บทที่ 3 ตอนที่ 3 ปฏิบัติการยึดมื้อดึก
ตอนที่ 3 ปฏิบัติการยึดมื้อดึก
หลังจากประโยคนั้นของเธอจบลง ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองต่อ จนเวลาล่วงเลยผ่านไปถึงเวลาเลิกงาน ทันทีที่ถึงเวลาเลิกงาน พราวก็เก็บข้าวเก็บของกลับบ้านทันที อาจจะเพราะว่าวันนี้เธอเหนื่อยมากทั้งวันแล้ว เลยไม่ได้อยู่รอเขา ให้รอเขาออกมาจากห้องก็คงไม่ไหว เพราะเมื่อช่วงเย็นที่หันไปมองประตูกระจก ก็ยังคงเห็นเขานั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างจริงจังอยู่เลย
หลายวันผ่านไป
วันทำงานวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ทว่าตารางงานที่อัดแน่นประกอบกับปัญหาหน้างานที่หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทำให้ภูผาแทบไม่ได้ลุกออกจากเก้าอี้ทำงานเลยจนกระทั่งเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาสี่ทุ่มตรง
ประตูห้องทำงานใหญ่ถูกผลักเข้ามาเบาๆ พร้อมกับร่างเล็กที่เดินก้าวเข้ามา มือเรียวโอบกระเป๋าถือไว้แนบอก สายตาจับจ้องไปที่คนบ้างานที่ยังคงขมวดคิ้วจ้องจอคอมพิวเตอร์อย่างไม่วางตา
“บอสคะ” พราวส่งเสียงเรียกเบาๆ “สี่ทุ่มแล้วนะคะ”
ภูผาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง มือหนายังคงรัวแป้นพิมพ์อย่างจริงจัง
“คุณพราวกลับก่อนได้เลยครับ เอกสารสรุปงบประมาณโครงการสันทนียาผมนั่งไล่ดูอีกนิดหน่อยก็เสร็จแล้ว”
“นิดหน่อยของบอสคือเที่ยงคืนแน่ๆ ค่ะ” พราวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น กอดอกแล้วมองคนหน้านิ่งด้วยสายตาจับผิด “พราวจำได้ว่าเมื่อตอนเย็นบอสทานแซนด์วิชไปแค่ครึ่งชิ้นเองนะคะ”
“ผมยังไม่ค่อยหิวครับ” ภูผาเอ่ยตอบน้ำเสียงเรียบ
“แต่กระเพาะอาหารของบอสไม่คิดแบบนั้นแน่ค่ะ” พราวเอื้อมมือไปกดสวิตช์ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขาทันทีโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
ภูผาชะงักไปทันที นิ่งค้างไปสามวินาทีก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้น คิ้วเข้มขมวดมุ่น
“คุณพราว นี่คุณปิดคอมพิวเตอร์ผมเดี๋ยวนี้เลยเหรอ?”
“ใช่ค่ะ” พราวเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่กลัวเกรง และท้าทายเขาอย่างถึงที่สุด “และพราวกำลังจะสั่งให้บอสลุกขึ้นหยิบสูท แล้วเดินตามพราวออกไปเดี๋ยวนี้ด้วยค่ะ”
“ผมเป็นเจ้านายคุณนะ” ภูผาพยายามทำเสียงดุข่มเธอ
“ในเวลางานบอสคือเจ้านายค่ะ แต่ตอนนี้สี่ทุ่มแล้ว ถือเป็นเวลานอกงาน และพราวก็ได้รับคำสั่งตรงจากคุณหญิงอรุณรัศมีมาว่า ให้ดูแลเรื่องปากท้องของลูกชายท่านให้ดีที่สุด ถ้าบอสมีปัญหาอะไร... โทรเคลียร์กับคุณหญิงได้เลยค่ะ” พราวยื่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่เปิดหน้าจอกำลังจะกดโทรออกส่งให้เขา
“คุณนี่มัน... แสบจริงๆ” ภูผามองโทรศัพท์แล้วลอบถอนหายใจยาวๆ
“ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ ลุกค่ะ!”
ชายหนุ่มจำใจลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบเสื้อสูทที่พาดไว้หลังเก้าอี้ขึ้นมาถือไว้ทันที
“แล้วเราจะไปกินอะไรกัน ดึกขนาดนี้ร้านอาหารดีๆ ปิดหมดแล้ว”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ พราวเตรียมแผนสำรองไว้แล้ว” หญิงสาวหมุนตัวเดินนำออกจากห้องด้วยท่าทางของผู้ชนะ ที่สามารถพาเขาออกจากห้องทำงานได้
รถยนต์คันหรูของภูผาแล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถของคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ซึ่งเป็นที่พักส่วนตัวของเขาเอง ชายหนุ่มก้าวลงจากรถพลางมองเลขาคนสวยที่เดินตามลงมาพร้อมกับถุงวัตถุดิบทำอาหารใบใหญ่ที่เธอแวะซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ต 24 ชั่วโมงระหว่างทาง
“คุณแน่ใจนะ ว่าจะมาทำอาหารให้ผมกินที่ห้อง” ภูผาเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบ ขณะกดลิฟต์ขึ้นสู่ชั้นบนสุดของคอนโด
“แน่ใจสิคะ บอสบอกเองว่าร้านปิดหมดแล้ว จะให้พราวปล่อยให้บอสกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมันก็ไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ”
“ผมกินบะหมี่ได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่”
“แต่พราวไม่ยอมค่ะ” พราวก้าวขาเข้าไปในลิฟต์ที่เปิดออกทันที “อีกอย่าง... พราวอยากเห็นห้องนอน เอ๊ย! ห้องพักของบอสด้วยค่ะ ว่าจะมืดเหมือนห้องทำงานไหม”
“ห้องผมไม่ได้มืดขนาดนั้นครับ” ภูผาเหลือบมองคนตัวเล็กที่กำลังยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่
“เดี๋ยวก็รู้ค่ะ”
เพียงครู่เดียวลิฟต์ก็เปิดออกที่ชั้นบนสุด ทั้งคู่เดินออกจากลิฟต์พร้อมๆ กัน ก่อนที่ภูผาจะเดินนำไปที่ห้องทันที ไม่นานประตูห้องก็เปิดออก
ภูผาเดินนำเข้าไปในห้องก่อน ส่วนพราวก้าวเข้าไปด้านในที่หลัง แล้วกวาดสายตามองรอบๆ ทันที ห้องชุดขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์น เน้นโทนสีเทา ดำ และปูนเปลือย ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่กลับดูเย็นชาและไร้ชีวิตชีวาอย่างบอกไม่ถูก
“สมเป็นห้องของภูผาคอนสตรัคชั่นจริงๆ ค่ะ” พราวเอ่ยแซว พร้อมกับวางถุงวัตถุดิบลงบนเคาน์เตอร์ครัว “นึกว่าอยู่ในแบบจำลองสามมิติ ไม่มีของกุ๊กกิ๊กหรือสีสันอะไรเลยเหรอคะบอส”
“ผมอยู่คนเดียว จะให้มีของกุ๊กกิ๊กไปทำไม” ชายหนุ่มถอดสูทแขวนไว้ที่ราว ก่อนจะเดินตามเข้ามาในครัว พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นถึงข้อศอก “แล้วคุณจะทำอะไรให้ผมกิน”
“ข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องสูตรพิเศษค่ะ ทานง่าย สบายท้อง เหมาะสำหรับคนบ้างานตอนดึกๆ” พราวหันมาเอ่ยพูด “บอสไปนั่งรอที่โซฟาเลยค่ะ”
“ให้ผมช่วยอะไรไหม”
“อืม...” พราวมองคนตัวโตที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ “งั้นบอสช่วยปอกกระเทียมให้พราวหน่อยค่ะ ทำเป็นใช่ไหมคะ?”
“เห็นผมแบบนี้ ตอนผมอยู่เมืองนอก ผมทำอาหารกินเองตลอด เรื่องแค่นี้สบายมาก” ภูผาหยิบหัวกระเทียมมาแกะเปลือกอย่างคล่องแคล่ว
“โอเคค่ะ ยอมรับก็ได้ว่าเก่ง” พราวหัวเราะคิกคักพลางล้างทำความสะอาดผัก “บอสคะ... ตอนอยู่เมืองนอกเคยมีสาวๆ มาทำให้กินบ้างไหมคะ”
ภูผาชะงักมือที่กำลังปอกกระเทียมอยู่เล็กน้อย เงียบไปครู่เดียวก่อนจะเอ่ยตอบ
“ไม่มีครับ ผมเรียนอย่างเดียว แล้วก็ช่วยงานโปรเจกต์ของพ่อ”
“จริงเหรอคะ? หน้าตาหล่อเหลาโปรไฟล์ดีขนาดนี้ ไม่มีสาวๆ มาจีบเลยเหรอ” พราวแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ขยิบตาให้กับเขา
“จริงครับ” ภูผาเบือนหน้าหนีเล็กน้อย แต่ใบหูแอบขึ้นสีแดงจางๆ “แล้วคุณล่ะ สมัยเรียนคงหัวบันไดไม่แห้งล่ะสิ แสบซนขนาดนี้คงมีคนมาจีบเยอะ”
“พราวรักเดียวใจเดียวนะคะ” พราวเอ่ยเสียงหวาน นัยน์ตากลมโตหันมาประสานกับสายตาคมของเขาตรงๆ “พราวมีคนในใจตั้งนานแล้วค่ะ แอบชอบมาตั้งแต่เด็กๆ แต่เขาดันเป็นคนบ้างาน แถมความจำสั้น จำพราวไม่ได้ซะงั้น”
ภูผาใจกระตุกวาบ เขามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังส่งยิ้มตัดพ้อเล็กๆ ให้กับเขา ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครัวไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงน้ำเดือดในหม้อที่ดังทำลายความเงียบ
“คุณพราว หมายถึง...”
“หม้อเดือดแล้วค่ะ ส่งกระเทียมมาเร็วค่ะ” พราวรีบตัดบท เปลี่ยนโหมดกลับมาเป็นแม่ครัวอย่างรวดเร็ว ทำเอาภูผาปรับอารมณ์ตามไม่ทัน ชายหนุ่มส่งกระเทียมให้ พลางลอบถอนหายใจและบ่นอุบอิบในใจกับความปั่นป่วนของเลขาคนนี้
ไม่ถึงยี่สิบนาที ข้าวต้มหมูสับทรงเครื่องส่งกลิ่นหอมฉุยก็ถูกตักใส่ชามวางลงบนโต๊ะอาหาร คนตัวเล็กนั่งลงฝั่งตรงข้าม มองภูผาที่ตักข้าวต้มเข้าปากคำแรกอย่างใจจดใจจ่อ
“เป็นยังไงบ้างคะ ทานได้ไหม” พราวเอ่ยถามอย่างลุ้นคำตอบ
“อร่อยครับ... รสชาติดีมาก ดีกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลย”
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ฝีมือพราวซะอย่าง” หญิงสาวยิ้มแก้มปริ “บอสต้องทานให้หมดชามเลยนะ”
“ขอบคุณนะ” ภูผาเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวล “ทั้งเรื่องงานวันนี้ แล้วก็เรื่องมื้อดึกนี่ด้วย”
“ยินดีเสมอค่ะบอส พราวบอกแล้วไงคะว่าอยากเห็นบอสมีความสุขบ้าง ไม่อยากเห็นบอสทำหน้ายักษ์ใส่พนักงานตลอดเวลา”
“ผมทำหน้ายักษ์ขนาดนั้นเลยเหรอ” ภูผาเลิกคิ้วถาม
“ใช่ค่ะ คุณนพแอบมาฟ้องพราวบ่อยๆ ว่าเมื่อก่อนบอสดุมากกก~ ดุจนพนักงานไม่กล้าสบตา แต่พอพราวเข้ามา ทุกคนบอกว่าบอสดู... ใจดีขึ้นนิดนึง” พราวทำนิ้วชี้กับนิ้วโป้งชิดกันประกอบท่าทาง อย่างน่าเอ็นดู
ภูผาหลุดหัวเราะเสียงทุ้มเบาๆ รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าคมเข้มจนพราวนิ่งไปทันที
“บอสคะ...”
“ครับ?”
“เวลาบอสยิ้มแบบนี้... หล่อมากเลยค่ะ หล่อจนพราวใจสั่นหมดแล้วเนี่ย” พราวยกมือขึ้นกุมอกทำท่าประกอบอย่างโอเวอร์
ชายหนุ่มหุบยิ้มทันที แสร้งทำเป็นตักข้าวต้มกินต่อเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน
“คุณพราวนี่พูดจาเลอะเทอะจริง รีบกินข้าวต้มของคุณเถอะ ดึกมากแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้าน”
“พราวทานอิ่มแล้วค่ะ งั้นเดี๋ยวพราวล้างจานให้นะคะ บอสทานต่อเถอะ” พราวยันตัวลุกขึ้นยืน พร้อมกับหยิบชามของตัวเองไปที่อ่างล้างจาน
เขามองตามแผ่นหลังบางของเลขาจอมแสบ ความอบอุ่นแล่นพล่านอยู่ในหัวใจของภูผาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานหลายปี ห้องที่เคยเงียบเหงาและเย็นชาในเมื่อก่อน ทว่าตอนนี้กลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความสุขและเสียงหัวเราะดังไปทั่วห้อง
ไม่นานนักพราวก็ล้างจานเสร็จ และภูผาทานเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มก็เดินไปหยิบกุญแจรถทันที
“ผมไปส่งคุณที่บ้านนะ”
“ขอบคุณค่ะบอส หล่อแถมยังใจดีอีกต่างหาก” พราวคลี่รอยยิ้มหวาน พร้อมคว้ากระเป๋ามาถือไว้ทันที
“เลิกแซวผมได้แล้ว ไม่อย่างนั้นผมจะเปลี่ยนใจปล่อยให้คุณเดินกลับเอง” ภูผาขู่เสียงเข้ม ทว่าแววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“อุ๊ย! ไม่แซวแล้วค่ะ ไปกันเถอะค่ะ” หญิงสาวรีบเดินไปที่ประตูทันที
ภูผาเดินตามออกมาติดๆ ทั้งคู่เดินลงมาที่ชั้นล่าง แล้วก็เดินขึ้นรถไปพร้อมกัน เพียงครู่เดียวรถคันหรูก็ถูกเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถทันที
คอนโดบีเอ็ม
รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดที่หน้าคอนโดของหญิงสาวตามที่เธอได้เป็นคนบอกทาง ทันทีที่รถยนต์คันหรูจอดสนิท พราวก็หันมาเอ่ยพูดกับเขาทันทีด้วยรอยยิ้มหวานๆ
“ขอบคุณนะคะบอสที่มาส่ง” พราวหันมาบอกพร้อมปลดเข็มขัดนิรภัย
“ขอบคุณสำหรับข้าวต้มมื้อดึกอีกครั้งนะครับ พรุ่งนี้เข้างานเก้าโมงเช้าเหมือนเดิมนะ” ภูผาเอ่ยบอก
“รับทราบค่ะเจ้านาย... อ้อ! บอสคะ” พราวชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตูรถทันที แล้วหันกลับมาหาภูผาอีกครั้ง
“มีอะไรอีกครับ?”
คนตัวเล็กขยับตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นหน้าไปจุมพิตเบาๆ ที่ข้างแก้มของชายหนุ่มหนึ่งทีโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
ฟอด!
ภูผาเบิกตาโพลง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมา สมองสั่งการหยุดชะงักไปในทันที
“ฝันดีนะคะพี่ภูผา...” พราวส่งยิ้มหวานที่เต็มไปด้วยความแสบซน ก่อนจะรีบเปิดประตูรถแล้วก้าววิ่งเข้าคอนโดไป ทิ้งให้บอสใหญ่จอมดุนั่งนิ่งค้างอยู่บนเบาะคนขับเพียงลำพัง
มือหนาค่อยๆ ยกขึ้นแตะที่แก้มข้างที่โดนขโมยหอมอย่างแผ่วเบา สัมผัสนุ่มนวลและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของหญิงสาวยังคงอบอวลอยู่ ชายหนุ่มมองตามเรือนร่างเล็ก พลางหลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
