บทที่ 9 เธอเป็นของพี่
"แผลเป็นยังไงบ้าง"
คำถามแรกหลังจากออกรถมาจากบ้านได้สักระยะ จากปากของกรเอก เล่นเอามีรตีหน้าแดงเถือก เธอกำมือเข้าหากันแน่น ทำหูทวนลมว่าไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด
กรเอกรอคำตอบจากเธอ ปรายตามองสาวน้อยแสนดื้อ...ใช่...เขาลอบยิ้ม เธอดื้อ นั่นคือสิ่งที่เขาได้รับรู้หลังจากคืนนั้น ดื้อเงียบเสียด้วย เวลาสาวน้อยไม่พอใจ โกรธ เธอจะทำเมินมองเขาเหมือนกับเขาเป็นสิ่งไม่มีชีวิต ไม่น่าสนใจ และแน่นอนว่า เขายอมไม่ได้หรอก ที่เธอจะมาทำแบบนั้นใส่เขา
รถค่อยๆ ผ่อนความเร็วลง ก่อนจะเลี้ยวเปลี่ยนทาง มีรตีหันขวับเลยทีเดียว เจตนาจะไม่พูดกับเขา ถูกทิ้งไว้เสียชั่วคราว
"พี่กายจะไปไหน"
"จะไปดูแผล"
คำตอบจากริมฝีปากได้รูปนั่น เล่นเอามีรตีทั้งอายทั้งโกรธจนควันแทบจะออกหู
"โอ๊ย รตีไม่ให้ดูนะ"
"ไม่ให้ดูก็ตอบมาสิ ว่าดีขึ้นหรือยัง"
"อืม"
สาวน้อยตอบนั้นๆ เธอเมินหน้าไปทางอื่น เมื่อรู้ตัวว่าเผลอหันมามองหน้าเขานานเกินไปแล้ว เธอชังเขา...จนไม่อยากมองหน้า แต่ก็ใจเต้นกับเสียงของเขา เธอกำลังสับสน กำลังจะเป็นบ้า เพราะคนบ้าๆ ข้างๆ นี่ล่ะ
"อืม...นี่คืออะไร? หายบวมแล้ว"
"ค่ะ หายแล้ว" หลับหูหลับตาตอบ
"พี่กายพารตีไปมหาวิทยาลัยได้แล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นรตีจะฟ้องพ่อกับแม่จริงๆ ด้วย"
เขายังคงไม่ฟังเธอ ในที่สุดเขาก็จอดรถที่ลานจอดรถของสวนสาธารณะ มีรตีแม้จะตกใจกับสิ่งที่เขาทำ แต่ก็แสร้งทำหน้านิ่งๆ ไว้ กับกรเอก ถ้าเขารู้ว่าเธอตกใจ เขาก็คงจะสะใจกับสิ่งที่ได้ทำนั่นล่ะ
"คุยกันก่อน"
เขาเปรย แล้วลดกระจกลง พลางจุดบุหรี่ขึ้นสูบ สาวน้อยทำจมูกฟุตฟิต เธอไม่ชอบกลิ่นควันบุหรี่ แต่...เธอไม่พูดให้เขารู้หรอก เดี๋ยวเขาจะแกล้งเธอเอา
"คุยอะไรคะ"
เธอเริ่มน้ำมูกไหล จนต้องควานหาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำมูก อาการนี้เกิดทุกหนยามได้กลิ่นควันบุหรี่
"ไอ้หมอนั่นเป็นใคร สนิทกับรตีแค่ไหน"
"พี่คิมน่ะเหรอคะ" เธอยักไหล่ สุดน้ำมูกไปด้วยฟิตๆ
"มันเรื่องของรตี ที่จะสนิทกับเพื่อนของรตีแค่ไหน พี่กายไม่เกี่ยว"
"เกี่ยวสิ"
เขาขยี้บุหรี่กับข้างรถ แล้วปล่อยให้มันตกลงไป แล้วหันขวับมาคว้าเธอ มีรตีที่ไม่ได้ตั้งตัว ร้องกรี๊ดเมื่อตัวเองถลาขึ้นไปบนตักอุ่นๆ นั่น
เขารัดเธอเหมือนงูรัดเหยื่อ
ในเนื้อที่จำกัดของรถยนต์คันหรู ทำให้เธอต้องเบียดเสียดแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับเขา
กรเอกทำเสียงหึในลำคอ มือของเขากุมที่ปลายคางมน พร้อมกับก้มลงถามเธออีกหน นัยน์ตาคมกริบที่มองเธอมานั้น ทำให้มีรตีแทบละลาย
เขามองเธอราวกับจะกลืนกินเธอ...
"สนิทกับมันแค่ไหน? คิดกับมันแค่ไหน"
"พี่ชายค่ะ"
เธอจำต้องตอบ หลบตาเขาวูบ แล้วเอ่ยปากคอสั่น เนื้อตัวนั้นสั่นจนกรเอกรับรู้ เขาค่อยผ่อนแรงรัด เอาแต่ใจ อย่างละม่อมและลืมตัว
ทั้งที่เขาไม่ควร...จะนึกเห็นใจ กับเจ้าหล่อนเลย
เขาอยากทำให้เจ้าหล่อนเกลียด
อยากทำให้แม่หล่อนกับหล่อนหนีไปเสียจากชีวิตของพวกเขา
"แค่นั้นใช่ไหม"
"ชะ...ใช่"
"อย่าให้พี่รู้ ว่าเธอสนิทกับหมอนั่นมากกว่านั้น"
เขาก้มหน้าลงมาหา เสียงทุ้มแผ่วนั้นกระซิบแทบชิดปากอิ่ม ลมหายใจของเขาปะทะหน้าของเธอ
"พะ...อื้อ"
ริมฝีปากเร่าร้อนบดคลึงลงมา จู่โจมดูดดึงอย่างเอาแต่ใจ มีรตีดิ้นอึกอักในตอนแรก แต่แล้วเธอก็ถูกกระแสพิศวาส ห่อหุ้มและพัดพาเธอให้กับเขา
แม้จะไม่เต็มใจ
แม้จะไม่ยินยอม
แต่ประสบการณ์ช่ำชองของเขา ล่อลวงคนอ่อนประสบการณ์ ให้ตกหลุมบ่วงเล่ห์ ของผลไม้ต้องห้าม เขาค่อยๆ บังคับให้เธอคล้อยตาม ร่างน้อยอ่อนระทวย หายใจหอบ เมื่อจูบนั้นล้ำลึกขึ้น ดื่มด่ำยิ่งขึ้น
"อืม...หวานจัง รตีของพี่"
เสียงทุ้มพร่า พึมพำอย่างพอใจ ก่อนจะกดจูบลงมาอีก เหมือจะไม่เปิดโอกาสใดๆ ให้เธอได้รู้สึกตัวและผละหนี ต่อต้านเขา
มือร้อนอีกข้าง สอดเข้ามาตรงสาบเสื้อ เข้าไปยังทรวงอกขนาดเหมาะมือ ที่ซ่อนซุกอยู่ในบาร์เซียลูกไม้สีหวาน ลูบไล้ปลายยอดผ่านเนื้อผ้า ร่างงามสะเทิ้นกับสิ่งที่เขากำลังปรนเปรอ ล่อลวง...
เขาถอนจูบ ก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น เผลอดูดเม้ม จนมันเป็นรอยตีตรา ดอมดมทรวงสาวผ่านผ้า มีรตีจิกมือกับศีรษะของเขาแน่น ครางเบาๆ โอ...เขากำลังจะฆ่าเธอ...ทรมานเธอ ด้วยตัณหาอันหวานหอม
"อื้อ...พะพี่กาย"
"ให้พี่จับนิดหนึ่งนะ ว่ามันหายหรือยัง"
มืออีกข้างลูบเลื่อนลงไปยังด้านล่าง สู่ท่อนขาเนียน มีรตีสั่นหน้า เธอหน้าแดงไปหมดตอนนี้ ด้วยแรงอารมณ์ที่เขาปลุกเร้า
"มะ...ไม่ได้"
มือของเธอยุดข้อมือเขาไว้ หากมันไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย ร่างงามเลยพยายามจะดิ้นลงจากตักเขา เมื่อคาดการณ์ได้ว่าเขากำลังจะทำอะไร
"นิดเดียว" เขาเอ่ยอ้อน
"นะ..."
ริมฝีปากนั้นเคลื่อนมาประกบปิดปากเธอ เป็นจังหวะเดียวกับมือมือร้อนๆ ของเขานั้น ประกบจับเต็มที่กับเนื้ออิ่มนูน
เธอสะดุ้ง เมื่อมันแหวกเข้าไปสะกิดลูบคลึงติ่งเกสร...มีรตีครางชิดปากเขา น้ำหวานสาวถูกขับออกมาอิ่มอาบ เขาสอดซุกนิ้วเข้าไปอย่างซุกซน มันแนบแน่นเหลือเกิน...อา...เขาปวดหนึบไปหมด เพราะต้องการปลดปล่อย แต่สถานที่นี้ไม่เหมาะเอาเสียเลย เขาต้องการให้เธอมีความสุข กับสัมผัสของเขา ต้องการแก้ตัว...เพราะเขาทำเธอไว้เจ็บนัก กับประสบการณ์ครั้งแรกนั้น
"อุ๊ย อืม อื้ม"
"อย่าเกร็งที่รัก อา...แบบนั้น อ้าขาอีกนิดสิจ๊ะ"
เสียงทุ้มนั้นปลุกปลอบ เร่งเร้า ได้รางวัลคืออาการเสียวสะท้าน นัยน์ตาที่หลับพริ้ม เสียงครางหวานๆ บอกว่ากำลังเปี่ยมสุขกับการกระทำของเขา กรเอกเสียดสีเร็วขึ้น ส่งเธอขึ้นไปยังวิมานดาวที่ใกล้แค่เอื้อม
"อ๊า พี่กาย อื้ม"
เธอร้องหวีดเบาๆ ร่างงามเกร็งกระตุกเมื่อถึงวิมาน มือของเธอจับข้อมือเขาแน่น กรเอกหอบหายใจไปกับเธอ เขาจูบเธอ แล้วผละออกจากร่างน้อย ปิดประตูรถ เดินก้าวยาวๆ หายไปทางห้องน้ำ
มีรตีกึ่งนั่งกึ่งเอนบนเบาะ หอบหายใจระรัว สาวน้อยรีบลนลานแต่งตัวให้เรียบร้อย กลับไปนั่งยังที่ของตนเอง เมื่อตนเองรู้สติแล้วเต็มที่ หัวใจเธอเต้นรัว หน้างามแดงก่ำ นี่เธอเผลอใจไปกับเขาอีกแล้ว...และ หนนี้เขาไม่ได้บังคับขู่เข็ญอะไรเธอเลย
โอ...
แบบนี้ไม่ได้นะรตี
เขากำลังใช้ร่างกายเธอ...
เสียงหนึ่งต่อว่า
แต่เขาก็ไม่ได้รุกราน...ถึงขั้นนั้นไม่ใช่หรือ เหมือนกับว่าเขากำลังทำให้เธอมีความสุขมากกว่า
อีกเสียงหนึ่งค้าน
"ไปกันเถอะ"
มีรตีสะดุ้ง เมื่อเขาเปิดประตูรถแล้วกลับขึ้นมาประจำตำแหน่งของตนเองอีกหน สีหน้าของกรเอกนิ่งขรึม และเงียบ ดูเหมือนว่าเขาจะเครียดๆ อย่างไรพิกล
เขาเงียบ
เธอเงียบ
ต่างคนต่างอยู่กับความคิดของตนเอง จนเมื่อเขาส่งเธอถึงรั้วมหาวิทยาลัย
"รตี"
เสียงทุ้มนั้นเอ่ยดังก่อนที่เธอจะได้ปิดประตูรถ
"คะ? "
เผลอขานรับเขาไป แล้วก็สะบัดหน้าหนี...
"เอาผมลงเสีย เดี๋ยวคนเห็นรอยที่คอด้านหลังตรงข้างซ้าย จะรู้หมดว่า รตีไปทำอะไรมา"
คำพูดนั้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาที่เธอเห็นก่อนที่เธอจะปิดประตูกระแทกใส่เขา ทำให้เธออยากจะร้องกรี๊ดออกมาดังๆ
เธอเกลียดคนบ้านี่!
มีรตีบอกย้ำกับตัวเองไปมา ขณะดึงยางรัดผมออก ปล่อยผมให้ยาวคลุมต้นคอ โอ...เขาทำให้เธอขายหน้า เขากล้าตีตราแกล้งเธอ คนร้ายกาจ
เธอเกลียดเขา
สาวน้อยย้ำบอกกับตนเอง ขณะที่เดินหน้าเง้าขึ้นไปที่ตึกเรียน ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเพื่อนจะเอ่ยทักอะไร เพราะอารมณ์หงุดหงิดและโมโห
