บทที่ 4 ตอนที่4 เป็นเช่นนี้เสมอ

ตอนที่4

เป็นเช่นนี้เสมอ

อากาศในห้องเย็นวาบขึ้นทันที สายตาของ            คีรินทร์เข้มขึ้น

“ระวังคำพูดของคุณด้วย”เขามองเธอด้วยดวงตาแดงก่ำเลียริมฝีปากเหมือนคนที่กำลังคิดอะไรใจ

ลลินรู้ว่าตัวเองพูดแรงไปแต่ความอัดอั้นทำให้เธอไม่อาจกลืนทุกอย่างลงคอได้อีก

“ขอโทษค่ะ”เธอพูดเบา ๆ

“ฉันจะบอกแม่แค่ว่าเราตัดสินใจแต่งงานกัน”

คีรินทร์พยักหน้า“พรุ่งนี้ผมจะให้คนไปรับคุณที่บ้าน”

“ไม่ต้องค่ะ ฉันมาเองได้”

“ผมไม่ได้ถามว่าคุณมาเองได้หรือไม่ ผมบอกว่าจะให้คนไปรับ”

ลลินเม้มริมฝีปากผู้ชายคนนี้เป็นเช่นนี้เสมอ

สั่ง กำหนด ตัดสินใจเหมือนทุกคนรอบตัวเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานที่เขาควบคุมได้

“ค่ะ”เธอตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนหันหลังเดินออกจากห้องแต่ทันทีที่เปิดประตู เสียงของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ลลิน”

หญิงสาวชะงัก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อเธอโดยไม่มีคำว่า คุณ หัวใจเธอกระตุกเบา ๆ อย่างน่ารำคาญ

“คะ”

“ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป คุณต้องจำไว้อย่างหนึ่ง”

เธอหันกลับไปมอง

คีรินทร์ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ทว่าแววตาของเขาดูเข้มลึกกว่าทุกครั้ง“ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไรกับสัญญานี้ ต่อหน้าคนอื่น คุณคือภรรยาของผม”

ลลินกลืนน้ำลายลงคอ“ค่ะ”

“และภรรยาของคีรินทร์ วัฒนากร ไม่ควรก้มหน้าให้ใครดูถูก”คำพูดนั้นทำให้เธอนิ่งไป

เธอไม่แน่ใจว่าเขาพูดเพราะห่วงภาพลักษณ์

หรือเพราะไม่ต้องการให้ใครดูถูกเธอจริง ๆ แต่มันก็ทำให้ความรู้สึกหนักอึ้งในอกเบาบางลงเพียงเสี้ยวหนึ่ง

“ฉันจะจำไว้ค่ะ”เธอตอบ แล้วเดินออกไป

ประตูปิดลงเบา ๆ คีรินทร์ยังคงมองตามบานประตูอยู่นานใบหน้าเย็นชาของเขาไม่แสดงอารมณ์ใด

แต่ปลายนิ้วที่แตะอยู่บนแฟ้มสัญญากลับกดแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ลลินกลับถึงบ้านในช่วงค่ำ ฟ้าด้านนอกเริ่มมืดแล้ว แสงไฟสีส้มจากหลอดไฟหน้าบ้านส่องลงบนพื้นปูนเก่า ๆ ที่มีรอยแตกเล็ก ๆ บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โต ไม่ได้หรูหรา แต่เป็นที่ที่เธอเติบโตมา เป็นที่ที่มีเสียงหัวเราะของพ่อ เสียงบ่นของแม่ และกลิ่นอาหารเย็นอุ่น ๆ ในทุกวันเก่า ๆ

เธอยืนมองประตูบ้านอยู่นาน ก่อนรวบรวมความกล้าเปิดเข้าไป

“กลับมาแล้วค่ะ”

นางนวลพรนั่งพับผ้าอยู่บนโซฟา เมื่อเห็นลูกสาวก็ยิ้มอ่อนโยน

“กลับมาแล้วเหรอลูก วันนี้เหนื่อยไหม”

ลลินมองรอยยิ้มของแม่แล้วรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็ง ๆ ติดอยู่ในลำคอ เธอเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ

“แม่คะ หนูมีเรื่องจะบอก”มือของนางนวลพรหยุดชะงัก

“เรื่องอะไรลูก”

ลลินเงียบไปครู่หนึ่งคำพูดติดอยู่ที่ริมฝีปากหลายครั้ง แต่ก็หลุดออกมาไม่ได้เสียที จะบอกแม่อย่างไรดี บอกว่าหนูกำลังจะแต่งงานกับเจ้านายเพื่อใช้หนี้อย่างนั้นหรือ บอกว่าเงินสิบล้านกำลังจะหายไป แต่แลกกับอิสรภาพสองปีของลูกสาวแม่อย่างนั้นหรือ

ไม่ได้ เธอบอกไม่ได้

ลลินฝืนยิ้ม“หนู...จะแต่งงานค่ะ”

นางนวลพรนิ่งงันไปทันที ผ้าผืนเล็กในมือร่วงลงบนตัก

“แต่งงาน?”

“ค่ะ”

“กับใครลูก”

“ท่านประธานค่ะ คุณคีรินทร์”ความเงียบโรยตัวลงระหว่างแม่ลูก ดวงตาของนางนวลพรเต็มไปด้วยความตกใจ

“เจ้านายของหนูน่ะหรือ”

“ค่ะ”

“ลลิน...มันเกิดอะไรขึ้น”น้ำเสียงของแม่ไม่ได้ดีใจแต่เต็มไปด้วยความกังวล เพราะท่านรู้จักลูกสาวดีเกินไป

ลลินไม่เคยมีคนรัก ไม่เคยพูดถึงผู้ชายคนใดและไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จู่ ๆ จะบอกว่าจะแต่งงานกับเจ้านายภายในเวลาไม่กี่วัน

“เรา...คุยกันมาสักพักแล้วค่ะ”คำโกหกนั้นขมปร่าเหลือเกิน นางนวลพรมองลูกสาวอย่างค้นหา

“ลูกแน่ใจหรือ”

ลลินพยักหน้า

“ค่ะ”

“เขารักหนูไหม”คำถามนั้นแทงใจเธออย่างรุนแรง

ลลินต้องใช้ความพยายามมากเหลือเกินในการยิ้ม

“เขาดีกับหนูค่ะ”เธอเลี่ยงคำว่ารักเพราะไม่อยากโกหกแม่ไปมากกว่านี้

นางนวลพรจับมือลูกสาวไว้“แม่ไม่ได้ต้องการให้หนูแต่งงานกับคนรวย แม่ไม่ได้ต้องการให้หนูเอาชีวิตไปผูกกับใครเพราะบ้านหลังนี้หรือเพราะหนี้สินนะลูก”

ลลินชะงัก ดวงตาเริ่มร้อนผ่าว“แม่...”

“แม่อาจป่วย แม่อาจช่วยอะไรหนูไม่ได้มาก แต่แม่ยังเป็นแม่ของหนู แม่ดูออกว่าหนูมีเรื่องในใจ”

น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งลงมาโดยที่ลลินห้ามไม่ทัน

เธอรีบเช็ดออก

“หนูไม่เป็นไรค่ะ”

“อย่าโกหกแม่เลยลูก”เสียงของนางนวลพรอ่อนโยนจนลลินแทบแตกสลาย

หญิงสาวก้มหน้าลง สองมือจับมือแม่แน่น

“หนูแค่อยากให้แม่ปลอดภัย อยากให้บ้านเรายังอยู่ อยากให้ทุกอย่างดีขึ้น”

“แล้วหนูล่ะ”คำถามนั้นทำให้ลลินเงยหน้าขึ้น

“ความสุขของหนูล่ะลูก”

ลลินยิ้มทั้งน้ำตา“ถ้าแม่ปลอดภัย หนูก็มีความสุขค่ะ”

นางนวลพรดึงลูกสาวเข้าไปกอด ลลินซบหน้ากับไหล่แม่ กลั้นเสียงสะอื้นไว้สุดกำลัง เธอไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอเท่านี้มาก่อน แต่แม้จะอ่อนแอ

เธอก็ถอยไม่ได้แล้ว

เช้าวันต่อมา รถสีดำคันหรูจอดเทียบหน้าบ้านลลินตรงเวลาแปดโมง

ชาวบ้านละแวกนั้นหันมองด้วยความสนใจ บางคนกระซิบกระซาบกันเมื่อเห็นคนขับรถในชุดสูทลงมาเปิดประตู

ลลินเดินออกมาจากบ้านในชุดเดรสสีครีมเรียบสุภาพ ผมยาวถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย ใบหน้าสวยหวานแต่งเพียงอ่อน ๆ แต่ความอ่อนล้าในดวงตายังเห็นได้ชัด

นางนวลพรเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน“ดูแลตัวเองนะลูก”

ลลินกอดแม่แน่น“แม่ก็เหมือนกันนะคะ กินยาให้ตรงเวลา หนูจะโทรหาทุกวัน”

“อย่าห่วงแม่มากนักเลย”

“จะไม่ให้ห่วงได้ยังไงคะ แม่มีคนเดียว”

นางนวลพรลูบแก้มลูกสาวเบา ๆ“ถ้าวันไหนหนูไม่มีความสุข กลับมาบ้านเรานะลูก บ้านหลังนี้เป็นของหนูเสมอ ไม่ว่ามันจะเล็กหรือเก่าแค่ไหน”ประโยคนั้นทำให้ลลินเกือบร้องไห้อีกครั้ง

เธอพยักหน้า แล้วขึ้นรถไปตลอดทางไปสำนักงานเขต ลลินนั่งเงียบ มองภาพถนนผ่านกระจก

โลกภายนอกยังดำเนินไปเหมือนเดิม รถติดคนเดินข้ามถนนร้านกาแฟเปิดรับลูกค้า ผู้คนใช้ชีวิตตามปกติ

มีเพียงชีวิตของเธอที่กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันเหมือนเดิม เมื่อรถจอดหน้าสำนักงานเขต คีรินทร์ยืนรออยู่แล้ว เขาอยู่ในชุดสูทสีเข้มเช่นเคย สง่างามและเย็นชาจนผู้คนรอบข้างอดเหลียวมองไม่ได้ ข้างกายมีนาวิน ศิริกุล ทนายประจำบริษัทและเพื่อนสนิทของเขายืนถือแฟ้มเอกสารอยู่

ลลินลงจากรถคีรินทร์มองเธอแวบหนึ่ง

“มาช้าไปสามนาที”นี่คือคำทักทายแรกในวันที่ทั้งสองจะจดทะเบียนสมรสกัน

ลลินมองเขาอย่างเหนื่อยใจ“รถติดค่ะ”นาวินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบยิ้มกลบเกลื่อน

“อย่าถือสาเลยครับ คุณคีรินทร์เป็นคนตรงเวลามาตั้งแต่เกิด ตอนเด็กคงร้องไห้ตรงเวลาเป๊ะด้วยซ้ำ”

คีรินทร์ปรายตามองเพื่อน“นาวิน”

“ครับ ผมเงียบแล้วครับ”

ลลินเผลอยิ้มบาง ๆ กับท่าทางของนาวิน

แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้คีรินทร์มองเธอนานขึ้นเล็กน้อย

“เข้าไปกันเถอะ”เขาพูด แล้วเดินนำเข้าไป

ขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสไม่ได้ยาวนานอย่างที่ ลลินคิด เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสาร ถามคำถาม ให้ทั้งคู่เซ็นชื่อ ทุกอย่างเรียบง่ายจนเกือบโหดร้ายไม่มีดอกไม้

ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีคำสาบานรักมีเพียงเอกสารทางราชการสองสามแผ่น และปากกาหนึ่งด้าม

เจ้าหน้าที่เงยหน้าขึ้นยิ้ม“เรียบร้อยแล้วนะคะ ขอแสดงความยินดีกับทั้งสองท่านด้วยค่ะ”ลลินรู้สึกเหมือนถูกบีบหัวใจ

เธอควรยิ้มแต่ริมฝีปากกลับแข็งจนแทบขยับไม่ได้

คีรินทร์รับเอกสารมาอย่างสงบนิ่ง“ขอบคุณครับ”เพียงเท่านั้น เขาหันมาหาเธอ“ไปกันได้แล้ว”

ลลินมองทะเบียนสมรสในมือเขา แผ่นกระดาษบาง ๆ นั้นเปลี่ยนสถานะของเธอไปแล้ว นับจากวินาทีนี้ เธอไม่ใช่แค่ลลิน พิชญา เลขาสาวที่มีหนี้สินติดตัว

แต่เป็นลลิน วัฒนากร ภรรยาตามกฎหมายของ                         คีรินทร์ วัฒนากร

ข้างนอกสำนักงานเขต แสงแดดยามสายส่องลงมาจนแสบตา

นาวินเดินตามออกมาด้วยรอยยิ้มสุภาพ“ผมขอแสดงความยินดีอีกครั้งนะครับ คุณลลิน”

ลลินหันไปยิ้มให้เขา“ขอบคุณค่ะ”

“ถ้ามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับเอกสารหรือกฎหมาย สอบถามผมได้เสมอนะครับ”

“ค่ะ”

คีรินทร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลมองภาพนั้นเงียบ ๆก่อนเอ่ยเสียงเรียบ“นาวิน นายกลับบริษัทไปก่อน”

นาวินหันมามองเพื่อน“แล้วนายล่ะ”

“ฉันมีธุระต่อ”

นาวินเหลือบมองลลินเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“ได้ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณลลิน”

“ค่ะ”

หลังนาวินเดินไปแล้ว ลลินจึงหันกลับมาหา          คีรินทร์

“เราจะไปไหนต่อคะ”

“คอนโด”คำตอบสั้น ๆ ทำให้เธอชะงัก

“ตอนนี้เลยเหรอคะ”

“ใช่”

“แต่ฉันยังไม่ได้เก็บของ”

“คนของผมจัดการให้แล้ว”

ลลินเบิกตากว้าง“อะไรนะคะ”

“ผมให้คนไปเก็บของจำเป็นจากบ้านคุณแล้ว ส่วนของที่ขาดค่อยซื้อเพิ่ม”ความไม่พอใจแล่นขึ้นมาทันที

“คุณทำแบบนั้นโดยไม่ถามฉันก่อนเหรอคะ”

คีรินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“คุณต้องย้ายเข้าวันนี้อยู่แล้ว”

“แต่นั่นเป็นของส่วนตัวของฉันนะคะ”

“ผมให้แม่บ้านผู้หญิงจัดการ ไม่ได้ให้ผู้ชายไปยุ่ง”

“ประเด็นไม่ใช่ผู้หญิงหรือผู้ชายค่ะ ประเด็นคือคุณตัดสินใจแทนฉันอีกแล้ว”เสียงของลลินสั่นเล็กน้อยด้วยความโกรธและอึดอัด

“ฉันรู้ว่าตัวเองเซ็นสัญญาแล้ว รู้ว่าต้องทำตามข้อตกลง แต่ไม่ได้แปลว่าฉันไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรในชีวิตตัวเองเลย”

คีรินทร์มองเธอนิ่ง ผู้คนเดินผ่านไปมา แต่โลกของทั้งคู่เหมือนถูกตัดขาดออกจากเสียงรอบข้าง

“ผมแค่ทำให้ทุกอย่างรวดเร็วขึ้น”

“สำหรับคุณมันอาจเป็นแค่ความรวดเร็ว แต่สำหรับฉันมันคือการถูกลากออกจากบ้านโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะล่ำลา”คำพูดนั้นทำให้คีรินทร์เงียบไป

แววตาเขาวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที แต่ก็เร็วเกินกว่าที่ ลลินจะอ่านออก

“ขึ้นรถ”เขาพูดในที่สุด

ลลินหัวเราะเบา ๆ อย่างขื่นขม“สุดท้ายคุณก็ยังสั่งเหมือนเดิม”

“ผมไม่อยากยืนเถียงกับคุณกลางถนน”

“เพราะกลัวเสียภาพลักษณ์ใช่ไหมคะ”

“เพราะคุณยืนตากแดดมานานแล้ว”คำตอบนั้นทำให้ลลินนิ่งไป

คีรินทร์เปิดประตูรถให้เธอ“ขึ้นรถก่อน แล้วถ้าคุณอยากกลับไปบ้านเพื่อเอาของด้วยตัวเอง ผมจะพาไป”

ลลินมองเขาอย่างไม่แน่ใจ นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เขายอมถอยให้เธอครึ่งก้าว แม้มันจะเล็กน้อยมาก

แต่สำหรับผู้ชายอย่างคีรินทร์ มันคงไม่ง่าย หญิงสาวจึงยอมขึ้นรถ

คอนโดของคีรินทร์ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคารหรูใจกลางเมือง

ลิฟต์ส่วนตัวพาทั้งคู่ขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เสียงตัวเลขบนหน้าจอเปลี่ยนทีละชั้นทำให้ลลินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกพาขึ้นไปยังโลกอีกใบ โลกที่ห่างไกลจากบ้านไม้สองชั้นหลังเล็กของเธออย่างสิ้นเชิง

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ภาพตรงหน้าทำให้หญิงสาวนิ่งงัน ห้องชุดกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีเทา ดำ และขาว เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเรียบหรู หน้าต่างกระจกสูงจากพื้นจรดเพดานเปิดให้เห็นวิวเมืองกรุงเทพฯ กว้างไกล แสงแดดส่องผ่านกระจกเข้ามา ทำให้พื้นหินอ่อนเงาวับเป็นประกาย ทุกอย่างสวยงาม

แพง และเย็นชา เหมือนเจ้าของห้องไม่มีผิด

“จากวันนี้คุณจะอยู่ที่นี่”คีรินทร์พูดขณะเดินนำเข้าไป

ลลินก้าวตามอย่างระมัดระวัง เธอไม่กล้าแตะต้องอะไร รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอมในสถานที่ที่สมบูรณ์แบบเกินไป แม่บ้านวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมาต้อนรับ

“สวัสดีค่ะคุณคีรินทร์ สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง”

คำเรียกนั้นทำให้ลลินชะงัก

คุณผู้หญิง ฟังแปลกหูจนเธอแทบไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร

“สวัสดีค่ะ”เธอยกมือไหว้ตามมารยาท

แม่บ้านดูตกใจเล็กน้อย ก่อนรีบรับไหว้

คีรินทร์หันมาแนะนำสั้น ๆ“นี่คุณอร แม่บ้านที่ดูแลที่นี่”

คุณอรยิ้มอ่อนโยน“ห้องของคุณผู้หญิงจัดไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ กระเป๋าที่นำมาจากบ้านวางไว้ในห้องแล้วนะคะ”

ลลินหันไปมองคีรินทร์ทันทีเขาทำเพียงพยักหน้าให้คุณอร

“คุณไปพักได้”

“ค่ะ”

เมื่อแม่บ้านเดินออกไป คีรินทร์จึงพาเธอไปยังห้องหนึ่ง

“ห้องคุณ”เขาเปิดประตูให้

ภายในเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยโทนสีอ่อนกว่าส่วนอื่นของคอนโด มีเตียงกว้าง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง และหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นท้องฟ้า กระเป๋าเดินทางของเธอวางอยู่มุมห้อง

ลลินเดินเข้าไปช้า ๆ เธอเห็นตุ๊กตาหมีตัวเล็กที่แม่เคยซื้อให้ตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยวางอยู่บนกระเป๋า แค่เห็นมัน น้ำตาก็เกือบไหล คงเป็นแม่ที่ช่วยจัดของให้

คีรินทร์ยืนมองเธอจากหน้าประตู “ถ้าขาดอะไร บอกคุณอร”

“ค่ะ”

“คืนนี้คุณพักห้องนี้”

ลลินหันกลับมาทันที“คืนนี้?”

“ใช่”

“แล้วหลังจากคืนนี้ล่ะคะ”

คีรินทร์เงียบไปเล็กน้อย“เราต้องนอนห้องเดียวกัน”หัวใจของลลินกระตุกแรง

“ทำไมคะ”

“เพราะคุณเป็นภรรยาผม”

“แต่เราแต่งงานกันตามสัญญา”

“คนอื่นไม่ได้รู้เรื่องสัญญา”

“ที่นี่ไม่มีคนอื่นนี่คะ”

คีรินทร์มองเธอ“มีแม่บ้าน มีคนขับรถ มีคนของแม่ผม และในไม่ช้าแม่ผมคงมาที่นี่”

ลลินเริ่มเข้าใจ“คุณต้องการให้ทุกอย่างแนบเนียน”

“ใช่”

เธอกอดอกตัวเองโดยไม่รู้ตัว“แล้วคุณคิดว่าฉันควรรู้สึกยังไงคะ กับการต้องนอนห้องเดียวกับผู้ชายที่เพิ่งจดทะเบียนด้วยเพราะหนี้”คำถามนั้นทำให้บรรยากาศหนักอึ้งขึ้น

คีรินทร์ไม่ได้ตอบในทันที เขามองเธอนานพอให้ลลินรู้สึกเหมือนตัวเองถูกอ่านทะลุ

“ผมจะไม่แตะต้องคุณ ถ้าคุณไม่ยินยอม”น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง แต่หนักแน่น

ลลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา“ฉันเชื่อคุณได้หรือคะ”

คีรินทร์ก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว ลลินเผลอถอยหลังโดยอัตโนมัติ

เขาหยุดทันทีราวกับรับรู้ว่าเธอกลัว“ผมอาจเป็นคนเย็นชาในสายตาคุณ”เขาพูดช้า ๆ“แต่ผมไม่ใช่ผู้ชายที่จะบังคับผู้หญิง”

ลลินนิ่งไปคำพูดของเขาทำให้ความตึงเครียดในอกผ่อนลงเล็กน้อย

“ขอบคุณค่ะ”

คีรินทร์พยักหน้า“เก็บของเถอะ เย็นนี้เราต้องกลับบ้านใหญ่”

“บ้านใหญ่?”

“ไปพบแม่ผม”

หัวใจที่เพิ่งสงบของลลินเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง

“วันนี้เลยเหรอคะ”

“ใช่”

“คุณไม่คิดว่ามันเร็วไปหรือคะ”

“เราจดทะเบียนกันแล้ว”

“แต่ฉันยังไม่พร้อม”

“ไม่มีใครพร้อมกับทุกเรื่องในชีวิตหรอก ลลิน”

เขาพูดเสียงเรียบ “คุณแค่ต้องทำให้ดีที่สุด”

ลลินมองเขา ไม่รู้ทำไมประโยคนั้นถึงเหมือนทั้งผลักไสและให้กำลังใจในเวลาเดียวกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป