บทที่ 6 เดวิด เทรเวอร์ lll
ทำไมเขาถึงไม่รู้ว่าเธอยังอยู่ใกล้ๆ ทำไมถึงไม่เคยมีใครเล่าให้ฟังว่าเธอยังอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน
ความเจ็บปวดที่แบกรับไว้ถึงหกปีเต็มทำให้เดวิดซึมลงทันตา แต่เพียงครู่เดียวสีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นเหนื่อยหน่าย เมื่อแว่วเสียงถกเถียงของหลานชายขึ้นมาอีกครั้ง
นี่มันจะฆ่ากันให้ตายเลยหรือยังไง!
“ทะเลาะอะไรกันเสียงดัง?”
สองหนุ่มหยุดชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าใครกันที่เปิดประตูเข้ามาโดยที่ไม่บอกไม่กล่าวล่วงหน้า
เป็นโอบนิธิที่ตัดสินใจสงบศึกกับน้องชายชั่วคราว เพื่อหันมาทำความเคารพผู้เป็นอา ที่ดูเหมือนจะเดินทางมาก่อนเวลาที่แจ้งไว้เกือบสองสัปดาห์เต็ม
“ทำไมมาถึงไวนักล่ะครับอาเดฟ?”
“ไม่อยากให้อามาหรือยังไง?” คนเป็นอาถามกลับ พลางมองเลยไปยังเจ้าตัวโต ที่นั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ที่โต๊ะตัวใหญ่ “คุณคนนั้นเขาไม่เห็นอาหรือยังไง ถึงไม่ยอมหันมา”
“เห็นครับ แต่ผมยังโมโหพี่โอบอยู่ และโมโหมาก!”
ด้วยภาวะอารมณ์ที่แปรปรวน บวกกับอาการคลื่นไส้ที่มักจะเกิดขึ้นกับอติคุณในระยะนี้ ทำให้เขาห้ามปรามความหงุดหงิดของตัวเองได้ยาก เขาไม่ได้อยากหาเรื่องมาเถียงกับพี่ชาย แต่เรื่องที่อีกฝ่ายตัดสินใจทำโดยไม่บอกไม่กล่าวนั่น เขาไม่อาจมองข้ามได้จริงๆ
ก็รู้เต็มอกว่าไม่มีใครช่วยงานเขาได้ดีเท่าหยดเทียน ยังจะกล้าสั่งให้เธอไปช่วยงานที่บริษัทใหม่โดยไม่บอกให้เขาทราบ หากไม่ด่าให้รู้สำนึกเสียบ้าง โอบนิธิก็คงไม่หยุดกวนประสาทกันสักที
“โมโหทำไม อาเคยสอนหลายครั้งแล้วใช่ไหมว่าให้รักกัน”
“ผมขอรักแค่ลูกกับเมียก็พอแล้วครับอาเดฟ”
“ไอ้เอิร์ธ” คนเป็นอาปรามหลานเสียงแผ่ว
“จะเข้าข้างพี่โอบอีกล่ะสิ ใช่ซี้...ผมไม่ใช่หลานคนโปรดนี่!”
“อย่ามาไร้สาระ ไม่ใช่เด็กสิบขวบแล้วนะ!”
“เห็นไหม...ยังไม่ทันไรอาเดฟก็หาเรื่องเอ็ดผมอีกแล้ว”
คนเป็นอาอ้าปากค้าง หันไปสบตากับโอบนิธิคล้ายกับจะถาม ว่าอาการน้อยใจที่พ่วงด้วยการคิดเองเออเองนี่ เป็นผลพวงจากการที่อติคุณมีอาการแพ้ท้องแทนไอยวริญด้วยหรือไม่
และทันทีที่โอบนิธิพยักหน้าว่าใช่ เดวิดจึงตัดสินใจเดินไปหาหลานคนเล็กเพื่อบีบบังคับทางอ้อมให้เจ้าตัวยอมหันมา
ทั้งที่เขามีเรื่องอยากรู้มากแท้ๆ แต่กลับต้องมาห้ามทัพที่ไม่ใช่แค่ทัพธรรมดา แต่เป็นกองทัพของความน้อยใจและภาวะอารมณ์ที่ดูจะแปรปรวนเกินกว่าคนที่รับหน้าที่ตั้งครรภ์
“แกนี่...ท่าทางจะอาการหนักเอาเรื่องนะเอิร์ธ”
“ผมไม่ได้อาการหนัก แต่โมโหที่พี่โอบทำอะไรข้ามหัวผม”
“ข้ามยังไง?” เดวิดเอ่ยถามทั้งที่รู้คำตอบ
“สั่งให้คุณหยดไปช่วยงานที่บริษัทใหม่ ทั้งที่ผมยังไม่อนุญาตให้เธอไปทำงานประจำที่นั่นสักหน่อย!”
“แต่เราคุยกันจบไปแล้วเอิร์ธ ว่าถ้าไม่ใช่หยดเทียน ก็คงไม่มีใครจัดการงานที่บริษัทนั้นได้ และพี่ไม่ไว้ใจใครนอกจากหยด!”
โอบนิธิอธิบายอย่างใจเย็น ด้วยรู้ว่าภาวะอารมณ์ของอติคุณไม่คงที่สักเท่าไหร่ และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าตัวโวยวาย แต่นับครั้งไม่ถ้วนแล้วหลังจากที่รู้ว่าไอยวริญตั้งครรภ์
จะหนักหน่อยก็แค่สองสามวันมานี้ ที่ดูจะงี่เง่าจนน่าเตะ!
“จริงอย่างที่พี่เขาพูดใช่ไหมเอิร์ธ” เดวิดถาม
“ครับ!” คนเป็นน้องกระแทกเสียงใส่ “เคยคุยกันไว้ แต่ไม่คิดมาก่อนว่าพี่โอบจะส่งหยดไปทำงานประจำที่นั่น”
อติคุณจ้องตาพี่ชายนิ่งงัน ถ้าผู้เป็นอาไม่นั่งอยู่ตรงนี้ เขาคงได้ลุกไปต่อยไอ้พี่ชายจอมวุ่นวายให้หายโมโห
“และที่สำคัญคือวันที่พี่โอบสั่งให้หยดไปที่นั่น พี่โอบยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากผมที่เป็นเจ้านายของเธอ!”
“ที่นั่นมีคู่ค้าที่รอเซ็นสัญญาใหม่หลายเจ้า ถ้าเราช้า...อาเดฟก็จะเสียเงินหลายล้านไปฟรีๆ โดยไม่ได้อะไรกลับมา”
“จ่ายแค่นี้อาเดฟไม่จนหรอกครับ!”
“แล้ววันนั้นอาเดฟต้องจ่ายเพื่อใคร! เพื่อจบปัญหาให้หมาตัวไหนที่มันสาระแนโทรไปหาอาถึงอิตาลีน่ะ!”
โอบนิธิยกความจริงขึ้นมาพูด ผู้เป็นอาจ่ายเงินหลายบาทเพื่อจบปัญหาที่เกี่ยวพันกับไอยวริญ หวังให้ชีวิตคู่ของหลานราบรื่น แต่มาถึงตอนนี้ไอ้ตัวแสบกลับมาทำหวงเลขา
มันน่าจับมาเตะให้หายโมโหนัก!
“หยดไปทำงานที่นั่น ไปๆ มาๆ ร่วมสามเดือนแล้ว ความรู้สึกแกช้าเกินไปถึงเพิ่งมาโวยวายเอาป่านนี้ หรือแกหงุดหงิดเพราะคนที่เขาหามาทำงานไม่ได้ดั่งใจกันแน่!”
“ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของผม!”
“ไอ้เอิร์ธ!”
“ไม่ต้องพูดแล้วโอบ เดี๋ยวอาจัดการเอง”
ผู้เป็นอาโบกมือไล่ ไม่อยากให้สองพี่น้องต้องทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง จนทำให้ใครต่อใครไม่อยากเข้าใกล้
และเขาเองก็ไม่ชอบให้หลานหรือคนในครอบครัวทะเลาะกัน แม้จะรู้เต็มอกก็เถอะ ว่าอีกเดี๋ยวไอ้สองคนนี้ก็กลับมาดีกันน่ะ!
