บทที่ 2 พี.จี.คอนสตรัคชั่น
“ปากดีแบบนี้ระวังจะถูกตบสั่งสอน!”
“ค่ะ” หยดเทียนพยักหน้า ยกยิ้มเล็กน้อยจนให้คนมองเริ่มโกรธมากขึ้น “เข้าใจแล้วค่ะว่าทำไมคุณโอบกับคุณเอิร์ธถึงสั่งปลดพนักงานที่นี่ เพราะขนาดพนักงานอาวุโสยังขาดวุฒิการทำงานถึงขั้นนี้ คงไม่ต้องพูดถึงพนักงานส่วนอื่นที่ทำงานเช้าชามเย็นชามตามต้นแบบที่เห็นๆ กันอยู่หรอกมั้งคะ”
หยดเทียนพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ แต่ฟาดคนตรงหน้าและลิ่วล้อได้ทุกจุด ทำเอานิภาจุกอยู่ในอกจนพูดไม่ออก ครั้นจะกรี๊ดใส่เพื่อระบายความอัดอั้นในใจ หยดเทียนก็ชี้หน้าหล่อนในทันที
“อย่ามากรี๊ดเหมือนพวกนางร้ายในละครค่ะ อายคนอื่นเขา”
“นังหยด!”
“ถ้าอยากกรี๊ดก็กลับไปกรี๊ดที่บ้าน แต่ทางที่ดี...พี่นิภาควรจะเลิกหาเรื่องหยดแล้วไปทำงานสักที ไม่งั้นอาจจะไม่มีงานทำนะคะ”
นิภาโกรธจนเต้นเร่า มือไม้สั่นจนยากจะควบคุม ไม่เคยคิดว่าจะถูกเด็กคราวลูกถอนหงอกจนเถียงกลับไม่ได้แบบนี้
“อย่าปากดีกับฉันให้มากนักนะ!”
“หยดไม่ได้ปากดี แต่กำลังเตือนพี่ในฐานะหัวหน้าต่างหาก”
“ฉันไม่เคยนับว่าแกเป็นหัวหน้า อีเด็กเมื่อวานซืน!”
“ปีนี้หยดอายุสามสิบสี่แล้วค่ะ ไม่ใช่เด็กอย่างที่พี่นิภาว่า”
คนตัวบางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าสตรีร่างท้วม มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยแรงริษยาแล้วก็นึกสังเวชอยู่ในใจ
คนที่นี่ชอบแบ่งพรรคแบ่งพวก สนใจแต่เรื่องไร้สาระมากกว่าเรื่องงาน ชอบให้ลูกน้องอ่อนน้อมหมอบกราบ หากใครไม่ทำตามที่ต้องการก็จะถือว่าเป็นศัตรูคู่อาฆาต จากนั้นก็จะหาทางกลั่นแกล้งสารพัดเพื่อให้เขาเหล่านั้นยอมศิโรราบหรือลาออกไป
นี่คือสิ่งหนึ่งที่หยดเทียนสัมผัสได้ นับตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้ามาที่นี่ จวบจนถึงวันนี้ที่กินระยะเวลามาแล้วถึงสามเดือนเต็ม
“หรือต้องแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ว่าหยดมาทำงานที่นี่ในฐานะอะไร พี่นิภาถึงหยุดทำนิสัยก้าวร้าวใส่หยดได้?”
“นัง...”
“อีกไม่กี่ปีก็จะหกสิบแล้ว ช่วยมีสติให้สมกับอายุหน่อยเถอะค่ะ หยดไม่อยากถอนหงอกใครถ้าไม่จำเป็น”
หยดเทียนยิ้มเย็น วาดวงแขนขึ้นมากอดอก พร้อมกับสบตาคนตรงหน้านิ่งงัน แต่ภายใต้ความนิ่งนั้น กลับแฝงไปด้วยความดุดันแบบที่นิภาหรือลูกน้องอีกคนที่เพิ่งเดินตามเข้ามาไม่เคยได้เห็น
“อย่าให้หยดต้องเอาเรื่องนี้ไปคุยกับคุณเอิร์ธเลยนะคะ”
ด้วยรู้ดีว่า ‘อติคุณ’ ผู้เป็นเจ้านายเคร่งครัดกับเรื่องพวกนี้มากแค่ไหน ผู้บริหารที่ใช้นามสกุลเทรเวอร์ล้วนต้องการให้พนักงานรักใคร่กลมเกลียวกัน นั่นคือกฎของบริษัทเก่าที่เธอยึดถือตลอดมา
แต่ดูเหมือนกฎเหล็กนั่น จะนำมาใช้กับที่นี่...ไม่ได้
“พี่นิภาก็ทราบดี ว่าคุณเอิร์ธและคุณโอบไม่ชอบเรื่องพวกนี้”
“ไม่ต้องมาขู่ ฉันไม่กลัวเจ้านายของแกหรอกนะ!”
“งั้นเหรอคะ?”
คนตัวเล็กพยักหน้ารับเบาๆ ขยับเข้ามาใกล้อดีตเลขามากขึ้นอีกนิด คิดว่าการทำเช่นนี้จะทำให้อีกฝ่ายยอมล่าถอยไป แต่กลับเป็นเธอเสียเองที่ตื่นตะลึงไปไกลจนแทบกู่ไม่กลับ
“แปลว่าถ้าหยดพูดกับคุณออสตินโดยตรง คงดีกว่าใช่ไหม?”
สองหนุ่มบ้านแรกถูกยกมาอ้างไม่เป็นผล หยดเทียนจึงขอยืมชื่อเจ้านายอีกคน ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับอติคุณมาแอบอ้าง
“ทุกคนที่นี่คงทราบว่าคุณออสตินดุกว่าเจ้านายของหยดมาก ถ้าหากไม่อยากให้เรื่องบานปลาย ก็กรุณากลับไปทำงานค่ะ”
“ไม่ว่าแกจะเอาใครมาอ้าง ฉันก็ไม่กลัวทั้งนั้น!”
“อ้อ...พี่นิภากำลังจะบอกว่าไม่เกรงกลัวเจ้านายงั้นสินะคะ”
“ใช่ เพราะฉันไม่ได้สนใจเจ้านายปลอมๆ พวกนั้นสักราย!”
“ปลอม?” คนฟังขมวดคิ้วยุ่ง
“ใช่...พวกเจ้านายปลอมๆ ที่จำเป็นต้องเข้ามาดูแลงานแทนเจ้านายตัวจริงอย่างคุณเดวิด เทรเวอร์ ผู้ที่ถือหุ้นสูงที่สุดในเวลานี้”
“ใครนะ!”
น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความตื่นตกใจ ในทันทีที่ได้ยินชื่อของใครบางคนที่ไม่ควรคิดถึง
ชื่อนี้...ที่มีอำนาจสั่นคลอนหัวใจอย่างรุนแรง
“คุณเดวิด คือเจ้าของคนใหม่ของ พี.จี.คอนสตรัคชั่น”
“ไม่จริง เป็นไปไม่ได้!” หยดเทียนหน้าซีดเผือด
“แต่มันเป็นไปแล้ว และเป็นมาตั้งแต่ต้นด้วย!”
“นี่...นี่พี่นิภาหมายความว่ายังไง?”
“ต๊าย! นี่เธอไม่รู้หรือว่าแกล้งโง่กันจ๊ะแม่คนเก่ง!”
ได้ทีก็เหยียดยิ้ม คิดเอาเองว่าหยดเทียนโง่จริงๆ ถึงได้ไม่รู้ว่าเจ้านายคนที่จะเข้ามาบริหารที่ พี.จี.คอนสตรัคชั่น นั้นคือเดวิด!
ไม่ใช่หลานๆ ของเขาหรือแม้แต่อดีตเจ้านายของหยดเทียนอย่างอติคุณ ที่พ่วงตำแหน่งพ่อตาของอดีตเจ้าของบริษัทคนเดิม
เธอรู้เรื่องนี้ เพราะบังเอิญได้ยินสองหนุ่มบ้านเทรเวอร์คุยกัน ทำให้เป็นคนเดียวที่ทราบว่าเจ้านายคนใหม่มีนามว่าเดวิด เทรเวอร์ หนุ่มลูกครึ่งไทย-อิตาลีวัยสี่สิบห้าปี ชายหนุ่มผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุและเนี้ยบกับเนื้องานไม่ต่างพี่ชายต่างมารดาทั้งสองคน
“ไหนบอกว่าสนิทกับคุณเอิร์ธไง เรื่องแค่นี้ทำไมถึงไม่รู้ยะ?”
“เพราะหยดคิดว่าพี่นิภากำลังเข้าใจผิดค่ะ”
“ฉันน่ะเหรอ...เข้าใจผิด?”
แม้จะแปลกใจอยู่มากที่ได้เห็นท่าทีตื่นกลัวของหยดเทียน แต่ความหมั่นไส้ปนริษยาที่มีต่อคนตรงหน้าก็อยู่เหนือทุกความสงสัย
ในเมื่อหยดเทียนมีทีท่าว่าหวาดกลัวเจ้านายคนใหม่ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร หากเธอและพรรคพวกคนอื่นคิดจะใช้เรื่องนี้มาเล่นงานเจ้าหล่อนให้รู้จักโอนอ่อนผ่อนปรนกับคนที่อยู่มานาน
จะได้รู้สำนึกเสียบ้าง ว่าตัวเองไม่ใช่คนโปรดเสมอไป!
