บทที่ 6 บทที่ 6.

“รบกวนอะไรกันอย่าพูดแบบนี้เชียวแม่บุษ หนูบัวมาหาแม่ใหญ่สิลูก” คุณแม่ใหญ่เรียกหนูบัวเข้าไปหาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเปี่ยมด้วยความรักเมตตาเพราะนางไม่มีบุตรกับคุณไพศาลและในบรรดาลูกชายหญิงของคุณไพศาลกับภรรยาคนอื่นๆ นั้นคุณแม่ใหญ่เอ็นดูหนูบัวที่สุด

“นี่แม่ใหญ่ให้หนูบัว หนูบัวต้องสวมติดตัวตลอดเวลานะลูก สิ่งนี้มันจะคอยคุ้มครองหนูบัว และบอกให้ทุกคนรู้ว่าหนูบัวคือใคร แม้ว่าหนูบัวจะอยู่ที่ไหนจงอย่าลืมว่าหนูบัวคือจันทรโสภากุล แม้ว่าวันนี้อาจจะประดักประเดิดไปสักนิด แต่เมื่อถึงเวลาที่หนูบัวโตขึ้น และทุกอย่างเปิดเผยหนูบัวจะรู้ว่าแม่ใหญ่และคุณพ่อรักหนูบัวที่สุด” แม่ใหญ่สวมสร้อยคอเส้นงามซึ่งเป็นสร้อยเก่าแก่ของตระกูลที่นางได้เป็นของหมั้นเมื่อครั้งแต่งงานกับคุณไพศาลให้กับหนูบัวด้วยความรักราวลูกแท้ๆ ของตน

สร้อยคอทองคำขาวบริสุทธิ์จี้รูปดวงจันทร์สีทองอร่ามขนาดเท่าเหรียญห้าที่รายล้อมด้วยลวดลายอ่อนช้อยและฝังด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ ถึงห้าเม็ดงดงามลงตัวและด้านหลังจี้นั้นสลักเสลาคำว่า จันทรโสภากุล

“จำไว้นะหนูบัว ที่นี่คือบ้านของหนูบัว หนูบัวมีศักดิ์ มีสิทธิ์ทุกอย่างในบ้านหลังนี้เทียบเท่ากับทุกคน และหนูบัวคือเจ้าของที่นี่” คุณแม่ใหญ่บอกเท่านั้น เสียงเอะอะโวยวายของคุณสายสนมก็ดังลั่นอยู่หน้าตึก ทำให้คนที่นั่งอยู่ในห้องรับรองชะงัก และหันไปทางต้นเสียง อีกไม่กี่นาทีต่อมาคุณสายสนมพร้อมด้วยบุตรสาว และภรรยาอีกสองคน และลูกๆ ชายหญิงอีกห้าคนก็เดินรี่เข้ามาในห้องรับรอง ในขณะนั้นเองคุณสายสนมก็ยังจิกผมของพี่สาว พี่เลี้ยงของหนูบัวเข้ามาด้วยท่าทางมาดร้ายก่อนจะผลักร่างท้วมที่เนื้อตัวแดงช้ำเต็มไปด้วยร่องรอยการถูกทำร้ายนั้นลงต่อหน้าคุณสายสุนีย์ที่ตะลึงมองภาพตรงหน้า

แม้ในใจนางขุ่นเคืองกับการกระทำของน้องสาวแต่ใบหน้างามที่ดูอารีนั้นนิ่งสนิทเมื่อมองใบหน้าของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวที่คลานตามกันมาและอายุห่างกันเพียงสองปีนั้นอย่างเย็นชา จนผู้เป็นน้องสาวที่มองสบดวงตาคู่นั้นก็รู้สึกชาไปทั้งหน้า แต่ก็ฝืนเชิดหน้าขึ้นด้วยความดื้อดึงอยากเอาชนะ

“นังสาวกับนายของมันจะขโมยของของเราไป น้องไปพบเข้าพอดีนี่คือหลักฐาน นังน้อย นังนวลเอากระเป๋าและข้าวของ ของพวกมันมา” คุณสายสนมเรียกคนรับใช้ของตนเสียงกร้าวและสองสาวที่ถูกเอ่ยชื่อก็ลนลานอาข้าวของของสามแม่ลูกที่มีเพียงกระเป๋าและหีบใบเก่าๆ เพียงสามใบนั้น ออกมาแล้วจัดการงัดแงะและเปิดออกต่อหน้าผู้เป็นเจ้าของโดยไม่ได้รอให้เจ้าของอนุญาตหรือทันทักท้วง ข้าวของในกระเป๋าสองใบแรกถูกเทออกมาและรื้อจัดกระจายนั้นมีทั้งเสื้อผ้าของสองแม่ลูกและของเล่นของหนูบัวเพียงไม่กี่ชิ้นแต่สิ่งที่แปลกปลอมซึ่งถูกรื้อออกมานั้นทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นตกตะลึง

“สร้อยนี่เป็นของสอง และแหวนเพชรวงนี้เป็นของคุณรุ้ง และกำไรทองฝังเพชรอันนี้ก็เป็นของเก่าของคุณพี่ มันมาอยู่ในกระเป๋านังเมียไพร่นี่ได้ยังไง ไหนเธอลองอธิบายสินังบุษ” เสียงกร้าวเหี้ยมเกรียมและดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเกลียดชังและริษยาของคุณสายสนมมองมายังบุษบาที่นั่งนิ่งตัวสั่นด้วยความตกใจ

“บุษไม่ทราบนะคะคุณสอง” บุษบาร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้นเมื่อเห็นชัดๆ ว่าตนถูกกลั่นแกล้งด้วยแผนตื้นๆ แต่หลักฐานแน่นหนา

“ไม่รู้หรือแกคิดว่าพวกฉันกลั่นแกล้งแกกันแน่ ที่แกพูดแบบนี้แกคิดว่าฉันจะเอามือฉันไปแปดเปื้อนเศษสวะอย่างแกหรือนังบุษ” คุณสายสนมออกตัวเหมือนจะรู้ว่าอาจจะถูกมองว่าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังแผนการนี้

“ใช่คะคุณหนึ่ง รุ้งก็ไม่คิดนะคะว่านังบุษมันจะกล้า ดูสิคะ แหวนของรุ้งจริงๆ ด้วย” คุณรุ้ง ภรรยาคนที่สามของคุณไพศาลร่วมผสมโรงอย่างออกนอกหน้า รวมทั้งลูกๆ ทั้งสองของคุณรุ้งก็พลอยส่งเสียงเข้าข้างมารดาของตน

“ว่าไง แม่อารี เธอไม่มีอะไรหายไปบ้างหรือ” คุณแม่ใหญ่ของตึกจันทร์ หันไปถามคุณอารี ภรรยาคนที่สี่ของคุณไพศาลด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่คุณอารีกลับส่ายหน้าช้าๆ และมองดูภรรยาคนสุดท้องของสามีด้วยความเห็นใจก่อนจะเดินเลี่ยงไปนั่งที่โซฟาอีกตัวพร้อมลูกชายหญิงทั้งสามและก้มหน้าหลบตาคุณสายสนมที่มองจิกมา

“สองไม่ยอมแน่ๆ นะพี่หนึ่ง นังบุษมันคิดจะไปอยู่ข้างนอกแบบนี้มันต้องคิดเอาไว้แล้วว่าจะเอาสมบัติของเราไปขายเพื่อตั้งตัวแน่ๆ พี่เห็นธาตุแท้ของมันแบบนี้ยังจะเข้าข้าง เอ็นดูพวกมันแม่ลูกอยู่อีกไหม พวกแกงัดหีบใบนั้นออกดูสิ มันต้องเอาอะไรไปมากกว่านั้นแน่ๆ” เสียงคุณสายสนมสั่งหญิงรับใช้ทั้งสองลั่นอย่างย่ามใจเมื่อเห็นผู้เป็นพี่สาวยังคงนิ่ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป