บทที่ 3 บทที่ 3.

“หนูบัวรู้ไหม ว่าสายการบิน มาเวลส์ แอร์ไลน์ น่ะ เป็นสายการบินที่ไฮโซ โอเวอร์ และอลังการงานสร้างมากก มั่กๆ ม้ากกก” แดนิชลากเสียงยาว เพื่อย้ำความอลังการที่มากอย่างที่เขาหมายถึงจริงๆ

“และยังมีค่าตั๋วที่แพงมากราวกับว่าเราซื้อตั๋วเครื่องบินที่ชุบทองคำและฝังเพชรทั้งลำงั้นแหละ ที่สำคัญเจ้าของสายการบินนี้เป็นอดีตมาเฟียตัวร้ายมาก่อน” ไซม่อนเสริมคำพูดของแฟนหนุ่ม

“รู้สิ ทำไมจะไม่รู้ และนี่แหละคือความฝันของหนูบัวเลยด้วย คิดดูนะ เราได้เดินทางด้วยสายการบินที่ติดอันดับที่ดีที่สุด หรูที่สุด และอลังการงานสร้างที่สุด แดนิชไม่ดีใจเหรอ หนูบัวนี่ดีใจสุดๆ เลยนะ”

บัวบุษรายืนขึ้นพลางก้มดูความเรียบร้อยของชุดที่สวมใส่ วันนี้บัวบุษราสวมกระโปรงยีนสั้นเหนือเข่า และสวมเสื้อยืดสีขาวเพ้นต์ลายการ์ตูนพิ้งค์แพนเตอร์สีชมพูพอดีตัวและสวมรองเท้าส้นสูงสีเหลืองสดเข้ากันกับกระเป๋าใบสวยของตน เธอรวบผมตึงกลางศีรษะทำให้ใบหน้าเธอดูอ่อนเยาว์น่ารักสดใสราวสาวน้อยวัยสิบหกอย่างไรอย่างนั้นแม้จะดูธรรมดา แต่เธอกลับโดดเด่นน่ารัก

“ไอว่ามันก็แปลกๆ นะบันนี่” ไซม่อนเอ่ยขึ้นบ้างหลังจากที่เขาฟังเรื่องราวของบัวบุษราหรือที่เขามักเรียกเธอว่า บันนี่ จากปากแดนิชมาก่อนหน้านี้และเขาก็พอจะมีความรู้และข้องเกี่ยวกับงานด้านธุรกิจการบินอยู่บ้าง เพราะครอบครัวของเขาที่อเมริกานั้น พี่ชาย น้องสาว และบิดานั้นก็ทำงานอยู่ในสายการบินที่มีชื่อเสียงของโลก

“โธ่ ไซม่อนก็เป็นพวกวิตกจริตตามแดนิชอีกแล้ว ทำไมไม่คิดบ้างว่านี่คือโชคดีของหนูบัว เนี่ยหนูบัวอุตส่าห์กินชาเขียวยี่ห้อนี้มาเป็นปีๆ เพราะอยากไปริโอฯ อยากไปงานคาร์นิวัลและอยากจะไปถ่ายรูปกับพระเยซู Christ of Redeemer แบบว่าเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมเลยนะ ไม่เอาแล้วไม่คุยกับตาแก่สองคนนี้แล้วไปเปิดร้านขายของดีกว่า”

ว่าแล้วสาวน้อยหน้าใสก็เดินหน้างอออกไปจากห้องพักของคอนโดสุดหรูที่เธอพักอาศัยอยู่กับแดนิชมาเกือบสามปี ในฐานะ คู่หมั้น ของแดนไทย นับตั้งแต่เธอสูญเสียมารดาและคุณยายผู้แสนดีเมื่อห้าปีก่อน

บัวบุษราเดินเรื่อยๆ มาตามทางคอนกรีตใต้ตึกหรูแห่งนี้อย่างสบายใจชมนกชมไม้ไปเรื่อย และนึกชื่นชมเจ้าของศูนย์การค้า และอาคารพาณิชย์แห่งนี้ว่าออกแบบตกแต่งสถานที่ได้อย่างลงตัวและสวยนัก แม้ว่าจังหวัดที่เธออาศัยอยู่นี้จะไม่ใช่เมืองใหญ่เช่นกรุงเทพมหานครแต่ที่นี่ก็มีครบทุกอย่างเหมือนกันกับกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้า โรงหนัง ไนต์คลับ สถานเริงรมย์ และสิ่งที่เอื้ออำนวยความสะดวกทุกอย่าง

และที่นี่ก็คือที่ที่ทำให้เธอรู้สึกเป็นอิสระและเป็นตัวของตัวเอง ที่ที่ไม่มีใครที่รู้จักเธอ ที่ที่ไม่มีใครคอยตามหลอกหลอนและคอยยัดเยียดในสิ่งที่เธอแสนจะรังเกียจและเจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึงมัน...

“เฮ้.. หนูบัว วันนี้เธอมาเปิดร้านสายนะตองรอหนูบัวตั้งนานแน่ะนี่ว่ากำลังจะโทร.ตามเลยเชียว” เสียงใสๆ ของ ตอง หรือ ตวิษา ดังขึ้น ตวิษาสาวน้อยตาคมใบหน้าสะสวยไม่แพ้บัวบุษรา ตวิษามีผิวสีน้ำนวลเนียนและรูปร่างอวบอิ่มไปทั้งเนื้อทั้งตัวดูสวยเย้ายวนเซ็กซี่แม้จะอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนแสนธรรมดาเก่าปอนก็ตาม

“หนูบัวก็ว่าจะโทร. บอกตองอยู่เชียวแต่มาก็ดีเลยมาช่วยเปิดร้านซะดีๆ ดูสิหนุ่มๆ มารอซื้อกาแฟกันเป็นแถวแล้ว” บัวบุษราบอกเพื่อนรักเสียงใสพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจทักทายบรรดาลูกค้าหนุ่มๆ สามคนที่เตร็ดเตร่รออยู่หน้าร้านซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นลูกค้าประจำที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี

“สวัสดีค่ะ น้องแบงก์ พี่สัญ ลุงชม แหมมาแต่เช้าเลยมารอซื้อกาแฟกับขนมชั้นไปฝากป้าสายหรือจ๊ะลุงชมขา” ตวิษาเอ่ยปากทักทายลูกค้าประจำอย่างคุ้นเคยและได้รอยยิ้มเขินๆ ตอบกลับมาสองสาวช่วยกันเปิดร้าน “บัวบุษรา” โดยมีอีกสองหนุ่มคอยช่วยเหลืออย่างเป็นกันเอง

ร้านบัวบุษรา เป็นร้านขายขนมไทยและกาแฟสดเล็กๆ ขนาดหนึ่งคูหา ที่ตั้งอยู่ภายในอาคารพาณิชย์ห้าชั้นที่แบ่งเป็นโซนๆ มีทั้งห้างสรรพสินค้า สำนักงาน และร้านรวงต่างๆ มากมายรวมไปถึงคอนโดหรูและห้องพักอาศัยซึ่งก็ตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก

ร้านขนมของบัวบุษรา นั้นเป็นร้านขายขนมไทยซึ่งจะมีทั้งขนมไทยและเบเกอรี่ ที่บัวบุษราทำเองทั้งหมด อีกทั้งรูปแบบหน้าตาขนมของเธอก็เป็นเอกลักษณ์สวยงามและแปลกใหม่ แม้จะเป็นเพียงขนมไทยธรรมดา เช่น ขนมเปียกปูน ขนมชั้น ทองหยิบทองหยอด หรือขนมไทยอื่นๆ และมีเครื่องดื่มประเภทชากาแฟไว้บริการอีกด้วย นอกจากรสชาติขนมและเครื่องดื่มจะเป็นที่ถูกปากแล้วบรรยากาศในร้านก็ดูงดงามแสนสบายด้วยการออกแบบตกแต่งที่ลงตัว ที่สำคัญเจ้าของร้านก็สวยน่ารักและอัธยาศัยดีมีรอยยิ้มแสนหวานประดับอยู่บนใบหน้าเสมอจนไม่น่าแปลกใจที่มักจะมีลูกค้าหนุ่มๆ แวะเวียนมาเป็นลูกค้าประจำ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป