บทที่ 2 ตอนที่ 2 สัญญาภรรยา

ตอนที่ 2

สัญญาภรรยา

“ผมจะใช้หนี้ทั้งหมดให้คุณ”

“แลกกับการแต่งงานกับผม”คำพูดของคีรินทร์ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของลลินราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ

หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก

เธอคิดไปต่าง ๆ นานา คิดว่าเขาอาจต้องการลดตำแหน่งเธอ อาจต้องการไล่ออกหรืออาจต้องการสอบถามเรื่องเจ้าหนี้ที่โทรเข้ามาแต่ไม่เคยแม้แต่น้อย..ที่จะคิดว่าเจ้านายผู้เย็นชาของเธอจะเสนอเรื่องแบบนี้

“คุณล้อเล่นใช่ไหมคะ”

ลลินถามออกมาเสียงเบา คีรินทร์กลับมีสีหน้าเรียบนิ่ง“ผมไม่เคยเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่น”

หญิงสาวกำแฟ้มเอกสารในมือแน่น“ทำไมคะทำไมต้องเป็นฉัน”

ดวงตาคมเข้มสบตาเธอโดยตรง นานหลายวินาที ก่อนเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เพราะคุณเหมาะสมที่สุด”คำตอบนั้นไม่ได้ช่วยให้เธอเข้าใจมากขึ้นเลย ตรงกันข้ามมันยิ่งทำให้ ลลินสับสน

“ฉันไม่เข้าใจค่ะ”

“คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกอย่าง”คีรินทร์เอนตัวพิงพนักเก้าอี้“คุณแค่ต้องตัดสินใจแต่งงานกับผม หรือปล่อยให้เจ้าหนี้จัดการชีวิตคุณต่อไป”

หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ความอึดอัดค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นภายในอก“การแต่งงานไม่ใช่ธุรกิจนะคะ”

“สำหรับผม มันคือข้อตกลง”คำตอบนั้นเย็นเยียบจนเธอรู้สึกหนาว

“แล้วถ้าฉันปฏิเสธล่ะคะ”

ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบอย่างตรงไปตรงมา“ก็เป็นสิทธิ์ของคุณผมจะไม่บังคับ”เขาหยุดเล็กน้อยแล้วพูดต่อ

“แต่ผมก็จะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องหนี้ของคุณอีก”

บรรยากาศภายในห้องเงียบงัน

ลลินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกต้อนจนมุม

เขาไม่ได้ข่มขู่ ไม่ได้ขึ้นเสียง ไม่ได้บังคับ แต่ทุกคำพูดของเขาเหมือนกำลังผลักเธอเข้าไปในทางตันทีละน้อย

หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้“ขออนุญาตกลับก่อนนะคะ”

คีรินทร์ไม่ได้รั้ง“ได้ แต่ผมต้องการคำตอบภายในสามวัน หลังจากนั้นข้อเสนอนี้จะเป็นโมฆะ”

ลลินพยักหน้า ก่อนเดินออกจากห้องไป ตลอดทางกลับบ้าน หัวของเธอเต็มไปด้วยความคิดมากมาย

ไฟถนนยามค่ำคืนทอดยาวเป็นสาย ผู้คนเดินสวนกันขวักไขว่ แต่ลลินกลับไม่รับรู้อะไรเลยเธอได้ยินเพียงคำพูดประโยคเดิม แต่งงานกับผม ทำไมต้องเป็นเธอ ทำไมต้องเป็นผู้หญิงธรรมดาอย่างเธอ ทำไมต้องใช้การแต่งงานเป็นข้อแลกเปลี่ยน ไม่มีอะไรสมเหตุสมผลเลย

เมื่อกลับถึงบ้าน ลลินพบว่าแม่ยังไม่นอน

นางนวลพรนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล

“เหนื่อยไหม”คำถามง่าย ๆ แต่ทำให้ลลินรู้สึกจุกในอก เธอฝืนยิ้มก่อนเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ

“แม่ยังไม่นอนอีกเหรอ”

“แม่รอหนู”นางนวลพรลูบผมลูกสาวเบา ๆ

“วันนี้พวกเจ้าหนี้มาพูดอะไรอีกหรือเปล่า”

ลลินนิ่งไป ไม่รู้จะตอบอย่างไร สุดท้ายจึงเลือกตอบเพียงบางส่วน

“เขาอยากได้เงินค่ะ”

“แม่ขอโทษ แม่ขอโทษจริง ๆ”น้ำเสียงสั่นเครือของผู้เป็นแม่ทำให้ลลินรีบกอดท่านเอาไว้

“แม่ไม่ต้องขอโทษนะคะ”

“ถ้าบ้านจะถูกยึดจริง ๆ แม่ก็ยอมขอแค่หนูมีความสุข”ประโยคนั้นทำให้น้ำตาแทบไหลเพราะลลินรู้ดีว่าหากบ้านถูกยึดแม่ของเธอคงรับไม่ได้

เช้าวันต่อมาเธอไปทำงานด้วยสภาพอิดโรย

แต่ยังคงทำหน้าที่เลขาได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง

คีรินทร์เองก็ไม่ได้พูดเรื่องเมื่อคืนอีกราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นกระทั่งช่วงบ่ายโทรศัพท์ของลลินดังขึ้น

เป็นเบอร์แปลก

“สวัสดีค่ะคุณลลินใช่ไหม”

“ค่ะ”

“ทางเจ้าหนี้ยื่นเรื่องอายัดทรัพย์แล้วค่ะ”

โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน“...อะไรนะคะ”

“ทางเราจะส่งเอกสารไปให้ภายในสัปดาห์นี้”

สายถูกตัดไป ลลินนั่งนิ่ง มือเย็นเฉียบ

เธอรู้แล้วว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที

วันนั้นหลังเลิกงานลลินกลับบ้านเร็วกว่าปกติ

แต่สิ่งที่เห็นทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น เจ้าหนี้กลุ่มเดิมยืนอยู่หน้าบ้านอีกครั้งและครั้งนี้พวกเขาไม่ได้มาแค่พูดแต่กำลังติดเอกสารบางอย่างไว้หน้ารั้ว

“พวกคุณทำอะไรคะ!”

ลลินรีบวิ่งเข้าไปชายร่างใหญ่หันมามอง

“แจ้งดำเนินคดีถ้าไม่จ่ายบ้านหลังนี้เตรียมโดนยึดได้เลย”

นางนวลพรที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับทรุดตัวลงนั่ง

สีหน้าซีดเผือด

“แม่!”ลลินรีบประคอง“แม่คะ!”

นางนวลพรหายใจแรงมือสั่นจนหญิงสาวต้องรีบพาเข้าไปนั่งพักด้านใน

คืนนั้นหญิงสาวเงยหน้ามองท้องฟ้าก่อนหลับตาลงและในวินาทีนั้นภาพของคีรินทร์ก็ผุดขึ้นมาอีกครั้งข้อเสนอที่เธอพยายามผลักไสกำลังกลายเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่

เช้าวันที่สามลลินยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ

ดวงตาบวมแดงเล็กน้อยจากการอดนอน เธอมองตัวเองอยู่พักใหญ่ ก่อนตัดสินใจหยิบกระเป๋า แล้วออกจากบ้าน

สำนักงานใหญ่กลุ่มวัฒนากรยังคงหรูหราเหมือนเดิม แต่วันนี้ทุกย่างก้าวของเธอหนักอึ้งกว่าทุกครั้ง

ลลินเดินตรงไปยังห้องประธานเคาะประตู

ก๊อก ก๊อก

“เข้ามา”

หญิงสาวสูดหายใจลึกก่อนผลักประตูเข้าไป

คีรินทร์เงยหน้าจากเอกสารสายตาคมเข้มจับอยู่ที่เธอทันที

“คุณมาพอดี”

ลลินกำมือแน่นพยายามรวบรวมความกล้า

ก่อนพูดออกมา

“ฉัน...”เสียงขาดหายเธอกลืนน้ำลาย

แล้วเริ่มใหม่อีกครั้ง“ฉันขออ่านสัญญาก่อนค่ะ”

ดวงตาคมเข้มวูบไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งเหมือนเดิมและในที่สุดคีรินทร์ก็รู้ว่าเธอกำลังจะตอบรับข้อเสนอของเขา

ห้องทำงานของประธานบริษัทวัฒนากรในยามสายเงียบสนิทเสียจนลลินได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นอยู่ในอก

เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ตัวตรง มือทั้งสองข้างวางประสานกันบนตัก นิ้วเรียวเย็นเฉียบทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องไม่ได้เย็นจัดจนเกินไป สายตาของหญิงสาวจับอยู่ที่แฟ้มเอกสารสีดำบนโต๊ะตรงหน้า แฟ้มเล่มนั้นดูธรรมดาเหลือเกิน

แต่ลลินรู้ดีว่าเอกสารด้านในมีอำนาจมากพอจะเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตของเธอ

จากเลขาสาวธรรมดากลายเป็นภรรยาของผู้ชายที่เธอแทบไม่เคยเข้าใจเลย

คีรินทร์ นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานด้วยท่าทีนิ่งสงบเช่นเคย เขาสวมสูทสีเข้ม เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบกริบ เนกไทผูกอย่างประณีต ใบหน้าคมคายไม่มีร่องรอยหวั่นไหวแม้แต่น้อย ราวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นเพียงการอนุมัติเอกสารทางธุรกิจอีกฉบับหนึ่ง ไม่ใช่การแต่งงาน ไม่ใช่ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง

ลลินสูดลมหายใจช้า ๆ ก่อนเอื้อมมือไปเปิดแฟ้ม

เธอไล่อ่านทีละข้ออย่างตั้งใจ ปลายนิ้วของลลินหยุดอยู่ตรงข้อที่บอกว่าระหว่างระยะเวลาของสัญญา ลลินห้ามมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับบุคคลอื่น ไม่ว่าจะโดยเปิดเผยหรือโดยลับ นานเป็นพิเศษ ห้ามมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น เธอเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว

คีรินทร์ยังคงมองเธอนิ่ง ๆ“มีข้อสงสัยหรือเปล่า”เสียงของเขาเรียบนิ่ง จนยากจะคาดเดาอารมณ์

บทก่อนหน้า
บทถัดไป