บทที่ 4 ตอนที่ 4 มื้อค่ำรื้อความหลัง

ตอนที่ 4 มื้อค่ำรื้อความหลัง

เช้าวันรุ่งขึ้น

แสงแดดส่องสว่างทั่วออฟฟิศ ชายหนุ่มเดินก้าวออกจากลิฟต์ตรงไปยังห้องทำงานด้วยท่าทีที่ดูผ่อนคลายกว่าทุกวัน สายตาคมปรายตามองไปยังโต๊ะเลขาหน้าห้องทันทีตามสัญชาตญาณ ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า

ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา

เวลา 08:50 น.

“ปกติมาเช้ากว่านี้นี่...” ภูผาพึมพำ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง ทว่าทันทีที่ก้าวเข้าไป เขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างเล็กในชุดเดรสทำงานสีครีมกำลังก้มๆ เงยๆ จัดแจงแจกันดอกไม้สดอยู่ตรงมุมห้อง

“อ้าว อรุณสวัสดิ์ค่ะบอสสุดหล่อ” พราวหันมาฉีกยิ้มหวาน ท่าทางร่าเริงเหมือนเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักนิด ต่างจากภูผาที่หัวใจเต้นรัวขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นหน้าเธอ

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณพราว มาเช้าจัง” ภูผาแสร้งทำเสียงนิ่ง ขยับสูทให้เข้าที่แล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง

“พราวก็มาเช้าปกติแหละค่ะ แต่บอสต่างหากที่วันนี้ดู... มาสายกว่าปกติห้านาทีนะคะ” หญิงสาวเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงาน วางแก้วกาแฟดำร้อนกลิ่นหอมกรุ่นลงตรงหน้าเขา “กาแฟค่ะบอส แบล็กคอฟฟี่ไม่ใส่น้ำตาล ชงด้วยความรักและความใส่ใจเต็มแก้วเลยค่ะ”

ภูผาเหลือบมองแก้วกาแฟ แล้วมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังส่งยิ้มล้อเลียนเขาอยู่ ชายหนุ่มยกกาแฟขึ้นจิบก่อนจะเอ่ยปาก

“คุณพราว เรื่องเมื่อคืนนี้...”

“เรื่องเมื่อคืนทำไมเหรอคะ?” พราวเอียงคอทำตาใสแป๋ว “อ๋อ... เรื่องข้าวต้มเหรอคะ อร่อยใช่ไหมล่ะ บอกแล้วว่าฝีมือพราวไม่เป็นสองรองใคร”

“ไม่ใช่เรื่องข้าวต้ม” ภูผาวางแก้วลง จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต “เรื่องตอนที่คุณลงจากรถ ที่คุณ...”

“อ๋อ! เรื่องนั้นเอง” พราวหลุดหัวเราะคิกคัก ยื่นหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะมากขึ้น “ทำไมคะบอส โดนพราวขโมยหอมแก้มไปทีเดียว ถึงกับเก็บไปนอนฝันร้ายจนมาทำงานสายเลยเหรอคะ”

“คุณพราว... คุณเป็นผู้หญิงนะ ทำแบบนั้นมัน...” ภูผาพยายามจะสั่งสอน ทว่าน้ำเสียงกลับไม่ได้ดุดันเลยแม้แต่น้อย

“มันทำไมคะ? ก็พราวบอกแล้วไงคะว่าพราวรักเดียวใจเดียว การแสดงออกกับคนที่ชอบมันผิดตรงไหนคะ” พราวทำลอยหน้าลอยตาตอบอย่างผู้ชนะ

ภูผาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่กลอกตาเบาๆ แสร้งหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดดูเพื่อซ่อนใบหูที่เริ่มขึ้นสีอีกครั้ง

“เอาเถอะครับ เลิกพูดเรื่องนี้แล้วมาคุยเรื่องงานดีกว่า ตารางงานวันนี้มีอะไรบ้าง”

“ช่วงเช้าเคลียร์เอกสารอนุมัติจัดซื้อค่ะ ช่วงบ่ายไม่มีประชุม...” พราวรายงานเสียงฉะฉาน ทว่ายังไม่ทันจะพูดจบ ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือของภูผาที่ดังขึ้น ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูหน้าจอพบว่าเป็นสายจากผู้เป็นแม่

“ครับแม่” ภูผากดรับสายเสียงนุ่ม เขาชะงักไปเล็กน้อย หันไปมองเลขาคนสวยที่ยืนรออยู่หน้าโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอเสียงเบา “คุณออกไปก่อน”

“ค่ะบอส”

เธอเดินก้าวถอยหลังออกไปจากห้องทำงานของบอสอย่างว่าง่าย ทว่าในใจกลับเต้นรัว พร้อมคลี่รอยยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ ทันทีที่ประตูกระจกบานใหญ่ปิดลง พราวก็แอบหมุนตัวเบาๆ ด้วยความสะใจเล็กน้อย

‘ปากบอกให้เลิกพูดเรื่องนี้ แต่ตัวเองดันจำแม่น แถมยังเก็บเอาไปคิดจนมาทำงานสายห้านาทีเลยนะบอส... น่ารักเป็นบ้า!’ หญิงสาวคิดในใจอย่างร่าเริง ก่อนจะเดินกลับมานั่งประจำตำแหน่งที่โต๊ะเลขาหน้าห้อง

คนตัวเล็กทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ แสร้งทำเป็นเปิดคอมพิวเตอร์และขยับเมาส์ดูเอกสารจัดซื้อตามหน้าที่ ทว่าสายตาเจ้ากรรมกลับคอยชำเลืองมองผ่านบานกระจกใสเข้าไปด้านในห้องทำงานใหญ่เป็นระยะๆ เห็นร่างสูงใหญ่ของเขากำลังกรอกเสียงพูดใส่โทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าท่าทางที่จริงจังกว่าปกติ คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย

ผ่านไปราวๆ ห้านาที ประตูกระจกบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออก ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มเดินออกมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของพราว

“บอสคุยโทรศัพท์กับเสร็จแล้วเหรอคะ มีงานด่วนอะไรหรือเปล่า” เธอเอ่ยถามเสียงใส

ภูผากอดอก ยืนมองหญิงสาวด้วยสายตานิ่งๆ ทว่านัยน์ตาคมคู่นั้นกลับสั่นไหวเล็กน้อย

“เย็นนี้เคลียร์ตารางงานช่วงหลังห้าโมงเย็นให้ผมด้วยนะ”

พราวกะพริบตาปริบๆ แสร้งทำหน้าตาสงสัย

“มีอะไรด่วนหรือเปล่าคะ ในตารางงานช่วงเย็นวันนี้พราวจดไว้ว่าบอสว่างนี่นา หรือว่ามีประชุมด่วนของบอร์ดบริหารคะ”

“ไม่มีประชุม” ภูผาตอบเสียงเรียบ “แต่... แม่อยากให้ไปทานข้าวด้วยเฉยๆ”

พราวเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตจับจ้องท่าทางอึกอักของชายหนุ่มตรงหน้าที่พยายามทำเป็นนิ่งเฉย ทั้งที่แววตาคู่นั้นดูมีพิรุธจนปิดไม่มิด หญิงสาวส่งยิ้มกว้างอย่างเป็นงานเป็นการ

“อ๋อ... คุณน้านัดทานข้าวนี่เอง งั้นพราวจะรีบเคลียร์คิวช่วงเย็นหลังจากห้าโมงให้ทั้งหมดเลยค่ะ บอสจะได้เดินทางไปหาคุณน้าได้ตามสบาย ไม่ต้องห่วงเรื่องงานทางนี้เลยนะคะ”

มือเรียวเอื้อมไปจับเมาส์เตรียมจะกดเข้าไปจัดการตารางในระบบ ทว่าเสียงทุ้มของคนตัวโตกลับเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน

“เดี๋ยว...” ภูผาแสร้งทำเป็นเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อปกปิดอาการประหม่าของเขา “ผมยังพูดไม่จบ”

“คะ? มีอะไรเพิ่มเติมอีกเหรอคะบอส หรือว่าคุณน้าสั่งให้บอสแวะซื้อของโปรดไปฝากด้วย พราวจะได้ช่วยประสานงานโทรสั่งที่ร้านไว้ให้ล่วงหน้าเลยค่ะ” พราวถามต่ออย่างกระตือรือร้น

“ไม่ใช่เรื่องซื้อของ...” ภูผาถอนหายใจยาวๆ แววตาคมคู่คล้ายกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าปกติจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “คุณแม่สั่งกำชับมาว่า... ให้คุณไปด้วย”

“พราวเหรอคะ?” หญิงสาวชะงักมือจากคีย์บอร์ด ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “คุณน้าชวนพราวไปทานข้าวเย็นนี้ด้วยเหรอคะ”

“ครับ คุณแม่สั่งไว้ บอกว่าห้ามมีข้ออ้างเรื่องงานเด็ดขาด ย้ำว่าต้องพาคุณไปให้ได้ไม่งั้นจะโกรธ” ภูผาอธิบายพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่นคล้ายทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องส่งต่อคำสั่งแกมบังคับของแม่ “เพราะฉะนั้น ห้าโมงเย็นเคลียร์งานทุกอย่างให้เรียบร้อย แล้วเตรียมตัวให้พร้อม”

“รับทราบค่ะ พราวพร้อมเสมอสำหรับคุณน้า” พราวฉีกยิ้มหวาน ส่งสายตาวิบวับล้อเลียนเขาไปทีหนึ่ง “แต่แหม... คุณน้าชวนพราวไปทานข้าวแบบนี้ บอสทำหน้าเหมือนโดนบังคับเลยนะคะ จริงๆ ในใจแอบดีใจอยู่หรือเปล่า ที่จะได้มีพราวไปนั่งทานข้าวข้างๆ เย็นนี้”

“คุณพราว... อย่าเพิ่งคิดไปไกลครับ คุณแม่ท่านแค่เอ็นดูคุณในฐานะลูกเพื่อนสนิทก็แค่นั้น” ภูผารีบแย้งน้ำเสียงเข้มขึ้นมาทันควัน

“เหรอคะ...” หญิงสาวยังคงลอยหน้าลอยตาเย้าแหย่เขาไม่เลิก “คุณน้าอาจเห็นพราวเป็นลูกสะใภ้มากกว่าลูกเพื่อนสนิทก็ได้นะคะ”

“เลิกพูดจาไร้สาระแล้วก้มหน้าทำงานไปเลยครับ” ภูผาเอ่ยตัดบทเสียงดุๆ แสร้งทำหน้านิ่งๆ “บ่ายนี้มีเอกสารอนุมัติงบประมาณอีกหลายแฟ้ม รีบเคลียร์ให้เสร็จก่อนห้าโมงเย็น ไม่งั้นถ้าไปสาย... ผมจะหักคะแนนความประพฤติคุณ”

“เอะอะก็ขู่หักคะแนนตลอดเลย ใจร้ายจัง” พราวแกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวาน ทำหน้ามุ่ยใส่เขาเล็กน้อย “แต่เอาเถอะค่ะ เพื่อมื้อเย็นสุดพิเศษกับบอสและคุณน้า พราวจะยอมแปลงร่างเป็นเลขาดีเด่น เคลียร์งานให้เสร็จไวที่สุดเลยค่ะ!”

ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไร เขาทำเพียงแค่ส่ายหน้าเบาๆ ให้กับความกะล่อนและฝีปากกล้าของเลขาคู่ใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องทำงานของตัวเองไปทันที ท่าทางรีบร้อนราวกำลังวิ่งหนีระเบิดเวลาทำเอาพราวหลุดหัวเราะคิกคักออกมาด้วยความชอบใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป