกคน พลางเอ่ยขึ้นมาเสียงทุ้ม
"วันนี้ผมมีธุระผ่านทางมหาวิทยาลัยของน้องพอดี ผมไปส่งให้นะครับ คุณพ่อจะได้ไม่ต้องแวะไปส่งรตี"
คำพูดอาสานั้น ทำให้มีรตีเม้มริมฝีปาก อยากจะตอบเหลือเกินว่าเธอไม่อนุญาต ทว่า...
"เอาสิ ดีเหมือนกันพ่อจะเลยไปธุระกับคุณพรก่อน อยู่อีกทางพอดี"
"ขอบใจคุณกายมากนะคะ พ่อกับน้าจะได้แวะไปรับนายคิมด้วย เอ่อ...คุณกายคงไม่ว่าอะไรนะคะ ถ้าบ้านเราจะมีสมาชิกมาเพิ่มระยะหนึ่ง"
"อ้อ...ไม่หรอกครับ" เขายกแก้วน้ำขึ้นจิบ แล้วหัวเราะเบาๆ
"บ้านเราจะได้คึกครื้นยังไงละครับ น้องรตีพูดถึงคนๆ นี้เสียผมอยากรู้จัก ผมชักจะน้อยใจเสียแล้ว ผมน่ะมีศักดิ์เป็นพี่ชายน้องนะครับ"
คำพูดนั้นทำให้พรอุมาหัวเราะ
"น้อยใจหรือคะนั่น น่ารักจังคุณกาย"
"ผมก็อยากมีน้องสาว"
เขาว่าแล้วลุกขึ้นมา เดินช้าๆ ไปยังเก้าอี้ของมีรตี เขายิ้มอ่อนโยนส่งให้มารดาเลี้ยงและบิดา มือของเขาวางบนบ่ามน กดน้ำหนักในที มีรตีถึงกับสะดุ้งนิดๆ
"น้องรตีก็คือน้องสาว ที่ผมรอมานาน การที่น้องสาวไปรักคนอื่นมากกว่าพี่ชาย ผม...น้อยใจนะครับ หืม...ว่าไงรตี คิดจะรักคนอื่นมากกว่าพี่คนนี้หรือเปล่า"
เขาก้มลงถามเธอ เน้นหนักที่คำว่ารัก มีรตีเงยหน้ามองเขา หน้านวลแดงเถือกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ มือของเขายังคงเน้นน้ำหนัก เธอจึงได้แต่สั่นหน้า
อาการนั้นของพี่ชาย-น้องสาว ทำให้บิดามารดาของทั้งคู่มองตากัน แล้วแอบยิ้ม อาจจะเป็นนิมิตรหมายอันดีของการรวบครอบครัว
"คิมน่ะสนิทกับน้องมานานน่ะค่ะ" พรอุมาแก้ต่างให้
"กับคุณกายน้องคงยัง...ไม่ค่อยคุ้น"
"จริงๆ แล้วให้ผมไปส่งให้ทุกวันเลยก็ได้นะครับ ผมอยากทำหน้าที่พี่ชาย กับน้อง ผมอยากจะคุ้นเคยให้มากกว่านี้ ครอบครัวเราจะได้เป็นครอบครัว
คำพูดของเขาทำให้พรอุมาและอนุวัฒน์รู้สึกดี แต่มีรตีกำลังรู้สึกใจสั่นขึ้นมาทันที
เธอเงยหน้าจ้องเขา ก่อนจะรีบเสหลบ เมื่อเขามองสบตาเธอเข้า นัยน์ตาเหมือนพ่อเสือนั้น ทำให้เธอนึก 'กลัว'
การที่เขาอาสาแบบนี้ มันเหมือนการควบคุม
หึ!
สาวน้อยนึกขบถในใจ...
แต่ตอนนี้เธอยังทำอะไรไม่ได้ ได้แต่แสร้งยิ้มยินยอมไป เธอรู้ว่าคนร้ายกาจอย่างเขา จ้องจะทำลาย มากกว่าจะสร้างสัมพันธ์อันดี
"อิ่มแล้วหรือยัง"
คนที่ยังคงยืนอยู่ด้านหลังเธอว่า มีรตีอยากจะบอกว่าอิ่มตื้อ กินอะไรไม่ลงตั้งแต่เขาอาสาว่าจะไปส่งนั่นแหละ แต่เพียงแค่พยักหน้าแล้วตอบรับเบาๆ
"ค่ะ"
"งั้นก็ไปกันเถอะ เดี๋ยวรถติด เราจะสาย"
มีรตีจำต้องเดินตามเขาไปด้วยการลากขาช้าๆ
เธอภาวนาอยากให้ตัวเองมีความกล้าหาญมากกว่านี้
เธออยากจะฉีกหน้ากากที่เขาสวม เปิดโปงเขาให้ทุกคนในครอบครัวได้รู้
ว่าเขาไม่ใช่พี่ชายแสนดีสำหรับเธอ
เขาเป็นซาตานตัวร้ายต่างหาก
