บทที่ 4 เดวิด เทรเวอร์
เสียงพูดคุยที่ดังแว่วมาจากห้องทำงานของหลาน เรียกความสนใจให้ผู้เป็นอาวัยสี่สิบห้าปีอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ ปลายนิ้วที่ไล้แผ่นไม้บนโต๊ะตัวใหญ่ของใครบางคนจำต้องละออกไป เมื่อสิ่งที่เขาควรให้ความสนใจมากกว่าโต๊ะตัวนี้คือหลานทั้งสองคน
หนุ่มลูกครึ่งรูปร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ถอดแว่นกันแดดราคาแพงระยับออกมาเหน็บไว้ที่หน้าอกด้านซ้าย ก่อนจะหันไปมองคนที่เพิ่งเดินพ้นประตูบานใหญ่ออกมาด้วยรอยยิ้มกริ่ม
นัยน์ตาสีฟ้าเข้มทอประกายวาว ก่อนจะเดินไปคว้าเอาเจ้าตัวอวบที่ติดสอยห้อยตามบิดามารดามากอดหอม ทั้งที่เจ้าหนูน้อยก็ดูจะง่วงเต็มทน
แต่มีหรือ...คนที่คิดถึงหลานอย่าง ‘เดวิด เทรเวอร์’ จะแคร์!
อติคุณยกให้เขาเป็นพ่อทูนหัวของเจ้าหนูอาเธอร์ไปแล้ว แถมอีกนัยหนึ่งเขาก็มีศักดิ์เป็นคุณปู่ ถึงจะไม่เต็มใจให้เรียกแบบนั้นสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจยามที่ต้องแทนตัวเองแบบนั้นกับเจ้าตัวเล็ก
ดูซิ...เจ้าอาเธอร์น่ารักขนาดนี้ จะให้เขาเป็นปู่หรือเป็นอะไรก็ยอมทั้งนั้นนั่นแหละ เขาชอบเด็ก และไม่ได้เพิ่งเริ่มชอบตอนที่ได้รู้ว่าตนเองมีหลานชายหญิงถึงสี่คนแน่ๆ
“สวัสดีค่ะอาเดฟ ไม่เห็นรู้ว่าจะมาวันนี้” ไอยวริญถาม
“ทนคิดถึงหลานไม่ไหว ไหน...ขออุ้มหน่อยซิ”
“ใกล้จะงี่เง่าแล้วล่ะค่ะอาเดฟ อาเธอร์กำลังง่วงนอน”
“ไม่เป็นไร ขอกอดให้หายคิดถึงก็พอ”
เขาคว้าเจ้าหนูน้อยมาอุ้ม ไม่รอให้ไอยวริญอนุญาต คิดถึงใจจะขาด หากไม่ให้กอดหรือหอมเลย เขาคงขาดใจ
“ขอจุ๊บหน่อยสิครับอาเธอร์ ปู่คิดถึงมากนะรู้ไหม”
คนคิดถึงเริ่มออกอาการอ้อนหลาน แต่เจ้าตัวอวบที่เริ่มง่วงและหิวกลับไม่สนใจฟัง ออกแรงดิ้นไปมาจนกระทั่งไอยวริญต้องรีบปรี่มาคว้าลูกเอาไว้ ปลอบใจครู่ใหญ่จนกระทั่งเจ้าหนูน้อยยอมสงบลงได้
และการเงียบนั้นก็ทำให้เดวิดได้ยินเสียงบางอย่างที่หลุดรอดออกมาจากห้องด้านในอีกครั้ง แม้จับใจความไม่ได้ แต่เขาก็รู้แน่ว่าอารมณ์ของคนด้านในนั้นกำลังทะยานขึ้นสูง
ไอ้ตัวแสบคนพ่อกำลังแผลงฤทธิ์อยู่...
“โอบกับเอิร์ธมันเถียงกันเรื่องอะไรเหรออัยย์ เสียงดังเชียว”
เดวิดเอ่ยถามพร้อมกับตรงดิ่งไปที่ห้องเจ้าปัญหา แอบฟังบทสนทนาที่ดูท่าจะดุเดือดไม่เบา
คงจะเป็นเรื่องงาน...
เขาสรุปในใจเสร็จสรรพ แต่ไม่ลืมหันมาถามหลานสะใภ้เพื่อความมั่นใจอีกครั้ง
“ว่าไง...ตกลงว่าโอบกับเอิร์ธมันเถียงกันเรื่องอะไร?”
“พี่เอิร์ธโมโหเรื่องงาน แต่พี่โอบบอกว่าไร้สาระน่ะค่ะ”
คนพูดเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย ทำให้เดวิดยิ่งสงสัย ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นเถียงกันเรื่องงาน ยิ่งเถียงแบบเอาเป็นเอาตายอย่างที่อติคุณกำลังทำนั่น ยิ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“ไร้สาระงั้นเหรอ?” เขาถามย้ำ
“ใช่ค่ะ พี่เอิร์ธเป็นแบบนี้มาสองสามวันแล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดบ่นหรือโวยวายสักที”
ภรรยาของอติคุณผู้เป็นหลานคนเล็กของบ้านเทรเวอร์ ถึงกับพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ มองเลยไปยังโต๊ะตัวใหญ่ที่อิงดาวนั่งอยู่เพื่อส่งข่าวถึงสถานการณ์ด้านในให้เธอทราบทางสายตา
ท่าทางนั้นทำให้คนที่เพิ่งเดินทางมาถึงประเทศไทยไม่ถึงสามชั่วโมงถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เคยเห็นสองสาวมีท่าทางเบื่อหน่ายกับอะไร ยิ่งเป็นเรื่องของสามีด้วยแล้ว...ก็ยิ่งไม่น่าเป็นไปได้ ครั้นจะเอ่ยปากถามให้หายคาใจ แต่เจ้าอาเธอร์ก็ดันร้องขึ้นมาเสียก่อน
“ฟังแด๊ดดี้กับคุณลุงเถียงกันเรื่องอาหยดจนหิวแล้วใช่ไหมครับอาเธอร์”
เสียงเปรยนั้นทำให้เดวิดขมวดคิ้วยุ่ง แต่ยังไม่ทันถามอีกทั้งยังคิดว่าตัวเองหูแว่วไป ด้านไอยวริญที่อยากให้สถานการณ์ด้านในดีขึ้น จึงรีบขอให้เดวิดช่วยจัดการกับสองพี่น้อง เพราะลำพังแค่เธอและอิงดาวภรรยาของโอบนิธินั้น คงไม่มีปัญญาห้ามได้!
“อาเดฟช่วยเข้าไปห้ามทัพให้หน่อยได้ไหมคะ?”
“แล้วเรากับอิงเอาสองคนนั้นไม่อยู่หรือยังไง” เดวิดถามกลับ
“ไม่ไหวค่ะ พี่เอิร์ธอารมณ์แปรปรวน ไม่มีใครอยากเข้าใกล้”
เดวิดอมยิ้ม มองต่ำลงมาที่หน้าท้องนูนของหลานสะใภ้อย่างห้ามไม่ได้ สาเหตุใหญ่ที่ทำให้คนที่มีเหตุผลเป็นนิสัยคงไม่พ้นอาการที่เรียกว่าแพ้ท้องแทนเมีย
“งั้นก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวอาจัดการเอง อัยย์เอาลูกไปนอนเถอะ”
“เอาให้อยู่หมัดนะคะ พนักงานที่ต้องทำงานด้วยไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ท่านรองประธานเลยสักคน”
“ได้...รับรองว่าเอาอยู่แน่นอน”
“คืนนี้อัยย์จะส่งเจ้าตัวอวบไปเป็นเครื่องบรรณาการแทนคำขอบคุณก็แล้วกันนะคะ”
ไอยวริญฉีกยิ้มเมื่อเดวิดพยักหน้ารับ แต่ก่อนที่เธอจะได้หมุนตัวจากไป ผู้เป็นอาก็รั้งแขนเธอเอาไว้ในจังหวะที่เจ้าหนูน้อยเตรียมจะร้องงอแงออกมาอีกรอบ
เขาได้ยินบางอย่าง ได้ยินชื่อของใครบางคนหลุดรอดออกมา แต่จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อเธอไม่ได้ทำงานอยู่ที่นี่อีกแล้ว
“มีอะไรหรือเปล่าคะอาเดฟ?”
“เรื่องที่เถียงกันไม่เลิกนั่น เป็นเรื่องใหญ่นักเหรอ?”
เดวิดเงียบอีกครั้ง เมื่อชื่อนั้นลอยเข้าหูเป็นครั้งที่สาม จนเขาอดหันไปมองที่ประตูไม้บานใหญ่ไม่ได้
