บทที่ 1 ตอนที่ 1 เลขาคนใหม่กับบอสจอมดุ
ตอนที่ 1 เลขาคนใหม่กับบอสจอมดุ
“คุณภูผาคะ คุณแม่ให้พราวมาเป็นเลขาคนใหม่ของคุณค่ะ”
น้ำเสียงสดใสดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องทำงานของผู้บริหารสูงสุดถูกเปิดออก หญิงสาวเจ้าของชื่อ ‘พราว’ ยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ ท่าทางดูร่าเริงและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานชีวิต
ภูผาละสายตาจากกองเอกสารตรงหน้า คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย เขามองหญิงสาวแปลกหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
“คุณพราว?”
“ใช่ค่ะ พราวเอง” หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม “จำพราวได้ไหมคะ เราเคยเจอกันตอนยังเด็กๆ ที่บ้านคุณหญิงอรุณรัศมีน่ะค่ะ”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ความทรงจำจางๆ เกี่ยวกับเด็กหญิงตัวเล็กในอดีตผุดขึ้นมาในหัวครู่หนึ่ง ทว่ามันเลือนรางเกินกว่าที่จะจำได้
“ผมจำได้ว่าคุณแม่เคยพูดถึง แต่ไม่คิดว่าคุณจะมาทำงานที่นี่”
“คุณน้าเป็นคนจัดการให้ทุกอย่างเลยค่ะ ท่านบอกว่าคุณภูผาบ้างานเกินไป ไม่มีใครคอยดูแลเลย ก็เลยส่งพราวมาช่วยแบ่งเบา” พราวเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงาน กวาดสายตามองรอบตัวก่อนจะวางกระเป๋าถือลงบนเก้าอี้รับแขก “พราวพร้อมลุยงานเต็มที่เลยนะคะ”
“คุณแม่คงหวังดี แต่ผมคิดว่าตัวเองต้องการเลขาที่มา ‘ทำงาน’ ไม่ใช่มา ‘ดูแล’ ครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขัดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
“แน่นอนค่ะ พราวมาทำงานให้คุณอยู่แล้ว” หญิงสาวรีบแก้ต่าง ทว่านัยน์ตากลับมีประกายความเจ้าเล่ห์เล็กน้อย “แต่ถ้าบอสต้องการคนดูแลเพิ่ม... พราวก็ยินดีควบสองตำแหน่งนะคะ”
เธอส่งยิ้มหวานหยดย้อยไปให้ ทว่าภูผากลับไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืด เขาเพียงแต่หยิบแว่นสายตาขึ้นมาสวม แล้วก้มหน้าลงอ่านเอกสารในมือต่อคล้ายจะตัดบทสนทนาลง
“ไปนั่งที่โต๊ะทำงานข้างนอกก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมจะให้นพมาแนะนำงานให้”
“คุณนพ?” พราวเอียงคออย่างสงสัย “เลขาคนเดิมของคุณเหรอคะ”
“ครับ นพกำลังจะย้ายไปคุมฝ่ายจัดซื้อ” ภูผาตอบสั้นๆ โดยไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมามองอีก
“อ๋อ... ค่ะ งั้นพราวไปรอข้างนอกนะคะ”
หญิงสาวหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานด้วยท่าทีอารมณ์ดี ตรงไปยังโต๊ะทำงานประจำตำแหน่งเลขาหน้าห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้อย่างเป็นระเบียบ ไม่นานนัก ‘นพ’ เลขาคนสนิทที่ภูผากล่าวถึงก็เดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร
“สวัสดีครับคุณพราว ผมนพครับ”
“สวัสดีค่ะคุณนพ พราวค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
“ยินดีครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายรายละเอียดงานทั้งหมดให้ฟังนะ” นพเริ่มแจกแจงภาระหน้าที่อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดตารางนัดหมาย การกลั่นกรองเอกสาร การประสานงาน ไปจนถึงรายละเอียดส่วนตัวบางอย่างที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
“คุณภูผาเป็นคนค่อนข้างเนี้ยบและจริงจังกับงานมากนะครับ” นพเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี “ภายนอกอาจจะดูดุและนิ่งไปบ้าง แต่จริงๆ แล้วบอสเป็นคนใจดีครับ”
“พราวพอจะรู้มาบ้างค่ะ” หญิงสาวคลี่ยิ้มบาง “แต่เรื่องแค่นี้ขู่พราวไม่ได้หรอกค่ะ”
“คุณพราวดูมั่นใจจังเลยนะครับ” นพหัวเราะเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู “แต่แบบนี้ดีแล้วครับ เพราะคุณภูผาชอบร่วมงานกับคนที่มีความมั่นใจ”
หลังจากส่งมอบงานกันเรียบร้อย พราวก็เริ่มจมอยู่กับระบบฐานข้อมูลและกองเอกสารตรงหน้า เธอใช้เวลาช่วงบ่ายทั้งหมดไปกับการอ่านรายงานสรุปและทำความเข้าใจโปรเจกต์ต่างๆ ของบริษัทอย่างตั้งใจ จนกระทั่งเข็มนาฬิกาบอกเวลาเลิกงาน ร่างสูงใหญ่ของภูผาจึงเดินออกมาจากห้องทันที
“คุณภูผาจะกลับแล้วเหรอคะ” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์
“ครับ” ภูผาปรายตามามอง “คุณจะกลับเลยไหม”
“พราวว่าจะอยู่เคลียร์ข้อมูลอีกสักพักค่ะ พรุ่งนี้จะได้เริ่มงานเต็มที่แบบไม่มีสะดุด”
“ตามใจครับ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับ “ถ้ามีอะไรสงสัยก็โน้ตไว้ถามนพวันพรุ่งนี้แล้วกัน”
“รับทราบค่ะบอส”
ภูผาเดินจากไป ทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมออฟฟิศชั้นบน พราวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา พิมพ์ข้อความส่งหาผู้หนุนหลังทันที
พราว : คุณแม่คะ พราวเริ่มงานวันแรกเรียบร้อยแล้วค่ะ
เพียงไม่กี่อึดใจ ปลายทางก็ตอบกลับมา
คุณหญิงอรุณรัศมี : เป็นยังไงบ้างลูก ตาภูผาดุเราไหม
พราว : คุณภูผานิ่งมากเลยค่ะบอสหน้าตายสุดๆ แต่ดูทรงแล้วน่าจะเป็นคนดีนะคะ
คุณหญิงอรุณรัศมี : แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าพี่เขาเป็นคนดี แค่บ้างานไปหน่อยเท่านั้นแหละ
พราว : ค่ะคุณแม่ พราวจะพยายามทำให้คุณภูผาหันมาสนใจพราวให้ได้เลยคอยดู!
คุณหญิงอรุณรัศมี : ดีมากเลยลูก แม่เอาใจช่วยนะ
พราวยิ้มกว้างให้กับข้อความบนหน้าจอ เธอรู้ดีว่าภารกิจละลายน้ำแข็งในใจบอสจอมดุคนนี้ไม่ง่ายเลย แต่คนอย่างพราว... ไม่มีคำว่ายอมแพ้อยู่ในพจนานุกรมอยู่แล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น
หญิงสาวมาถึงบริษัทตั้งแต่เช้าตรู่ เธอจัดเตรียมเอกสารสำหรับการประชุมสำคัญ วางแก้วกาแฟดำร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นไว้บนโต๊ะทำงานของเขา และไม่ลืมที่จะนำแจกันดอกไม้สดเล็กๆ ไปวางประดับไว้บนโต๊ะรับแขก เพื่อลบความจืดชืดเคร่งขรึมของห้องทำงานลง
เมื่อภูผาเปิดประตูเข้ามา สิ่งแรกที่สะดุดตาคือความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ภายในห้อง ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะไปหยุดอยู่ที่แจกันดอกไม้สด
“คุณเป็นคนจัดดอกไม้พวกนี้เหรอ” ภูผาเอ่ยถามเสียงเรียบ
“ใช่ค่ะคุณภูผา พราวเห็นว่าห้องทำงานของคุณดูมืดมน เอ๊ย! ดูเคร่งขรึมไปหน่อย เลยอยากเพิ่มสีสันให้ดูสดชื่นน่ะค่ะ” พราวส่งยิ้มหวานตาเชื่อม
ภูผาไม่ได้ติติงอะไร เขากลอกตาเล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง มือหนายกแก้วกาแฟขึ้นจิบ รสชาติขมทว่ากลมกล่อมแล่นผ่านลิ้นจนเขาต้องเลิกคิ้ว
“กาแฟ... รสชาติดีครับ”
“พราวชงเองกับมือเลยนะคะ รู้มาว่าคุณภูผาชอบกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล”
“คุณรู้?”
“แน่นอนค่ะ เรื่องของคุณภูผา ไม่มีอะไรที่พราวไม่รู้” หญิงสาวเอ่ยอย่างมั่นอกมั่นใจ
ภูผาจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่งคล้ายจะค้นหาอะไรบางอย่าง ก่อนจะตัดใจเลิกสนใจเธอแล้วเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้า
“วันนี้มีประชุมตอนสิบโมงเช้า เตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
“เรียบร้อยค่ะ พราวแยกประเภทและจัดเรียงตามลำดับความสำคัญไว้ให้แล้ว อยู่ในแฟ้มสีน้ำเงินบนโต๊ะค่ะ”
พราวตอบด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองทันที ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังบางไป ทันทีที่เขาเปิดแฟ้มเอกสารดูก็พบว่ามันถูกจัดการไว้อย่างไม่มีที่ติ ทั้งการจัดตารางนัดหมายและอีเมลต่างๆ ถูกสะสางอย่างคล่องแคล่ว ภูผาเริ่มตระหนักแล้วว่า ผู้หญิงคนนี้มีความสามารถมากกว่าที่เขาประเมินไว้ในตอนแรก
เวลา 13:00 น.
การประชุมกับลูกค้ารายใหญ่ผ่านพ้นไป ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด ภูผาเดินนำออกมาจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คิ้วเข้มขมวดมุ่นจนแทบผูกเป็นโบว์ พราวที่นั่งรออยู่ด้านนอกรีบก้าวเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง
“การประชุมเป็นยังไงบ้างคะคุณภูผา”
“ไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่ครับ” ชายหนุ่มถอนหายใจยาว “ทางนั้นยังไม่ค่อยพอใจกับข้อเสนอเดิมของเรา”
“พราวเสียใจด้วยนะคะ” แววตาของหญิงสาวฉายแววเห็นอกเห็นใจ “แต่บอสอย่าเพิ่งถอดใจนะคะ พราวเชื่อว่าคนเก่งๆ อย่างคุณภูผาต้องหาทางออกได้แน่ๆ ค่ะ”
ภูผาชะงักไปเล็กน้อย หันมาสบตากับคนตัวเล็ก นัยน์ตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงอย่างไม่รู้ตัว
“ขอบคุณนะคุณพราว”
“ยินดีค่ะ พราวจะอยู่ช่วยคุณภูผาตรงนี้เสมอแหละค่ะ”
คำพูดเรียบง่ายทว่าเต็มไปด้วยความจริงใจนั้นทำให้หัวใจที่ด้านชาของภูผารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด นับตั้งแต่ที่พ่อเสียชีวิตไป เขาก็ตรากตรำแบกรับภาระและความกดดันของบริษัทนี้ไว้บนบ่าเพียงลำพังมาโดยตลอด ไม่เคยมีใครบอกว่าจะอยู่ข้างๆ เขาแบบนี้มาก่อนเลย
“คุณพราว...” ภูผาเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปเพียงครู่เดียว “คุณพอจะช่วยผมระดมสมองหน่อยได้ไหม ว่าเราควรปรับข้อเสนอตรงไหนให้ถูกใจลูกค้า”
“ได้แน่นอนค่ะ!” พราวตาเป็นประกาย ตอบรับอย่างกระตือรือร้น “พราวจะช่วยบอสเต็มที่เลย”
ทั้งคู่พากันกลับเข้าห้องทำงาน เอกสารโปรเจกต์มากมายถูกกางแผ่เต็มโต๊ะ พราวอ่านรายละเอียดทุกบรรทัดอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะเริ่มเสนอความคิดเห็นในมุมมองใหม่ๆ ที่ภูผาคาดไม่ถึง
“พราวคิดว่าเราอาจจะต้องปรับโมเดลธุรกิจให้เน้นเรื่องความยั่งยืน และสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้นค่ะ ลูกค้ากลุ่มนี้ค่อนข้างซีเรียสกับภาพลักษณ์สีเขียวมาก”
“นั่นสินะ...” ภูผาพยักหน้ารับ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้น “ผมนึกไม่ถึงมุมนี้เลย มัวแต่ไปโฟกัสเรื่องตัวเลข”
“แล้วก็เรื่องงานดีไซน์ค่ะ” พราวชี้ลงบนแบบแปลน “เราควรเพิ่มทางเลือกในการออกแบบที่หลากหลายกว่านี้ เพื่อให้เขารู้สึกว่ามีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาจริงๆ”
ภูผานั่งฟังเลขาคนใหม่อธิบายไอเดียออกมาอย่างตั้งใจ ลำคอขาวเนียนและท่าทางจริงจังยามที่เธอพูดเรื่องงานทำให้เขาแอบทึ่งเล็กน้อย พราวไม่ได้มีดีแค่ความมั่นใจหรือทำงานบ้านงานเรือนเก่ง แต่เธอมีกึ๋น มีความคิดสร้างสรรค์ และมีวิสัยทัศน์ที่เฉียบคม
“คุณพราว คุณนี่เก่งกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยนะ” ชายหนุ่มเอ่ยชมจากใจจริง
“ขอบคุณค่ะคุณภูผา” หญิงสาวฉีกยิ้มจนแก้มปริ หัวใจพองฟูด้วยความดีใจ “พราวก็แค่พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดค่ะ”
“ขอบคุณจริงๆ นะครับ คุณช่วยผมได้มากเลย” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยพูดความอ่อนโยนที่น้อยคนนักจะได้ยิน
“ด้วยความยินดีค่ะบอส”
แสงไฟในห้องทำงานยังคงสว่างไสว ทั้งสองคนจมอยู่กับการทำงานร่วมกันจนดึกดื่น ทว่าพราวกลับไม่มีความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด
เธอมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดและได้เห็นมุมอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากจอมดุของเขา ส่วนภูผาเองก็รู้สึกว่า... โลกสีเทาๆ ที่มีแต่เรื่องงานของเขา เริ่มมีสีสันสดใสแต่งแต้มเข้ามาทีละน้อย ตั้งแต่ผู้หญิงคนนี้ก้าวเข้ามาในชีวิต
เวลาเกือบเที่ยงคืน ภูผาเดินมาส่งพราวที่หน้าลิฟต์ชั้นผู้บริหาร
“วันนี้ขอบคุณมากนะครับสำหรับความช่วยเหลือ กลับบ้านดีๆ ล่ะ”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณภูผา แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะคะ” พราวโบกมือลาพร้อมคลี่รอยยิ้มให้กับเขา ก่อนจะก้าวเข้าไปในตัวลิฟต์
เมื่อประตูปิดลง หัวใจดวงน้อยก็เต้นรัวด้วยความตื่นเต้น พราวรู้ดีว่าคืนนี้เธอได้ก้าวเข้าใกล้หัวใจของบอสหนุ่มไปอีกก้าวแล้ว และเธอจะไม่มีวันหยุดอยู่แค่นี้แน่ ภารกิจพิชิตใจบอสจอมดุ... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
