บทที่ 6 5

สายตาทุกคู่หันไปจับจ้องที่ร่างบอบบางในชุดเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งกับกางเกงยีนส์สีซีดขากระบอกที่ดูจากทรงแล้วก็ยังเป็นของแบรนด์เนมที่เธอเอาติดตัวมาด้วยตอนเดินทางมาที่นี่

แขนเรียวของคนผิวขาวปานน้ำนมยกขึ้นไขว้กันเพื่อกอดอก ผมยาวสลวยถูกมัดรวบและสวมหมวกทับอีกที ดูยังไงคนอย่างคุณหนูเพียงขวัญก็ไม่เหมาะกับการมาทำงานที่ไร่จริงๆ

ผิวเอย หน้าเอย หุ่นเอย ทุกอย่างที่เป็นเธอมันดูขัดแย้งกับที่นี่อย่างสิ้นเชิง

“ถ้าคุณครามรู้เรื่องนี้ หนูต้องแย่แน่ๆ เลยค่ะ” ใบตองถือวิสาสะกระตุกแขนพี่คนสวยในตอนที่เรามาจนถึงบ้านของสงครามและคะนิ้ง 

มันไม่ได้เป็นเพราะใบตองเห็นแก่เงินทองที่เธอเสนอให้ แต่มันเป็นความสงสารและเห็นอกเห็นใจที่คนทั้งสองฝ่ายต้องมาบาดหมางกันเพราะความไม่เข้าใจกันแบบนี้ ใบตองก็แค่อยากช่วยแค่นั้นจริงๆ 

“เอาเป็นว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น พี่รับผิดชอบทุกอย่างเองโอเคไหม เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับใบตองเด็ดขาด พี่รับประกัน” เด็กสาวเม้มริมฝีปากแน่น แต่พอคุณเพียงคว้ามือเธอไปจับ เป็นการเพิ่มความมั่นใจให้เธอวางใจและเชื่อมั่น ใบตองจึงยอมพยักหน้ากลับไป 

“คุณคะนิ้งกับคุณครามอยู่บ้านหลังนี้แหละค่ะ วันนี้คุณคะนิ้งก็น่าจะอยู่ ไม่ได้ไปไหน” 

“แล้วพี่จะเจอผู้หญิงคนนั้นได้ตรงไหน มีใครไปตามให้ได้บ้าง” 

“หนูไม่กล้าไปตามนะคะ น่าจะต้องรอจังหวะที่คุณเขาลงมาเอง” 

“เอาแบบนั้นก็ได้ รอก็รอ” วินาทีนี้อะไรก็ได้อยู่แล้ว แค่เธอได้คุยกับคะนิ้งอีกครั้ง แค่นั้นจริงๆ 

เพียงขวัญทำได้เพียงยืนลับๆ ล่อๆ ในพื้นที่กว้างขวางของบ้านหลังใหญ่ที่มีสมาชิกเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ไม่รู้เลยว่าคะนิ้งจะปรากฏตัวให้เธอเห็นตอนไหน  จนกระทั่งคำพูดของคนข้างๆ ที่ทำให้เธอฉุกคิดขึ้นได้ว่าเธอรอต่อไปไม่ได้จริงๆ 

“ถ้าคุณครามออกมาเราต้องรีบออกไปจากที่นี่ค่ะ ไม่งั้นพี่เพียงเดือดร้อนแน่ๆ” 

“ปกตินายนั่นจะกลับบ้านเวลาไหน” 

“ตอบไม่ได้เลยค่ะ ตั้งแต่คุณคะนิ้งท้อง คุณครามไม่เคยปล่อยคุณคะนิ้งให้คลาดสายตา คุณเขาเป็นห่วงน้องสาวมากๆ ค่ะ” 

“ถ้าเป็นแบบนั้นก็แปลว่าพี่รอไม่ได้แล้ว”

“พี่เพียงจะทำอะไรคะ” 

“พี่จะขึ้นไปหาคะนิ้งที่ห้องเลย”

“พี่เพียง ไม่ได้นะคะ” 

“ต้องได้ค่ะ เราต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่นายนั่นจะกลับมา แต่ที่ต้องรีบขนาดนี้ไม่ได้เป็นเพราะว่าพี่กลัวเขานะ แต่พี่มองว่าถ้าเขากลับมาเขาจะขัดขวางไม่ให้พี่กับคะนิ้งเจอกันก็แค่นั้น” 

“พี่เพียง แต่หนูว่า….” 

“เอาเป็นว่าพี่ยืนยันคำเดิมว่าพี่จะไม่ทำให้เธอต้องเดือดร้อนเด็ดขาด พี่รับปากนะ” ใบตองก้มหน้าลงอย่างไม่มีทางเลือก เธออาจจะเป็นอีกคนที่รู้ดีว่าคะนิ้งร้ายกาจขนาดไหน 

“ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องเป็นห่วงพี่เคลียร์ทุกอย่างได้อยู่แล้ว แค่บอกพี่มาว่าคะนิ้งอยู่ห้องไหน” ใบตองรีบบอกข้อมูลเพราะหวังจะให้คุณเพียงจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่คุณสงครามจะกลับมา 

คนที่ต้องสู้เพื่อเอาตัวรอดก้าวขาขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของตัวบ้านโดยที่ใบตองช่วยเข้าไปดึงความสนใจคนอื่นๆ ภายในบ้านเอาไว้ก่อน ทุกข้อมูลที่เด็กสาวคนสนิทให้มาเพียงขวัญจดจำเอาไว้แม่น ก่อนจะเดินไปที่ห้องนั้นแล้วไม่ลังเลที่จะยกมือขึ้นเคาะประตู

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! 

น้ำหนักมือที่แรงกว่าปกติทั้งที่คะนิ้งสั่งกับทุกคนในบ้านเอาไว้แล้วว่าหากมีธุระกับเธอห้ามส่งเสียงรบกวนเธอแบบนี้เด็ดขาด หากธุระไม่ได้จำเป็นก็ต้องรอจนกว่าเธอจะเป็นฝ่ายออกจากห้องด้วยตัวเอง แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็แค่ส่งเสียงเรียกเธอเบาๆ เท่านั้น แล้วตอนนี้ใครริอ่านมายุ่งกับพื้นที่ส่วนตัวของเธอ 

แกร๊ก~ 

เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้นก่อนที่คะนิ้งจะเห็นกับตาว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือใคร 

“แก” 

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” ทั้งที่ไม่ได้ชอบใจในสรรพนามที่คะนิ้งเลือกใช้ แต่การคุยธุระของเธอมันสำคัญมากกว่านั้น 

“ทำไม เธอจะมาขอร้องอ้อนวอนให้ฉันบอกพี่ครามให้ปล่อยเธอกลับไปงั้นเหรอ” 

“เธอยังรักพี่ชายของฉันอยู่งั้นเหรอ หรือเธอแค่ต้องการให้พี่ฉันกลับมารับผิดชอบลูกแค่นั้น หรือเพื่อรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือเหตุผลอะไรที่เธออยากให้พี่เพลิงกลับมา เธอบอกฉันได้ไหมคะนิ้ง”

“พี่เพลิงเป็นของฉันอยู่แล้ว ไม่ว่าฉันจะเป็นยังไงก็แล้วแต่ เขาต้องอยู่กับฉันเท่านั้น เขาไม่มีสิทธิ์หายออกไปจากชีวิตของฉันแบบนี้ และเธอคือคนที่ต้องบีบให้พี่เพลิงกลับมา”

“ฉันว่าตรรกะของเธอมันป่วยมากเลยนะคะนิ้ง เธอต้องการเอาชนะคนคนหนึ่งถึงขั้นต้องทำแบบนี้เลยเหรอ”

“อย่าเสนอหน้ามาสอนฉัน ถ้าเธออยากไปจากที่นี่เธอก็แค่บีบให้พี่เพลิงกลับมา ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

“เธอไม่จำเป็นต้องไปเตือนคนอื่นเลยนะ คนที่เธอควรเตือนคือตัวเธอเองมากกว่า”

“หุบปาก เธอกล้ามากนะที่เสนอหน้ามาหาฉันถึงที่นี่ คงไม่รู้ใช่ไหมว่าถ้าพี่ครามรู้เรื่องนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ”

“ฉันแค่ต้องการเคลียร์กับเธอ ไม่ได้อยากหาเรื่องเลยสักนิด ในเมื่อเธอและพี่เพลิงเลิกกันไปแล้ว ทุกอย่างมันจบไปแล้ว เราหาทางออกเรื่องนี้ร่วมกันดีไหม พี่ชายฉันพร้อมจะรับผิดชอบเด็กที่จะเกิดมานะ ค่าเลี้ยงดู ค่าเรียน ทุกอย่างจนกว่าเขาจะจะบรรลุนิติภาวะ คนสองคนถ้าไม่ได้รักกันแล้วก็ยังทำหน้าที่พ่อกับแม่ที่ดีให้ลูกได้ไม่ใช่เหรอ เอาแบบนั้นดีไหมคะนิ้ง” คะนิ้งเหยียดยิ้มพลางยกแขนขึ้นกอดอก 

“เธอคิดจะใช้เงินฟาดหัวฉันงั้นเหรอ”

“มันไม่ใช่แบบนั้น เธอก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าการกลับมาสร้างครอบครัวด้วยกันมันเป็นไปไม่ได้ แล้วเธอคิดว่ามันมีวิธีรับผิดชอบที่ดีกว่านี้หรือไง”

“ก็ให้ทรมานกันไปข้างหนึ่ง ให้ตายกันไปข้างหนึ่ง ถ้าพี่ชายเธอกล้าทิ้งฉันกับลูก เธอก็ต้องอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะทนได้นานแค่ไหน” คะนิ้งก้าวขาเข้ามาหาคนตรงหน้าก่อนจะใช้มือจิกผมของเพียงขวัญแล้วใช้มืออีกข้างตบเข้าที่ใบหน้าของเธอทันที 

เพี๊ยะ! 

“คะนิ้ง นี่เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง” เพียงขวัญพยายามจะแกะมือออกจากเส้นผมของตัวเอง เธอไม่ได้อยากเอาคืนหรือตอบโต้เพราะอีกคนกำลังท้องอยู่

“ฉันบ้าได้มากกว่าที่เธอคิด อย่าคิดที่จะลองดีกับฉัน ถ้าไม่อยากตายอยู่ที่นี่ บีบพี่เพลิงให้กลับมาหาฉัน” 

“ปล่อยนะคะนิ้ง” 

“บอกให้พี่เพลิงกลับมา บอกให้เขากลับมามาหาฉันเดี๋ยวนี้!” 

“คะนิ้ง!” เสียงของสงครามดังขึ้นก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะปรี่เข้ามาแยกคนทั้งคู่ออกจากกัน และที่เซอร์ไพรส์ไปมากกว่านั้นคนที่กระชากผมเธอพร้อมกับตบเข้าที่ใบหน้ากลับดราม่าขึ้นมาหน้าตาเฉย 

“เธอจะบอกพี่เพลิงให้ไม่กลับมามาหาฉันงั้นเหรอ เธอจะทำแบบนั้นใช่ไหม เธอทำแบบนั้นทำไม” คนที่ฟูมฟายและร้องไห้กลับเป็นคะนิ้งเฉย เพียงขวัญได้แต่ยืนงง ก่อนที่ดวงตาคมกริบคู่นั้นจะหันกลับมามองเธอตาแข็ง

“เธอคิดจะลองดีกับฉันใช่ไหมเพียง” 

“ไม่ใช่ มันไม่ใช่แบบนั้นเลยนะ” 

“แล้วเธอมาที่นี่ทำไม มาหาคะนิ้งจนถึงที่นี่ทำไม” แววตาคมดุที่จ้องเขม็งส่งผลให้เพียงขวัญก้าวถอย

“ฉันแค่อยากคุยกับคะนิ้ง” 

“ผู้หญิงแบบเธอนี่มันแสนดีจังเลยนะ ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องพี่ชายของตัวเอง แต่ไม่ได้รู้สึกสงสารผู้หญิงด้วยกันเลยสักนิด”

“ฉันไม่ได้ขึ้นมาหาเรื่องน้องสาวนาย ไม่ได้ด่า และไม่ได้พูดแบบที่น้องสาวนายฟ้องเลยสักนิด”

“เธอจะเอาแบบนี้ใช่ไหม พอปล่อยให้เธออยู่อย่างสงบสุขเธอไม่ชอบใช่ไหม” 

“คราม….”

“ได้ ถ้าเธอไม่ชอบความสงบ ฉันก็จัดความฉิบหายให้เธอได้เหมือนกัน”


อีพี่ครามมันเถื่อน แล้วมารอดูกันได้เลยว่าใครมันจะฉิบหายมากกว่ากัน

๑ คอมเมนต์ = ๑ล้าน กำลังใจน้า 🙏🏻🫶🏻

“นี่คือชุดมาทำงาน?” สงครามปรายสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า ยิ่งเห็นใบหน้าสวยๆ เชิดๆ ของเธอก็ยิ่งมองเห็นปลายทาง

ถึงยังไงซะยัยคุณหนูนี่ก็ไม่มีทางอยู่ที่นี่ได้เกินหนึ่งเดือน ไม่มีทาง…

“ฉันไม่ได้อยากมาทำงาน”

“แต่เธอต้องทำงาน ที่นี่ไม่มีข้าวฟรีให้เธอกินเหมือนตอนเธออยู่ที่บ้านหรอกนะ”

“ฉันซื้อกินเองได้”

“ไหนล่ะเงิน?” สงครามย้อนถามคนที่ไม่มีเงินสดติดตัวเลยสักบาท และหากจะอ้างว่าใช้เงินในบัญชีธนาคารจ่ายได้ แล้วใครล่ะจะเป็นคนอาสาไปซื้อให้เธอ ในเมื่อทุกคนที่อยู่ที่นี่เป็นคนของเขาทั้งหมด

“แน่จริงก็พาออกไปกดสิ หรือจะให้ใครไปกดเงินสดมาให้ฉันก็ได้ เว้นแต่นายจะบีบไม่ให้ฉันไปกดแค่นั้น”

“ฉลาดดีนี่… ฉลามแกมโกง”

“อย่ามากล่าวหาฉันแบบนี้นะ”

“อยู่ที่นี่เงินของเธอมันไม่มีค่า แต่ข้าวที่ฉันจะให้เธอกินสามมื้อต่อวันต่างหากล่ะที่มีค่า”

“ฉันไม่ใช่นักโทษของนายนะ ฉันแค่มาอยู่ที่นี่เพื่อรอวันที่พี่เพลิงจะมารับกลับก็แค่นั้น”

“ดี! ภาวนาให้วันนั้นมาถึงวันนี้พรุ่งนี้เลยละกัน ที่นี่มันไม่ได้เหมาะกับเธอเลยจริงๆ หรืออยากฟังไปด้วยเลยว่าที่ไหนมันเหมาะกับเธอ” คนถามปรายตามองเรือนร่างสมส่วนของคนตรงหน้า ที่จริงนายนี่ก็ไม่ได้เลวนะ รูปร่างหน้าตาถือว่าหล่อจัด แต่ก็นั่นแหละ หล่อแบบเถื่อนๆ นี่ก็ไม่ใช่ทางของเธอเหมือนกัน

“ลองมาเป็นของเล่นหรือตุ๊กตาบนเตียงให้ฉันสักวันสองวันไหม เผื่อเธอจะค้นพบว่ามันเหมาะกับเธอมากกว่าการมาทำงานที่ไร่”

“หยาบคาย”

“นี่คือด่าปะ?” สงครามยิ้มถาม มันยิ่งเป็นการกระตุ้นให้อีกคนหายใจแรงขึ้น

“ถ้าต้องให้นอนกับคนเถื่อนๆ แบบนาย ฉันกัดลิ้นตัวเองตายดีกว่า”

“โห… คุณหนูก็ใจกล้าดีเหมือนกันนะครับ” สงครามแสยะยิ้มอย่างเย้ยหยัน ยิ่งเห็นเธอทำหน้าไม่พอใจ ทำเหมือนอยากเข้ามาตบหน้าเขาแต่ทำไม่ได้ก็ยิ่งสะใจ

“ทนได้ไหมล่ะ… ถ้าทนไม่ได้ก็ไปเรียกไอ้เพลิงมา เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่ไอ้เพลิงโผล่หัวมา เธอจะเป็นอิสระทันที”

“ฉันก็ไม่ได้อยากอยู่ที่นี่แม้แต่วินาทีเดียว”

“ไม่ได้อยากให้อยู่เหมือนกัน อยู่ไปก็มีแต่จะทำให้คนงานของฉันทำงานได้มาตรฐานที่ต่ำลง”

“เกี่ยวอะไรกับฉัน”

“รำคาญที่พวกมันบอกว่าเธอสวย… ทั้งที่มองยังไงก็ไม่เห็นความสวยเลย”

“ไม่สวยก็เรื่องของฉัน และนั่นมันก็เป็นปัญหาของพวกนายไม่เกี่ยวกับฉัน อ้อ… และนายก็พูดจาย้อนแย้งดีนะ บอกว่าฉันไม่สวย แต่กลับอยากได้ฉันไปเป็นตุ๊กตาบนเตียงนี่นะ?”

“แก้ขัด… ของขาดน่ะ” คำตอบของคนตรงหน้าส่งผลให้เพียงขวัญกำหมัดแน่น ชักจะไม่ไหวแล้วนะ ชักจะหมดความอดทนกับคนอย่างนายนี่แล้วจริงๆ

ในขณะที่เธอโกรธ เขากลับยิ้ม ภาวนาให้เธอได้ไปจากที่นี่ๆ เร็วๆ สักที นายนี่จะเป็นคนแรกที่เธอจะพยายามลืม ไม่ขอจดจำอะไรเกี่ยวกับเขาเลย…

“…พี่คราม” เสียงของบุคคลที่สามส่งผลให้ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เพียงขวัญได้เห็นหน้าคะนิ้ง ผู้หญิงที่บอกว่าท้องกับพี่ชายเธอ

“คะนิ้ง ออกมาทำไม วันนี้ลมแรงจะตาย” น้ำเสียงของคนถามบ่งบอกถึงความห่วงใยออกมาอย่างชัดเจน

“แค่อยากออกมาดูให้เห็นกับตาว่าพี่ครามให้เขาออกมาทำงานแล้วจริงๆ” คะนิ้งปรายตามองคนตรงหน้า ต่อให้เธอจะเป็นน้องสาวของพระเพลิง มันก็ไม่มีความจำเป็นที่เธอจะต้องญาติดีด้วยในเมื่อตอนนี้พระเพลิงไม่ได้น่ารักกับเธอแล้ว

รู้ว่าไม่มีความรักใดๆ หลงเหลือ เพราะแบบนี้ไงเธอถึงบีบให้พี่ชายเธอต้องร้ายกับฝ่ายนั้นแทนเธอ

“ที่จริงพี่ครามควรให้ออกมาทำงานตั้งนานแล้วนะคะ ไม่จำเป็นต้องใจดีปล่อยให้ปรับตัวนานขนาดนั้นเลย เอาให้อยู่ไม่ได้จนพี่เพลิงต้องรีบกลับมาหาน้องจะดีกว่านะคะ” เพียงขวัญขมวดคิ้วเข้าหากัน พอมาได้ยินกับหูของตัวเองแบบนี้เธอถึงบางอ้อขึ้นมาเลย

“ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้แปลว่าเธอรู้ตัวดีว่าเธอกับพี่เพลิงไม่หลงเหลือความรักให้กันแล้ว ใช้ตัวเองรั้งเขาไม่ได้แล้วเลยต้องทำแบบนี้สินะ”

“นี่เธอ!”

“โตๆ กันแล้วควรใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ปะ แบบนี้ต่อให้พี่ชายฉันกลับมารับผิดชอบเธอ ชีวิตที่จะใช้ร่วมกันมันก็ไม่ได้ขับเคลื่อนไปด้วยความรักอยู่ดี” เพียงขวัญตอบกลับทันที เจอคนนิสัยเสีย อย่าได้คิดว่าเธอจะยอมให้มาข่มได้ง่ายๆ

“ไม่ต้องมาเสนอหน้ารู้ดี”

“พอแล้วคะนิ้ง” สงครามโอบตัวคนที่กำลังจะถลาเข้าไปหาอีกฝ่าย ไม่ลืมที่จะตวัดสายตาไปมองคนที่ทำให้น้องเขาไม่พอใจ

“ส่วนเธอ รีบไปทำงานที่ได้รับมอบหมายซะ อย่าทำตัวเป็นภาระไปมากกว่านี้”

“ฉันนี่นะภาระ?” เพียงขวัญเตรียมจะโต้แย้งในขณะที่คนท้องยกแขนขึ้นกอดอก ประกาศชัยชนะเหมือนเด็กไม่รู้จักโต

“คนที่สมควรอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เธอ แต่เป็นพี่เพลิง”

“งั้นก็รู้ไว้ซะว่าไม่มีใครอยากอยู่ตรงนี้เลยสักคน”

“นี่แกคงไม่อยากให้พี่เพลิงมารับผิดชอบฉันสินะ”

“ฉันมั่นใจว่าฉันโตกว่าเธอ อายุมากกว่าเธอนะ ขนาดฉันเป็นน้องพี่เพลิงแท้ๆ เธอยังพูดจากับฉันแบบนี้ คงถูกสปอยจนเสียนิสัยสินะ รู้ตัวใช่ไหมว่าพี่ฉันไม่ได้รักเธอแล้ว ถึงได้บีบบังคับกันด้วยวิธีนี้”

“อีบ้า!”

“คะนิ้ง… พอ”

“แกสิบ้า นังเด็กบ้า” คนตอบกลับลอยหน้าลอยตายิ้ม เจอคนประสาท อย่าได้คิดว่าเธอจะประสาทตาม

“อย่าได้คิดนะว่าจะกีดกันฉันกับพี่เพลิงได้ ถึงยังไงซะพี่ชายแกก็ต้องกลับมาหาฉัน จะไม่มีใครแย่งอะไรไปจากฉันได้ทั้งนั้น”

“เหอะ! ที่จริงก็ไม่ได้อยากทำบาปทำกรรมกับคนท้องหรอกนะ แต่ไหนๆ ก็ถูกสปอยจนเสียนิสัยแล้ว ฉันก็ขอเตือนด้วยความหวังดีว่าให้ปรับปรุงตัวซะ แล้วถ้าปรับปรุงตัวไม่ได้ ก็เตรียมตัวเป็นประสาทของจริงได้เลย”

“กรี้ดดดด อีบ้า!”

“นี่เธอ มันจะมากเกินไปแล้วนะ ใครใช้ให้เธอพูดแบบนี้วะ”

“คงเป็นนายสินะที่สปอยจนยัยเด็กนี่เอาแต่ใจได้ขนาดนี้”

“เงียบ”

“ไม่เงียบ” เพียงขวัญตอบกลับและสบตาคนที่กัดฟันกรอด

“มีอะไรบ้างล่ะที่น้องสาวนายหวง พี่ชายอย่างนายนี่หวงปะ? ถ้าหวง… จะได้แย่งมาเป็นของตัวเองจนใครบางคนแถวๆ นี้เป็นประสาทของจริง”

“กรี้ดดดด อีบ้า!” เพียงขวัญขยับยิ้มพลางใช้สองมือแนบสองข้างแก้มเพื่อปิดหู ไม่รับรู้ว่ากำลังมีเปรตมาขอส่วนบุญ

“ฝากไว้ก่อนเถอะ ฉันคิดบัญชีกับเธอแน่” สงครามคาดโทษคนที่ปั่นหัวคะนิ้งจนสำเร็จ จากนั้นก็ลากน้องตัวเองออกมาจากตรงนั้นทันที

“…พี่คราม น้องไม่ยอมนะ พี่ห้ามยุ่งกับมันเด็ดขาด”

“ไม่ยุ่ง ไม่ได้บอกว่าจะยุ่งเลย ใจเย็นๆ สิคะนิ้ง ทำแบบนี้มันกระทบต่อเด็กในท้องนะ” สงครามปลอบคนตัวเล็กด้วยการยกมือขึ้นลูบศีรษะทุยเล็ก

“พี่ครามห้ามยุ่งกับมันเด็ดขาด พี่จะยุ่งกับผู้หญิงคนไหนน้องไม่เคยว่า แต่ห้ามยุ่งกับมัน”

“เขาแค่ปั่นให้เราโมโหเท่านั้น”

“ไม่รู้แหละ น้องไม่ยอมให้มันมายุ่งกับพี่เด็ดขาด”

“พี่บอกให้ใจเย็นๆ ไงคะนิ้ง” คนตัวโตถอนหายใจยาว เขาไม่ชอบที่น้องตัวเองเป็นแบบนี้เลยเหมือนกัน

“อย่าคิดว่าน้องไม่เห็นนะสายตาที่พี่มองมัน คำพูดที่พี่พูดกับมัน แม้ให้เป็นของเล่นของพี่น้องก็ไม่ยอม”

เพียงขวัญปลีกตัวออกมารอการสะสางตามคำสั่งของสงคราม ขณะที่รอคอยอย่างใจเย็นก็อดนึกถึงท่าทีของคะนิ้งอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้แค่เอาแต่ใจ แต่เธอมองว่าคะนิ้งอยากเอาชนะ และมันจะเป็นไปได้ไหมที่เด็กคนนั้นกดดันให้พี่ชายตัวเองไปกดดันพี่ชายเธอต่อ เป็นเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าพี่ชายของเธอหมดรักแล้วและกำลังรักผู้หญิงคนอื่น คนที่อาจจะยอมรับความพ่ายแพ้และทนเห็นคนอื่นมีความสุขไม่ได้ก็เลยร้อนรน 

แกร๊ก~ 

ประตูห้องทำงานของสงครามถูกผลักเข้ามากระตุ้นให้ขนตางอนยาวตวัดขึ้น เคลื่อนไหวขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของคนที่ยืนสูงโดดเด่น 

“เธอทำบ้าอะไรลงไป ทั้งที่เห็นอยู่ว่าน้องฉันท้อง เธอก็ยังจะยัดเยียดความเครียดให้เขานี่นะ”

“ฉันน่ะเหรอยัดเยียดความเครียดให้น้องสาวนาย แน่ใจเหรอว่าดูไม่ออกว่าน้องตัวเองแค่อยากเอาชนะจนใช้ความเอาแต่ใจเพื่อบีบให้ได้ทุกอย่างอ่ะ” 

“ถึงยังไงซะเธอก็ไม่ควรไปพูดแบบนั้นกับคะนิ้ง”

“เหอะ!” เพียงขวัญยกยิ้มอย่างเย้ยหยัน ได้ยินแบบนี้ทำให้เธอหายสงสัยขึ้นมาเลย รู้เลยว่าเด็กคนนั้นนิสัยเสียเพราะใคร 

“ออกให้ห่างจากคะนิ้ง ห้ามเธอไปพูดจาแบบนั้นกับน้องฉันอีกเด็ดขาด นี่คือคำสั่ง” 

“ฉันไม่ได้อยากยุ่งอยู่แล้ว บอกน้องสาวนายเถอะว่าอย่ามาหาเรื่องฉัน” 

“เธอไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาต่อรองอะไรได้นะเพียง หัดเจียมตัวบ้างว่าที่เธอต้องมาอยู่แบบนี้เป็นเพราะพี่ชายเธอมันไม่มีความรับผิดชอบ” 

“พี่ชายฉันกำลังหาทางออกให้กับเรื่องนี้”

“วิธีของพี่ชายเธอมันก็คงเป็นการใช้เงินฟาดหัวเพื่อให้ทุกอย่างจบสินะ” 

“ไม่ว่าจะแบบไหน สุดท้ายเขาก็พยายามหาทางออกที่ดีที่สุด นายเองก็บอกน้องสาวตัวเองให้หัดมองโลกตามความเป็นจริงบ้าง จะมาร้องเอาแต่ใจให้ได้ทุกอย่างตามใจตัวเองนี่มันไม่ได้หรอกนะ ทางที่ดีเรามาหาทางออกร่วมกันดีกว่า ทางเรายินดีจ่ายค่าเลี้ยงดูตลอดจนส่งเสียให้เรียนจนจบอาจจะจนกว่าเด็กบรรลุนิติภาวะ” เพียงขวัญตั้งใจบอกข้อเสนอของเธอมาก เธอมองว่าข้อเสนอนี้ดีทีเดียว ถ้าคนเป็นพ่อแม่ไม่สามารถรักษาครอบครัวเอาไว้ได้ การที่คนทั้งสองไม่ทอดทิ้งเด็กที่เกิดมานั่นก็ย่อมดีที่สุดแล้ว

“เป็นทางออกที่เห็นแก่ตัวดีนะ” แล้วเหมือนว่าคนตัวโตจะมีความคิดที่ขัดแย้งกับเธอ

“แล้วการบังคับให้พี่ชายฉันกลับมารับผิดชอบน้องสาวนายทั้งที่สองคนนั้นไม่รักกันแล้วมันไม่เห็นแก่ตัวหรือไง มันไม่มีความสุขแน่ๆ”

“จำไว้ว่าฉันไม่เคยอยากให้ผู้ชายสารเลวแบบพี่เธอมาเป็นพ่อของหลานฉันเลยสักนิด เหตุผลเดียวที่ยอมก็เพราะน้องสาวฉันรักมัน และจำเอาไว้ว่าเมื่อไหร่ที่คะนิ้งหมดรักผู้ชายเหี้ยๆ แบบมัน ฉันจะขยี้มันให้จมดิน” แววตาร้ายกาจของสงครามส่งผลให้เพียงขวัญลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอด้วยความยากลำบาก

เขารักน้องสาวเธอเข้าใจ….

แต่เธอเองก็รักพี่ชายตัวเองมากเหมือนกัน! 

@สงครามวิลล่า

‘…อยู่ในที่ของเธอ อยู่ให้เป็น อย่าแตะต้องน้องฉันเด็ดขาด ถ้าเข้าใจตรงกันฉันจะไม่ให้เธอไปทำงานที่ไร่ แต่จะให้เข้าไปทำงานที่วิลล่าแทน’

เพียงขวัญกวาดสายตามองรอบๆ วิลล่าหรูหราที่เป็นธุรกิจที่สร้างเม็ดเงินได้อย่างมหาศาล ที่นี่สร้างขึ้นบนที่ดินทำเลทอง พื้นที่เท่าไหร่เธอไม่รู้ รู้แค่ว่าอาณาจักรของเขามันใหญ่มาก ที่นี่รายล้อมด้วยแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ขนาดตัวเธอเองยังเคยมาเที่ยวพักผ่อนในระแวกนี้บ่อยๆ และเผลอหลงรักธรรมชาติและความงดงามของที่นี่ไปแล้วเช่นกัน 

จนกระทั่งมาเจอกับคนร้ายกาจอย่างเขาที่ทำให้เธอไม่อยากมา! 

สงครามยอมให้เธอมาทำงานที่วิลล่าแลกกับการที่เธอไม่ไปวุ่นวายกับน้องเขา งานที่วิลล่ามันอาจจะสบายกว่าก็จริง แต่เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำงาน แต่เธอมาที่นี่เพื่อเคลียร์กับคะนิ้ง เคลียร์ทุกอย่างแทนพี่ชายเธอ 

“คุณเพียงคะ เราต้องเข้าไปช่วยงานในครัวแล้วค่ะ” ใบตองบอกกับหญิงสาวที่สวยมากๆ และหน้าที่เธอคือคอยประกบคุณเพียงไม่ให้คลาดสายตาเด็ดขาดตามคำสั่งของคุณสงคราม

เพียงขวัญถูกส่งเข้ามาทำงานที่วิลล่าในส่วนของห้องอาหาร ใบตองเองก็ตกกระไดพลอยโจนมากับเธอเหมือนกัน

“ใบตอง”

“ขาคุณเพียง”

“เลิกเรียกพี่ว่าคุณได้แล้ว เรียกพี่ก็ได้ไหม”

“เอ่อ… แต่มันจะดีเหรอคะ คุณเพียงเป็นถึง….” เพียงขวัญเอียงคอมองคนที่กำลังพูดถึงเธอ อยากรู้เหมือนกันว่าในสายตาคนอื่นเธอเป็นแบบไหน 

“ทำไม พี่เป็นอะไรงั้นเหรอ พูดต่อสิ”

“เป็นเจ้านายไงคะ คุณครามส่งหนูมาดูแลคุณค่ะ”

“ส่งมาเฝ้ามากกว่ามั้ง ตานั่นคงกลัวพี่หนีล่ะสิ”

“ไม่ใช่นะคะ” ใบตองเม้มริมฝีปากแน่น ต่อให้ความจริงมันจะเป็นแบบนั้น แต่ตัวของเธอเองก็อยากดูแลคุณคนสวยจริงๆ 

“ช่างเถอะ แต่ต่อไปนี้เธอห้ามเรียกพี่ว่าคุณนะ ให้เรียกว่าพี่ เข้าใจที่พูดไหม”

“เข้าใจค่ะ” เมื่อไม่มีทางเลี่ยงใบตองจึงจำต้องรับคำ

“ปกติใบตองอยู่ที่นี่ทำหน้าที่อะไรบ้าง” 

“ช่วยแม่ดูแลบ้านให้คุณครามค่ะ” 

“แม่ของใบตองเป็นแม่บ้านบ้านตานั่นเหรอ”

“ใช่ค่ะ” 

“ปกติทำงานหนักไหม อายุแค่นี้เอง ได้เรียนหนังสือหรือเปล่า” ถ้าให้เดา ใบตองเด็กกว่าเธอมาก อายุน่าจะน้อยกว่าเธอหลายปีเลย

“เรียนจบแค่มอ.หกค่ะ แต่คุณ….”

“นายนั่นก็รวยล้นฟ้า เขาไม่คิดจะสนับสนุนการศึกษาให้เด็กในบ้านเลยหรือไง”

“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะคุณเพียง” ใบตองจะอธิบาย แต่ติดที่คุณคนสวยดุขึ้นมาซะก่อน

“นี่! พี่บอกแล้วไงว่าให้เรียกพี่ว่าพี่ เด็กคนนี้นี่ดื้อจริงๆ เลย” ใบตองยิ้มแห้ง ดุก็เหมือนไม่ได้ดุ เพราะแบบนี้ไงใบตองเลยรู้สึกชอบและถูกชะตากับคุณคนสวยมากพอสมควร 

“เอาล่ะ พี่มีเรื่องจะถามเธอ”

“อะไรเหรอคะ”

“บ้านที่แม่เราดูแลอ่ะ คนในบ้านมีใครบ้าง”

“อ๋อ มีแค่คุณครามกับคุณคะนิ้งค่ะ”

“เหรอ… แล้วเราอ่ะสนิทกับคุณคะนิ้งไหม” เพียงขวัญสบตากับเด็กสาวรุ่นน้องระหว่างที่รอคอยคำตอบจนกระทั่งใบตองส่ายหน้ากลับมา

“ไม่สนิทเลยค่ะ คุณคะนิ้งดุมาก”

“งั้นเหรอ แปลว่าพี่น้องบ้านนี้ดุทั้งคู่เลย?”

“คุณครามใจดีค่ะ”

“ตรงไหนก่อน”

“จริงๆ นะคะ” เพียงขวัญเบือนหน้าพลางกรอกตาไปมา เธอจะเชื่อว่าเป็นแบบนั้นได้ยังไงในเมื่อเธอต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ก็เพราะนายนั่นเลย

“เอาล่ะ ชีวิตประจำวันของคะนิ้งคืออะไร เอางี๊ ตรงๆ เลยนะใบตอง ถ้าพี่อยากเจอคะนิ้งพี่ต้องทำยังไง”

“พี่เพียงจะทำอะไรคะ คุณครามสั่งหนูไว้ว่าห้ามให้พี่ไปหาเรื่องคุณคะนิ้งเด็ดขาด”

“พี่ไม่ได้จะไปหาเรื่อง พี่แค่มีธุระจำเป็นที่ต้องคุยกับเขา”

“หนูต้องบอกคุณครามก่อนค่ะ”

“ไม่ได้ บอกนายนั่นไม่ได้” 

“แต่ถ้าคุณครามรู้ หนูตายแน่” เพียงขวัญมองสายตาของเด็กสาวตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจยาว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมเด็ดขาด

“มันมีเรื่องเข้าใจผิดกันหลายอย่าง บางอย่างก็เข้าใจไม่ตรงกันเพราะไม่มีโอกาสได้คุย เอาแบบนี้ได้ไหม ถ้าพี่ได้คุยกับคะนิ้ง ถ้าพี่เคลียร์กับเขาได้ เดี๋ยวพี่ให้เงินเธอก้อนนึงเป็นรางวัลที่คนเก่งช่วยพี่ รับรองเลยนะว่ามันมากพอที่จะทำให้เธอพาแม่ไปเที่ยว ไปกินของอร่อยๆ ซื้อของที่อยากได้ หรือถ้าเธออยากได้งานดีๆ ได้เงินเยอะๆ พี่ก็จะช่วยเธอเหมือนกัน ดีไหม” เพียงขวัญจับมือของคนตรงหน้า ทุกอย่างที่พูดมาเธอให้ใบตองได้ทุกอย่าง เด็กคนนี้น่ารักมาก เธอยินดีสนับสนุนให้เขามีชีวิตที่ดีกว่านี้ถ้าเขายอมช่วยเธอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป