บทที่ 5 เดวิด เทรเวอร์ ll
“ก็ใหญ่มากจนทำให้พี่เอิร์ธหัวเสียได้นี่แหละค่ะ”
“มันคือเรื่องอะไร อัยย์พอจะบอกอาได้ไหม?”
“เรื่องคุณหยดค่ะ”
คุณหยดงั้นเหรอ...
นี่ไอยวริญหมายถึง ‘หยดเทียน ธยาดา’ หรือเปล่า! เมื่อกี้นี้ที่อิงดาวพูดถึงอาหยดอีกล่ะ เขาไม่ได้หูแว่วไปเองใช่ไหม!
“อัยย์พูดถึงใครนะ อาฟังไม่ถนัด?”
เดวิดถามย้ำ ราวกับต้องการมั่นใจ ว่าคนที่ไอยวริญพูดถึงคือคนที่ติดอยู่ในห้วงความทรงจำของเขาจริงๆ
เธอคนนี้...ที่ไม่เคยลืมได้ ตลอดระยะเวลาหกปีที่ต้องจากกัน!
เธอคนนี้...ที่จงใจผลักไสเขาออกห่าง ทั้งที่ความรู้สึกในอกนั้นร่ำร้องให้รั้งเธอไว้กับตัวให้ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่อาจทำอย่างใจ เพราะหยดเทียนไม่คิดจะฟังเหตุผลนั้นที่เขาอยากอธิบายเต็มกลืน
“คุณหยดเทียน เลขาของพี่เอิร์ธไงคะ อาเดฟน่าจะพอรู้จัก”
“หยดเทียน...” เขาพึมพำคล้ายลืมตัว
“ค่ะ...เธอชื่อหยดเทียน ธยาดา ทำงานที่นี่มานาน อัยย์ว่าอาเดฟน่าจะรู้จักเธอนะคะ เธอทำงานที่นี่มาตั้งนานแล้ว”
“อ๋อ...ใช่ อารู้จัก...ต้องรู้จักอยู่แล้ว”
รู้จักเป็นอย่างดี...
อยากตอบไอยวริญแบบนั้น หากเธอไม่พูดถึงสิ่งที่หลานคนโตตัดสินใจทำลงไปขึ้นมาเสียก่อน
“แต่เธอยังทำงานอยู่ที่นี่งั้นเหรอ” น้ำเสียงของเขาเลื่อนลอย
“ยังทำอยู่สิคะ อาเดฟมีอะไรหรือเปล่า?”
“อาได้ยินว่าเธอขอลาออกไปตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน”
คนฟังขมวดคิ้ว แปลกใจทั้งข้อมูลที่รับและท่าทางที่ดูแปลกไปขอเดวิด ไม่เคยเห็นคนตรงหน้าประหม่ายามที่พูดถึงใคร ไม่เคยเห็นใครที่ทำให้เดวิดเสียอาการขนาดนี้มาก่อน
“คุณหยดไม่เคยลาออกนะคะ ตั้งแต่พี่เอิร์ธกลับมาทำงานที่นี่เต็มตัว ก็มีคุณหยดเป็นเลขาให้ตลอด”
“ไม่เคยลาออกเลยงั้นเหรอ...”
“ถ้าลาออกจริงๆ คงไม่มีใครทำงานกับพี่เอิร์ธได้ แค่พี่โอบส่งเธอไปทำงานที่บริษัทใหม่โดยไม่บอกพี่เอิร์ธล่วงหน้า ก็ยังเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตเลยค่ะ”
“ทำไมถึงเป็นเรื่องใหญ่ คนทำงานได้ก็มีเยอะแยะไป”
“คนทำงานมีเยอะ แต่ไม่มีคนที่ทำงานได้ดั่งใจค่ะ”
นั่นสินะ...ใครจะทำงานไว้และละเอียดเท่าหยดเทียนคงไม่มี
ขนาดเขาที่เคยมาช่วยพี่ชายทำงานที่นี่ ก็เรียกหาแต่เธอไม่ต่างจากอติคุณผู้เป็นหลานสักเท่าไหร่ จึงไม่แปลกใจที่หลานจะงี่เง่าใส่พี่ชาย เพราะหากเป็นเขา...ก็คงทำไม่ต่างกัน
“ตอนนี้มีน้องผู้ช่วยเลขาคนใหม่มาช่วยงาน ทำงานดีแล้วก็เรียบร้อยใช้ได้ แต่พี่เอิร์ธบ่นว่าช้าไม่ทันใจ ไม่เหมือนคุณหยดค่ะ”
“แล้วนี่...โอบมันสั่งให้หยดไปทำงานที่ไหน?”
เดวิดไม่สนใจฟังว่าไอยวริญจะพูดถึงผู้ช่วยคนใหม่ว่าอย่างไร เพราะสิ่งที่เขาให้ความสนใจก็คือเจ้าของโต๊ะไม้ตัวนั้น
“ยังทำงานอยู่ในเครือเทรเวอร์ใช่หรือเปล่า?”
“อาเดฟ?”
“เขายังอยู่ใกล้ๆ ใช่ไหม ไม่ได้ไปไหนไกล”
น้ำเสียงของเขาอ่อนลงยามที่ถามถึงใครอีกคนจนไอยวริญยังนึกแปลกใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา นอกจากปลอบเจ้าตัวอวบที่เริ่มร้องงอแงให้สงบลงอีกครั้งเท่านั้น
“ไม่ไกลค่ะ พี่โอบให้คุณหยดไปทำงานที่ พี.จี. ค่ะ”
“พี.จี. งั้นเหรอ ทำไมฟังดูคุ้นหูจัง?”
“ก็บริษัทเก่าของพ่ออัยย์ที่อาเดฟช่วยซื้อไว้ไงคะ นี่อาเดฟลืมไปแล้วเหรอว่าตัวเองเป็นเจ้าของน่ะ?”
“ว่าไงนะ” เดวิดถามกลับเสียงดัง จนเจ้าตัวเล็กสะดุ้งเฮือก
“ไม่ร้องนะครับอาเธอร์ คุณปู่ไม่ได้ตั้งใจครับ”
“เมื่อกี้อัยย์พูดว่ายังไงนะ ช่วยพูดกับอาอีกทีซิ!”
แม้จะแปลกใจระคนสงสัยในท่าทางที่ดูเหมือนจะตื่นตกใจแต่กลับแฝงไปด้วยความยินดีลึกๆ ของคนตรงหน้า แต่ไอยวริญก็ไม่รอช้าที่จะตอบคำถามที่เดวิดสงสัย
“พี่โอบขอให้คุณหยดช่วยไปจัดการงานที่นั่น เธอไปทำงานที่ พี.จี.คอนสตรัคชั่น ได้ราวๆ สองหรือสามเดือนแล้วล่ะค่ะ”
“สองหรือสามเดือนงั้นเหรอ...” เดวิดพึมพำ
“อาเดฟเป็นอะไรไปคะ?”
“เปล่า...อาไม่ได้เป็นอะไร แค่ตกใจนิดหน่อยน่ะ”
หญิงสาวพยักหน้ารับ ไม่กล้าถามทั้งที่เห็นเต็มตา ว่าผู้เป็นอาดูท่าจะช็อกไม่เบากับสิ่งที่เพิ่งรับรู้
“บริษัทนั้นอยู่ที่ไหน อาขอ...”
“พี่อัยย์คะ อิงว่าพี่อัยย์รีบพาอาเธอร์มากินนมนอนก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวจะยิ่งร้องงอแงไปกันใหญ่ ดูซิ...หน้าแดงไปหมดแล้ว”
อิงดาวปรี่เข้ามาใกล้ เมื่อเสียงร้องของเจ้าหนูอาเธอร์เริ่มดังมากขึ้นเรื่อยๆ จนพนักงานบางส่วนเริ่มหันมาให้ความสนใจ อีกทั้งยังรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ หากปล่อยให้เจ้าตัวเล็กร้องไห้เป็นเวลานาน
“จริงด้วย ตายแล้วอาเธอร์ ทำไมหน้าแดงขนาดนี้ล่ะลูก”
“พาลูกไปนอนก่อนเถอะอัยย์ ไว้ค่อยคุยกันทีหลังก็ได้”
“เจอกันที่บ้านนะคะอาเดฟ อีกสักพักอัยย์ก็จะกลับแล้วค่ะ”
เดวิดทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับพร้อมกับเดินไปที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ปลายนิ้วลูบไล้ลงไปบนไม้เนื้อดีด้วยความคิดถึงและโหยหา เพียงแค่รู้ว่าเธอยังทำงานอยู่ไม่ไกลหัวใจก็เต้นแรง
มันแรง...เสียจนเขายังกลัวว่าตัวเองจะช็อกเสียด้วยซ้ำ!
