บทที่ 9 ตอนที่ 9 ต้องการอะไร

ตอนที่ 9

ต้องการอะไร

เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ข่าวก็แพร่ไปทั่วทั้งบริษัท

เมื่อการประชุมจบลง ลลินกลับมาที่โต๊ะทำงาน แต่บรรยากาศไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว พนักงานที่เคยคุยกับเธอตามปกติ เริ่มมีท่าทีระมัดระวัง บางคนยิ้มหวานผิดปกติ บางคนพยายามเข้ามาประจบ บางคนหลบสายตา และบางคน...มองด้วยความริษยา

“เก่งเหมือนกันนะ”เสียงหนึ่งดังขึ้น

ลลินเงยหน้า พนักงานหญิงในฝ่ายการตลาดชื่ออัญชลีเดินเข้ามา บนใบหน้ามีรอยยิ้มแต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มตาม

“ขอบคุณค่ะ”ลลินตอบอย่างสุภาพ

“ไม่คิดเลยว่าพี่จะเงียบ ๆ แบบนี้”

“หมายความว่ายังไงเหรอคะ”

อัญชลียักไหล่“ก็หมายถึงจับท่านประธานได้น่ะสิ”

คนรอบข้างหัวเราะเบา ๆ ลลินรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร“ฉันไม่ได้จับใครค่ะ”

“เหรอ”

อัญชลียิ้ม“งั้นคงเป็นเรื่องบังเอิญสินะ”

บรรยากาศเริ่มตึงเครียด แต่ลลินยังคงรักษาความสงบ

“ถ้าคุณคิดแบบนั้น ฉันก็คงห้ามไม่ได้”คำตอบเรียบ ๆ ทำให้อัญชลีชะงัก เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมเล่นตามเกม

“ฉันแค่แปลกใจค่ะ”

ลลินยิ้มบาง ๆ “ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน”

“คะ?”

“ที่คนเราสามารถตัดสินคนอื่นได้ โดยไม่รู้ความจริงอะไรเลย” สีหน้าของอัญชลีเปลี่ยนไปทันที

คนรอบข้างเงียบลง ก่อนหญิงสาวจะเดินจากไปด้วยความไม่พอใจ

ลลินถอนหายใจเบา ๆ นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

ช่วงบ่าย ลลินกำลังจัดเอกสารอยู่ในห้องทำงาน

ประตูห้องก็เปิดออก

“คุณลลิน”เลขาฝ่ายบริหารคนหนึ่งยื่นแฟ้มมาให้

“ท่านประธานขอเอกสารชุดนี้ค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ”เธอรับมา ก่อนเดินไปที่ห้องประธาน

ก๊อก ก๊อก

“เข้ามา”

ลลินผลักประตูเข้าไป คีรินทร์กำลังคุยโทรศัพท์

เมื่อเห็นเธอ เขาเพียงพยักหน้า

เธอจึงวางเอกสารลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันกลับ

แต่เสียงทุ้มกลับดังขึ้น

“เดี๋ยวก่อน”

ลลินหันมา คีรินทร์วางสายแล้ว“มีอะไรหรือเปล่าคะ”

เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง“อัญชลีมาหาเรื่องคุณ?”

หญิงสาวชะงัก“คุณรู้ได้ยังไง”

“คนรายงาน”

แน่นอน ไม่มีอะไรในบริษัทนี้รอดสายตาเขาไปได้

“ไม่ถึงกับหาเรื่องหรอกค่ะ”

“โกหก”

ลลินถอนหายใจ“ก็แค่คำพูดค่ะ”

คีรินทร์พิงพนักเก้าอี้ สีหน้าเย็นลงเล็กน้อย

“ถ้ามีใครรังแกคุณ บอกผม”

“ไม่จำเป็นค่ะ”

“ทำไม”

“ฉันจัดการเองได้”

เขามองเธอนิ่ง ก่อนพึมพำเบา ๆ“ดื้อ”

ลลินเบิกตา“คะ?”

“ไม่มีอะไร”

มุมปากของคีรินทร์ขยับเพียงนิดเดียว จนเธอไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่เขาแอบยิ้มหรือเปล่า

เย็นวันนั้น หลังเลิกงาน คีรินทร์พาเธอไปงานเลี้ยงเล็ก ๆ ของกลุ่มผู้บริหาร เพื่อแนะนำเธอในฐานะภรรยาอย่างเป็นทางการ ลลินสวมเดรสสีม่วงอ่อนเรียบหรู ผมยาวปล่อยสลวย เมื่อเดินเข้ามาในงาน

หลายคนถึงกับหยุดมอง ไม่ใช่เพราะเธอสวยที่สุดในงานแต่เพราะเธอคือผู้หญิงที่ได้เป็นภรรยาของคีรินทร์

ตำแหน่งที่ผู้หญิงจำนวนมากใฝ่ฝัน ระหว่างงาน                ลลินพยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ยิ้ม ทักทาย พูดคุย

แม้ภายในจะเหนื่อยล้า

จนกระทั่งนักธุรกิจวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามา

“คุณลลินใช่ไหมครับ”

“ค่ะ”

“ยินดีด้วยนะครับ”

ชายคนนั้นยิ้มกว้าง แต่สายตากลับกวาดมองเธออย่างไม่น่าพอใจ

“โชคดีจริง ๆ”

ลลินยิ้มตามมารยาท“ขอบคุณค่ะ”

“ไม่ทราบว่าใช้เคล็ดลับอะไรครับ”เขาหัวเราะ

“ถึงได้มัดใจท่านประธานอยู่หมัด”คำพูดนั้นทำให้หลายคนรอบข้างเงียบลง

ลลินยังไม่ทันตอบ เสียงทุ้มเย็นเยียบก็ดังขึ้นด้านหลัง

“ผมคิดว่าเรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ”

ชายคนนั้นหน้าซีดทันที คีรินทร์เดินเข้ามายืนข้างเธอ ก่อนเอื้อมมือโอบเอวบางไว้หลวม ๆ              การกระทำนั้นทำให้ทั้งงานเงียบกริบ

“คุณคีรินทร์...”

“ภรรยาผมไม่ใช่หัวข้อสนทนา”น้ำเสียงของเขาเรียบ แต่เฉียบคมราวใบมีด อีกฝ่ายรีบขอโทษทันที

ก่อนเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

ลลินยืนนิ่ง หัวใจเต้นแรงไม่ใช่เพราะคำพูดของนักธุรกิจคนนั้น แต่เพราะมือของคีรินทร์ที่ยังคงวางอยู่บนเอวเธอ อบอุ่น มั่นคงและชวนให้หวั่นไหวอย่างน่ากลัว “ขอบคุณค่ะ”เธอพูดเบา ๆ คีรินทร์มองเธอ“ผมไม่ได้ช่วยคุณ”

“คะ?”

“ผมแค่ปกป้องภาพลักษณ์ของตัวเอง”คำพูดนั้นเหมือนน้ำเย็นสาดลงกลางใจ

ลลินเม้มริมฝีปากก่อนยิ้มบาง ๆ“เข้าใจแล้วค่ะ”แต่ลึกลงไป เธอไม่แน่ใจเลยว่าผู้ชายคนนี้กำลังปกป้องชื่อเสียงของตัวเองจริง ๆหรือกำลังปกป้องเธอกันแน่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป