บทที่ 2 ตอนที่ 2 แผนการป่วนในห้องทำงาน
ตอนที่ 2 แผนการป่วนในห้องทำงาน
เช้าวันต่อมา
หญิงสาวก้าวเข้ามาในออฟฟิศด้วยรอยยิ้มสดใสราวกับดอกไม้แรกแย้ม เธอเดินเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟร้อนในมือ ที่เพิ่งซื้อมาจากข้างนอก คนตัวเล็กชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเมื่อมองผ่านบานกระจกเข้าไป แล้วเห็นร่างสูงใหญ่ของภูผานั่งประจำตำแหน่งอ่านเอกสารอยู่ก่อนแล้ว
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณภูผา” พราวส่งเสียงเจื้อยแจ้วทักทายทันทีที่ผลักประตูเข้าไป
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณพราว” ภูผาละสายตาจากแผ่นกระดาษในมือ ขึ้นมองคนที่เปิดประตูเข้ามาใหม่
“วันนี้คุณภูผาดูสดใสเป็นพิเศษนะคะ” ใบหน้าจิ้มลิ้มเอียงคอมองอย่างล้อเลียน “สงสัยเมื่อคืนคงจะนอนหลับฝันดีแน่ๆ เลย”
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“ผมก็หลับปกติของผมครับ ไม่มีอะไรพิเศษ”
“เหรอคะ...” หญิงสาวลากเสียงยาว “แต่พราวว่า... วันนี้บอสดูอารมณ์ดีขึ้นผิดหูผิดตานะคะ”
“คุณพราว มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยตัดบทอย่างรู้ทัน ทว่าน้ำเสียงไม่ได้ราบเรียบเย็นชาเหมือนวันแรก “ผมรู้ว่าคุณมีเรื่องในใจ”
พราวหลุดหัวเราะคิกคัก นึกเอ็นดูในความแสนรู้ของเขา
“คุณภูผารู้ทันตลอดเลยนะคะ” เธอเอ่ยตอบ พร้อมกับวางแก้วกาแฟดำร้อนที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งลงบนโต๊ะทำงานตรงตำแหน่งเดิมอย่างใส่ใจ
“กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล”
“ขอบคุณครับ” ภูผายกขึ้นจิบรับความขมละมุนเข้าลำคอ “ตารางงานวันนี้มีอะไรบ้างครับ”
“สิบเอ็ดโมงเช้ามีประชุมร่วมกับทีมดีไซเนอร์ค่ะ” พราวรายงานเสียงฉะฉาน “แล้วก็... มีนัดรับประทานอาหารกลางวันกับคุณวิชัยจากบริษัทคู่ค้าตอนเที่ยงครึ่งค่ะ”
“คุณวิชัย? ผมจำได้ว่าผมสั่งให้ยกเลิกนัดนี้ไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ”
“อ๋อ... พอดีพราวเพิ่งโทรไปคอนเฟิร์มกับทางนั้นใหม่เมื่อเช้านี้เองค่ะ” หญิงสาวตอบอย่างรวดเร็ว ไม่มีแววตื่นตระหนก “พราวคิดว่ามันเป็นโอกาสดีที่คุณภูผาจะได้พูดคุยกับคุณวิชัยอีกครั้ง เผื่อเราจะหาทางออกร่วมกันเกี่ยวกับโปรเจกต์ที่ติดขัดได้ไงคะ”
“นี่คุณ... ตัดสินใจพลการแทนผมเหรอครับ”
“ค่ะ” พราวพยักหน้ารับคำตาใส “เพราะพราวประเมินแล้วว่ามันจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทที่สุดค่ะ”
ชายหนุ่มลอบถอนหายใจยาวๆ นิ้วแกร่งนวดขมับตัวเองเบาๆ
“คุณพราวนี่มันจริงๆ เลยนะ...” เขาส่ายหัวไปมาเล็กน้อย ทว่าแฝงความอ่อนใจ “เอาเถอะครับ ไหนๆ ก็คอนเฟิร์มไปแล้ว”
“คุณภูผาไม่โกรธพราวใช่ไหมคะ” คนตัวเล็กแสร้งทำเสียงอ่อย นัยน์ตากลมหม่นลงคล้ายลูกหมาสำนึกผิด
“ผมจะโกรธคุณทำไมครับ” ภูผาผ่อนน้ำเสียงลง “ในเมื่อคุณก็ทำไปเพราะหวังดี”
“ใช่ค่ะ พราวหวังดีและเป็นห่วงคุณภูผาจริงๆ นะคะ” หญิงสาวเปลี่ยนโหมดกลับมาฉีกยิ้มหวานในพริบตา
ตลอดช่วงเช้า นอกจากหน้าที่เลขาที่ทำได้อย่างไม่บกพร่องแล้ว พราวก็ยังแอบปฏิบัติการ ‘ป่วนกวนใจบอส’ อยู่เรื่อยๆ
เธออาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มลุกไปห้องน้ำ แอบเปลี่ยนภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขาให้กลายเป็นรูปแมวเหมียวอ้วนกลมสุดน่ารัก แอบเอาตุ๊กตาหมีตัวจิ๋วไปตั้งเด่นอยู่บนกองเอกสาร และปิดท้ายด้วยการแปะกระดาษโน้ตสีหวานไว้ข้างจอคอมพิวเตอร์ด้วยลายมือสวยๆ ‘สู้ๆ นะคะบอสสุดหล่อ’
ภูผากลับมาเห็นการกระทำแสนซนเหล่านั้นทั้งหมด ทว่าเขากลับไม่ได้ดุด่าหรือสั่งให้เธอเอาออก ชายหนุ่มทำเพียงส่ายหัวพร้อมรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัว... เขารู้สึกว่าโลกสีเทาที่เงียบเหงาของเขา เริ่มมีเสียงหัวเราะและสีสันสดใสแต่งแต้มเข้ามาจนไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
เวลา 11:00 น.
พราวเดินตามร่างสูงสง่าเข้าสู่ห้องประชุมทันที ซึ่งทีมออกแบบนั่งรออยู่พร้อมหน้าครบทุกคนแล้ว
“สวัสดีครับทุกคน” ภูผากล่าวทักทายเสียงเรียบนิ่งทันที “วันนี้เราจะมาปรับทิศทางข้อเสนอใหม่สำหรับลูกค้ารายใหญ่ของเราครับ”
พราวจัดการเปิดโปรเจกเตอร์อย่างคล่องแคล่ว แสงไฟในห้องสลัวลงพร้อมสไลด์พรีเซนเตชันที่เธอเตรียมมาอย่างดีที่สุดปรากฏขึ้น หญิงสาวก้าวไปยืนข้างจอภาพและเริ่มอธิบายรายละเอียดของแผนงานใหม่อย่างฉลาดเฉลียว เธอเน้นย้ำถึงเรื่องโครงสร้างวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเพิ่มทางเลือกงานดีไซน์ที่หลากหลาย
หยาดเหงื่อและความตั้งใจเมื่อคืนส่งผลลัพธ์ดีที่สุด ทีมออกแบบทุกคนต่างพยักหน้ารับอย่างทึ่งในไอเดียของเลขาป้ายแดง ภูผาที่นั่งฟังอยู่ก็ลอบมองใบหน้าจริงจัง ทว่าแววตาฉายแววความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเธอไม่น้อย
“คุณพราวครับ” ภูผาเอ่ยทำลายความเงียบ “ช่วยสรุปประเด็นสำคัญให้ทุกคนฟังอีกครั้งครับ”
“ได้เลยค่ะ” พราวหมุนตัวกลับมาสบสายตาเขา ตอบรับด้วยความมั่นใจ เธอสรุปใจความสำคัญได้อย่างตรงจุด กระชับ
เมื่อสิ้นสุดการประชุม หัวหน้าทีมออกแบบถึงกับเดินเข้ามาเอ่ยชมด้วยความจริงใจทันที
“คุณพราวนี่เก่งและวิสัยทัศน์กว้างไกลมากเลยครับ ความคิดของคุณช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้ทีมเราเยอะมากเลย”
“ขอบคุณมากค่ะ” หญิงสาวยิ้มรับอย่างนอบน้อม “พราวก็แค่พยายามทำหน้าที่สนับสนุนคุณภูผาให้ดีที่สุดค่ะ”
ภูผายืนกอดอกมองภาพนั้นจากมุมห้อง นัยน์ตาคมฉายแววประกายอบอุ่น รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าคมเข้ม พราวไม่ใช่แค่เลขาที่คอยจัดการตารางงาน แต่เธอเริ่มกลายเป็น ‘คู่คิด’ ที่เคียงข้างและผลักดันเขาให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เวลา 12:30 น.
รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวมาจอดหน้าภัตตาคารหรูใจกลางเมือง ภูผาและพราวก้าวลงจากรถ แล้วเดินตรงไปด้านในทันที เพราะวันนี้นัดกับคุณวิชัย
“สวัสดีครับคุณภูผา” นักธุรกิจรุ่นใหญ่ทักทายอย่างมีไมตรี “ไม่คิดเลยว่าจะได้คิวทองของคุณอีกครั้งในวันนี้นะครับ”
“สวัสดีครับคุณวิชัย” ภูผายื่นมือไปจับ “ต้องยกความดีความชอบให้คุณพราวครับ ที่เป็นธุระจัดการนัดหมายสำคัญนี้ให้เรา”
“คุณพราวนี่เก่งและพูดจาโน้มน้าวใจคนเก่งมากจริงๆ ครับ” คุณวิชัยหันไปชมหญิงสาวทันที “ผมประทับใจตั้งแต่ตอนที่คุยสายเมื่อเช้าแล้ว”
พราวยิ้มแก้มปริ แก้มเนียนซับสีระเรื่อด้วยความขัดเขิน
“ขอบคุณค่ะคุณวิชัย พราวล่วงเกินแล้วค่ะ”
ตลอดมื้ออาหาร พราวทำหน้าที่เลขาได้อย่างไร้ที่ติ เธอคอยดูแลความเรียบร้อย เติมเครื่องดื่ม จัดการจดบันทึกประเด็นสำคัญอย่างเงียบๆ และในขณะเดียวกันก็คอยส่งเสริมบทสนทนา ช่วยพูดคุยหยอดมุกตลกสร้างบรรยากาศให้เป็นกันเองและไหลลื่นอย่างออกรส
“ผมคิดว่าข้อเสนอใหม่ของคุณภูผาน่าสนใจและตอบโจทย์เทรนด์โลกมากเลยครับ” คุณวิชัยเอ่ยปากชื่นชมหลังจากฟังการบรีฟสั้นๆ “ผมจะนำเข้าที่ประชุมบอร์ดและพิจารณาเป็นพิเศษแน่นอน”
“ขอบคุณมากครับคุณวิชัย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้ร่วมงานกันครับ” ภูผากล่าวปิดท้ายด้วยรอยยิ้มแห่งความสำเร็จทันที
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ยาวนาน ทั้งคู่ก็เดินทางกลับมาถึงออฟฟิศในช่วงบ่ายแก่ๆ วันนี้พลอยทำงานได้เป็นอย่างดีไร้ที่ติ จนคนตัวโตรู้สึกภูมิใจในตัวเธอเอามากๆ
“วันนี้คุณพราวทำได้ดีมากเลยนะครับ” ภูผาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบภายในห้องทำงานหลังจากประตูปิดลง “คุณช่วยผมไว้มากจริงๆ”
“พราวดีใจค่ะที่คุณภูผาชอบผลลัพธ์ของมัน” หญิงสาวคลี่ยิ้มกว้างส่งให้กับชายหนุ่ม “บอกแล้วไงคะว่าพราวจะทำหน้าที่ของพราวให้ดีที่สุด”
“คุณนี่มัน...” ชายหนุ่มส่ายหัวไปมาเล็กน้อย ขยับรอยยิ้มอย่างเอ็นดู “คุณทำให้ผมประหลาดใจ ตกใจได้ตลอดเวลาเลยนะ”
“พราวก็แค่อยากเห็นคุณภูผามีความสุขบ้างค่ะ” พราวสบสายตาคม “พราวเห็นคุณภูผาเคร่งเครียดกับงานมาเยอะแล้ว”
คำพูดที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ส่งความอบอุ่นเข้าเกาะกุมหัวใจที่ด้านชาของภูผาอีกครั้ง ชายหนุ่มรู้สึกราวกับพราวคือแสงสว่างดวงเล็กๆ ที่เจิดจ้าพอจะขับไล่ความมืดมิดและโดดเดี่ยวที่เขาเผชิญมาแสนนาน
“คุณพราวครับ” ภูผาขยับเข้าไปใกล้เธอก้าวหนึ่ง “คุณช่วยผมไว้ขนาดนี้... อยากได้อะไรเป็นรางวัลพิเศษไหมครับ”
“พราวอยากได้...” คนตัวเล็กทำท่าคิดหนัก นิ้วเรียวแตะที่คาง พร้อมกับทำตาโต “อืม... พราวอยากเห็นคุณภูผายิ้มบ่อยๆ ค่ะ”
ภูผาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหลุดหัวเราะเสียงทุ้มเบาๆ อย่างนึกไม่ถึง
“คุณพราวนี่มันจริงๆ เลย”
“พราวพูดจริงนะ! เวลาคุณภูผายิ้มแล้วโลกมันดูน่าอยู่ขึ้นเยอะเลยค่ะ พราวเห็นแล้วมีความสุข”
คนตัวโตนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวยที่สะท้อนเพียงภาพของเขา ความรู้สึกหลากหลายแล่นพล่านอยู่ในหัวใจ ชายหนุ่มตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า ผู้หญิงแสนซนคนนี้มีอิทธิพลต่อหัวใจของเขาเข้าให้แล้ว
“ผมจะพยายาม... ยิ้มให้บ่อยขึ้นนะครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัด “เพื่อคุณพราว”
“พราวจะคอยจับตาดูและตรวจการบ้านนะคะ”
