บทที่ 9 พบกันอีกครั้ง

“หยดเทียน”

เดวิดเดินมากอดเธอไว้ทั้งที่หญิงสาวยังคงนั่งอยู่ที่เก้าอี้ นานกว่านาทีกว่าเธอจะผลักเขาออกพร้อมกับเบนหน้าหนี

อาการนั้นของเธอทำให้เขาชะงักไป แต่เพราะไม่อยากรุกไวเกินไปนัก เขาจึงจำเป็นต้องถอยออกมาทั้งที่อยากทำมากกว่ากอด

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

นั่นคือประโยคแรกที่เดวิดทักทาย แต่คนที่ถูกทักกลับตื่นกลัวจนแทบทำสิ่งใดไม่ถูกนอกจากบีบพนักเก้าอี้แน่นขึ้น ข้อนิ้วของเธอซีดขาว แต่ความรู้สึกภายในกลับไม่รับรู้ถึงความเจ็บสักนิด

ทำไมน่ะเหรอ...เพราะหัวใจของเธอดันเจ็บกว่าไงล่ะ!

เจ็บที่ต้องพยายามปั้นหน้า ทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เจ็บที่ต้องทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรที่ได้เห็นเขา และเจ็บ...ที่สายตาของเดวิดยังมองเธอไม่ต่างไปจากวันวาน

เพราะนั่น...เป็นสายตาแบบเดียวกันกับที่เธอมีไว้เพื่อมองเขา

“ทำไมนิ่งไป ไม่ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งงั้นเหรอ”

“ไม่” เธอตอบกลับเสียงดัง แต่มีหรือคนฟังจะให้ความสนใจ

คนอย่าง ‘เดวิด เทรเวอร์’ ไม่สะท้านกับความแข็งกร้าวนี้ของเธอแม้เพียงกระผีก ด้วยรู้จักเธอดี และรู้มากกว่าที่เธอรู้จักตัวเองดีในบางมุมเสียด้วยซ้ำ

ตลอดหลายปีที่รู้จักกัน เขาใกล้ชิดกับหยดเทียนมาก และมันก็มากชนิดที่ใครต่อใครอาจจะคิดไม่ถึงก็เป็นได้

“ฉันไม่ดีใจ เพราะไม่คิดว่าเราจะได้เจอกันอีก!”

“แต่ผมดีใจ และดีใจมากที่ได้เจอคุณอีกครั้ง”

ไม่มีแววล้อเล่นในแววตาสีฟ้าเข้ม ผู้เป็นต้นแบบของใครบางคนที่หยดเทียนเฝ้ามองด้วยความรักตลอดมา

ความรัก...ที่แสนบริสุทธิ์และสูงค่าต่อชีวิตเธอเหลือเกิน

“คุณมาที่นี่ทำไม!”

“มายืนยันในสิ่งที่คุณคนนั้นเพิ่งพูดจบไปไงล่ะ”

“ยืนยัน?” หญิงสาวขมวดคิ้วยุ่ง

“ใช่...มายืนยันว่าผมคือเจ้าของ พี.จี.คอนสตรัคชั่น ตัวจริง”

“ไม่จริง!”

“ถ้าไม่จริงผมคงไม่เสียเวลามาที่นี่ทั้งที่ไม่อยากมา”

เขาตอบตามความจริงแต่คนฟังกลับคิดไปอีกทาง เพราะไม่รู้ว่าเดวิดเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ด้วยเหตุผลใดกันแน่

“งั้นก็เชิญกลับไปค่ะ”

“กลับไม่ได้ เพราะที่นี่มีคุณ คนที่ผมอยากเจอมากที่สุด”

“คุณควรกลับไป” เธอย้ำเสียงแข็ง พยายามทำให้เสียงตัวเองแข็งกร้าวทั้งที่หัวใจอ่อนยวบ “และหากไม่จำเป็นก็ไม่ควรมาอีก”

“คงทำให้ไม่ได้ เพราะผมมีเรื่องจะพูดกับคุณหลายเรื่อง”

“บางเรื่อง...ก็ควรปล่อยให้เป็นอดีตต่อไป และคุณควรลืมมันซะ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะจดจำหรอกค่ะ”

หญิงสาวเม้มปากแน่น หยัดตัวขึ้นสูงเพื่อจ้องคนตรงหน้าให้เต็มตา ผ่านมาแล้วกว่าหกปีที่ไม่ได้เจอหน้า แต่เดวิดกลับไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปทั้งที่อายุของเขาก็ไม่ใช่น้อย ดูดีและสมาร์ทอย่างที่เธอเคยบอกว่าชอบหนักหนา

“คุณไม่เคยเป็นอดีตสำหรับผม”

“แต่ฉันก็ไม่ใช่ปัจจุบันหรืออนาคตสำหรับคุณอยู่ดี เรื่องนี้คุณเองก็รู้เต็มอกว่าเพราะอะไร”

“นั่นคือเรื่องที่คุณคิดและสรุปเอาเอง ผมไม่เคยอยากไปจากคุณ ไม่มีสักวินาทีที่คิด!”

“ฉันไม่ได้สรุปเอาเอง แค่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น”

ประโยคนั้นของเธอทำให้คนฟังขมวดคิ้วยุ่ง ไม่เข้าใจว่าเธอไปรู้หรือเห็นอะไรมา เพราะเขาไม่เคยทำผิดต่อหยดเทียน ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังก็ตาม

“คุณเห็นอะไร?”

“เห็นบางอย่างที่ทำให้ตัดใจจากคุณง่ายขึ้น”

“เบ๊บ”

คนตัวเล็กตวัดสายตามองเขาทันที ไม่คิดว่าเดวิดจะเรียกเธอด้วยสรรพนามนี้อีกครั้ง

“อย่าเรียกฉันแบบนี้อีก ใครมาได้ยินจะไม่ดีค่ะ”

“ผมจะเรียก ไม่ว่าใครก็ห้ามผมไม่ได้” คนตัวสูงขยับเข้ามาใกล้ ถามถึงสิ่งที่ตนสงสัยต่อ “ตอบผมมาได้แล้วว่าคุณเห็นอะไร?”

“เห็นความจริงที่เกิดขึ้นหลังจากเราจบกัน”

“หลังจากคุณบอกเลิก ผมก็ทำแต่งาน ไม่เคยนอกลู่นอกทางที่ไหน ผมไม่เข้าใจว่ามันมีอะไรหลุดรอดมาให้คุณเห็นได้ ทั้งที่คุณก็พยายามเป็นอย่างมากที่จะปิดตัวเองจากทุกคนมาโดยตลอด”

ไม่กล้าเถียง...เพราะสิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นความจริงทุกอย่าง

เธอต้องปกปิดตัวเองจากการถูกระราน และจำต้องปกปิดสิ่งที่เป็นความลับใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาขโมยสิ่งล้ำค่านั้นไปได้

“คุณเปลี่ยนเบอร์ เปลี่ยนทุกอย่างที่ผมจะติดต่อได้”

“นั่นเป็นเพราะฉันไม่อยากรู้อยากเห็นอะไรอีกแล้ว”

“ใครเอาอะไรมาให้คุณดู?”

เขาถามอีกครั้ง แต่คำตอบที่ได้รับ กลับมีแค่เพียงความเงียบงัน หยดเทียนไม่ตอบคำถามนั้นนอกจากเบนสายตาหนีไปอีกทาง

“ผมรอฟังคำตอบอยู่นะเบ๊บ”

“ฉันไม่อยากพูดเรื่องนี้ เอาเป็นว่าฉันเห็นบางอย่างก็พอ”

“คุณเคยคิดไหม ว่าสิ่งที่คุณเห็นอาจไม่เป็นความจริงก็ได้!”

เป็นเดวิดบ้างที่ขุ่นเคืองขึ้นมา เรื่องที่เธอและเขาจากกันทั้งที่ไม่มีโอกาสได้ร่ำลาหรือเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันวานนั้น คือเรื่องที่ทำให้เขาเลือกที่จะหายไปจากชีวิตของหญิงสาว ตามคำร้องขอที่เธอเคยขอจากเขา

หากแต่คำว่าถาวรนั้นกลับไม่มีอยู่จริง เมื่อเขาได้พบหน้าเธออีกครั้งขณะที่เจ้าตัวกำลังจะเดินข้ามถนนในช่วงเย็นวันหนึ่ง เดินไปพร้อมกับเด็กผู้หญิงผู้มีนัยน์ตาสีฟ้าเข้มคนนั้น

เด็กผู้หญิงตัวเล็กน่ารัก ที่มีใบหน้าคล้ายเขาจนน่าตกใจ!

“มันจะจริงหรือไม่จริงก็คงไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว”

“เบ๊บ”

“ถ้าคุณเป็นเจ้าของที่นี่จริงอย่างที่พี่นิภาว่า ฉันก็จะลาออก”

“ผมไม่อนุญาต และหลานชายผมก็คงไม่อนุญาตเหมือนกัน”

“มีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน!”

“ผัวคุณ”

คนฟังเม้มริมฝีปากแน่น ปรี่มาผลักอกเขาอย่างแรงโดยไม่ทันคิด ว่าการเข้าใกล้เขามากเกินจำเป็นไม่ส่งผลดีกับตัวเองสักนิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป